บท
ตั้งค่า

Chapter 9 ค้างกับพี่

CHAPTER 9

ค้างกับพี่

เสียงเปิดประตูห้องดังแผ่วเบา ก่อนที่ร่างสูงของพี่เทย์จะก้าวนำเข้าไปในห้องนอนชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ห้องที่ใหญ่กว่าคอนโดเฮียวา

“เข้ามาสิ” เขาบอก

ฉันยอมเข้ามาตามคำเชื้อเชิญ ห้องกว้างขวาง ตกแต่งอย่างมีรสนิยมสมัยใหม่ ผนังสีเทาอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้สีน้ำตาลเข้ม เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูผ้าปูเตียงเรียบหรู มีหมอนวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบไม่ต่างจากห้องตัวอย่างในนิตยสารตกแต่งบ้าน

มุมหนึ่งของห้องเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นสวนด้านหลังคฤหาสน์ ส่วนอีกมุมเป็นโต๊ะทำงานไม้บิลต์อินที่จัดวางโน้ตบุ๊กและหนังสือเรียนเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ ภายในรายล้อมด้วยของสะสมเกี่ยวกับการเดินทาง โปสการ์ดจากประเทศต่าง ๆ โมเดลเครื่องบินเล็ก ๆ และรูปถ่ายที่พี่เทย์เลอร์ยืนอยู่กับกรุ๊ปทัวร์ที่ประเทศอียิปต์ ด้านหลังเป็นพีระมิดขนาดใหญ่

“โห พี่เคยไปอียิปต์มาด้วยเหรอ เจออูฐรึเปล่า?”

ฉันถามขำ ๆ พร้อมปรี่ตัวเข้าไปมองภาพบานนั้น

“หึ...อยากขี่อูฐเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ นั่งลงบนเตียงแล้วกอดอก

“เปล่าสักหน่อย ถ้าให้ขี่อูฐหนูขี่พี่ไม่ดีกว่าเหรอ” ฉันที่ยืนมองภาพเอี้ยวตัวกลับไปมองเขาที่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ หยอกผู้ชายคืองานอดิเรกของยัยเดมี่

“งั้นก็ขึ้นมาขี่สิ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก มือหนาตะปบจับเข้าที่เข็มขัดนักศึกษาทำท่าจะถอดออก

“บ้า หยอกเล่นเถอะ” ฉันทำหน้าบู้แลบลิ้นให้เขาเบา ๆ ยังคงมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างตื่นตาตื่นใจ

เหนือโต๊ะทำงาน มีบอร์ดไม้ขนาดใหญ่ติดแผนที่โลกไว้เต็มแผ่น พร้อมหมุดปักตามจุดต่าง ๆ พร้อมโน้ตเล็ก ๆ แนบไว้เป็นคิวงานทัวร์ในอนาคต บ้างจดชื่อเมือง บ้างเป็นชื่อบริษัทพันธมิตรต่างชาติ เขียนด้วยลายมือที่บรรจงชัด

“ห้องนอนพี่นี่เหมือนอยู่อีกโลกเลยเนาะ” ฉันหลุดพูดเบา ๆ ไม่คิดว่านักศึกษาหนุ่มหน้าโหดจะมีห้องนอนที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบริษัททัวร์ขนาดย่อม

พี่เทย์เลอร์หัวเราะเบา ๆ

“ก็ธรรมดา ลูกชายเจ้าของบริษัททัวร์ก็ประมาณนี้แหละ”

“สงสัยต้องถอนคำพูดที่ว่าพี่ไว้แล้วสิ” ดูท่าจะยุ่งไม่ต่างไปจากพี่เอ็มเมอร์เลย จะว่าไปเฮียเดวาของฉันเองก็ต้องช่วยกิจการของที่บ้านเหมือนกัน

ภาพถ่ายขนาดใหญ่บนผนังเป็นรูปชายวัยกลางคนยืนจับมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพิธีเปิดตัวทัวร์สายใหม่ พร้อมโลโก้ของบริษัท “Tassaphob TOUR & TRAVEL” อยู่มุมขวาล่าง

“นี่พ่อพี่เหรอคะ?” ฉันถาม

“อ่าฮะ” เขาครางตอบขณะหยิบขวดน้ำแร่จากตู้เย็นเล็กส่งให้ฉัน

ฉันรับขวดน้ำมาเงียบ ๆ รู้สึกเหมือนโลกของพี่เทย์เลอร์แตกต่างจากที่ฉันคิดไว้มากนัก ไม่ใช่แค่หนุ่มหน้าโหดที่ชอบควบคุมและยียวนกวนตีน แต่เขาเติบโตมาในความกดดันของธุรกิจ ความคาดหวังของผู้ใหญ่ และภาพลักษณ์ที่ต้องแบกรับไว้ไม่ต่างจากบริษัทนี้ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน

“พี่คงเหนื่อยมาก อยากให้หนูนวดผ่อนคลายให้มั้ยคะ?”

ถามด้วยน้ำเสียงหวานพร้อมยิ้มอ่อย ไม่ปล่อยให้เขาได้ตอบแต่เลือกที่จะวางมือเล็ก ๆ ลงบนบ่ากว้างของเขาอย่างมั่นใจ

พี่เทย์เลอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันหน้ามามองฉันผ่านหางตาในขณะที่ฉันยืนอยู่ด้านหลังเขา ขวดน้ำแร่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน

“ไม่เป็นไร”

“อย่าปฏิเสธสิคะ” ฉันสวนกลับทันควัน

“ก็บอกว่าแค่นวดให้เฉย ๆ อยู่นิ่ง ๆ ไปเถอะ”

เขาไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้ฉันวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง ก่อนจะเริ่มลงน้ำหนักเบา ๆ ไล่จากต้นคอลงมา

“แข็งเป็นหินเลย สงสัยจะแก่แล้ว” ฉันบ่นพลางขยับนิ้วคลึงกล้ามเนื้อที่ตึงอย่างระมัดระวัง

“ถ้าเธอไม่พูดมาก มันจะผ่อนคลายกว่านี้”

เสียงทุ้มของเขาตอบสั้น ๆ แต่ในน้ำเสียงกลับมีแววอ่อนลงจาง ๆ จนฉันสัมผัสได้

ความเงียบแผ่ขยายไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาที่แผ่วช้าและสม่ำเสมอขึ้น มือเล็ก ๆ ของฉันยังไล้ไปตามแนวไหล่ ผ่านแผ่นหลังกว้าง ลมหายใจเขาหนักขึ้นนิดหน่อย… ไม่ใช่จากความเมื่อย แต่เหมือนเพราะสัมผัสของฉันทำให้เขาหลุดออกจากเกราะกำบังและกำแพงขวางกั้นที่ตั้งอยู่ตลอดเวลา

“เหนื่อยมากใช่มั้ย?” ฉันถามเบา ๆ ราวกระซิบ จากสภาพห้องนอน ภาพถ่าย ของสะสม ทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าเขาคงรับแรงกดดันจากที่บ้านไม่น้อยเลยทีเดียว

พี่เทย์เลอร์ยังคงนิ่งไม่ตอบ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที มือหนาของเขาก็ค่อย ๆ เอื้อมมาจับมือฉันที่วางอยู่บนบ่าของเขาแน่นขึ้น

“หยุดอยู่ตรงนี้”

ฉันหยุดนวด หัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่กล้าสบตาเขาเมื่อเขาหันหน้ามา สายตาคมดุคู่นั้นไม่ใช่แบบที่เคยเห็น มันไม่ได้แข็งกร้าว แต่มันกลับ…อ่อนโยนลง… จนฉันเผลอใจสั่น

“ไม่เคยมีใครเคยทำแบบนี้ให้พี่” เขาพูดเสียงต่ำ

“โดยไม่หวังอะไรตอบแทน” เขาย้ำ

ฉันยิ้มเล็กน้อย “ก็หนูไม่ได้หวังอะไรไง…นอกจากอยากให้พี่ผ่อนคลาย แล้วก็ปล่อยหนูไปเที่ยวบ้างบางครั้งบางคราว”

เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะดึงมือฉันมากุมไว้แน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไรอีก

บรรยากาศในห้องเงียบอีกครั้ง… แต่ไม่อึดอัด มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก เหมือนเสียงหัวใจของเราทั้งสองคนกำลังค่อย ๆ หายใจเป็นจังหวะเดียวกัน

แนบชิดอย่างที่ไม่เคยเป็น

“อยากไปเที่ยวมากเลยงั้นเหรอ?”

“ใช่ค่ะ หนูชอบ” ฉันยังคงสัมผัสอยู่กับแผ่นหลังกำยำนั้นโดยมีมือของพี่เทย์เลอร์ประกบจับเอาไว้ เขาเอี้ยวตัวหันหน้ามามองฉันทั้งที่ตอนนี้เรายืนกันอยู่ที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ที่เห็นวิวทั่วสวนของคฤหาสน์

“บ้านพี่ทำบริษัททัวร์ มีหลายโปรแกรมให้เลือก”

“เอ๋...”

“พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เราไปเที่ยวกันไหม?”

“แต่ว่า... ไม่รู้เฮียวาจะว่ายังไง”

“มันก็ไม่ได้กลับมาที่ห้องนี่ ยุ่งอยู่กับการทำงานสโมสร”

“เราจะแอบไปเหรอคะ!?”

ฉันถามด้วยความตกใจเล็กน้อย มือที่จับแผ่นหลังของเขาอยู่ยังคงสั่นเทา

“ไม่...” พี่เทย์เหมือนครุ่นคิดกับตัวเองไปสักพัก กำลังตั้งสติอย่างหนักหน่วง

“เดี๋ยวพี่คุยกับมันเอง..”

“อื้ม งั้นก็โอเคเลยค่ะ ไหน มีโปรแกรมทัวร์ให้หนูเลือกบ้าง”

ฉันผละมือออกจากบ่ากว้างแล้วเดินไปดูรูปตามผนังของเขาซึ่งมีทริปทั้งในประเทศและนอกประเทศ แต่ระยะเวลาวันหยุดสั้น ๆ ก็คงจะต้องเที่ยวในประเทศนี่แหละ

“จะไปต่างประเทศหรือว่าเที่ยวในประเทศล่ะ”

“เอ๋ ออกนอกประเทศได้ด้วยเหรอคะ แบบนั้นหนูจะบอกป๊ากับม๊ายังไง”

ไปเที่ยวต่างประเทศกับผู้ชายสองต่อสอง แค่คิดก็... ม๊าเอาตายแน่ไม่ต้องคิดต่อเลย

“ไม่น่าจะว่าหรอกมั้ง ก็แค่บอกว่าไปกับทริปบริษัทบ้านพี่”

“อืม... ถ้าเฮียวาอนุญาตหนูก็อยากไปค่ะ”

น้อยครั้งมากที่ได้ไปเที่ยว ด้วยธุรกิจของที่บ้านซึ่งทำเกี่ยวกับตลาดขนาดใหญ่ทั้งแฟรนไชส์ร้านขายของชำอีก ไม่ค่อยจะมีเวลาว่างกันนัก อย่างเฮียวาก็ต้องคอยไปช่วยที่บ้านดูแลกิจการอยู่ตลอด

“ชอบห้องนอนพี่มั้ย?”

“ชอบค่ะ สวยดีนะคะ...แถมของเยอะด้วย”

ฉันมองไปรอบ ๆ มือจับเข้าที่กรอบรูปที่โชว์อยู่บนผนังอย่างแผ่วเบา

“งั้นคืนนี้ก็ค้างที่นี่สิ”

“เอ๋...ต แต่ว่า..” ใจฉันสั่นไปหมด พี่เทย์เลอร์เดินย่างเข้ามาหาฉันจากทางด้านหลังช้า ๆ

“ทำไม? กลัวพี่จะทำอะไรเธอเหรอ”

“ปล เปล่าค่ะ แต่จะบอกเฮียวายังไง?”

“เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

เขาไม่ปล่อยให้ฉันปฏิเสธอะไร

“ก็ได้ค่ะ..” ฉันตอบรับ ยังไงก็ดีกว่ากลับไปนอนเบื่อ ๆ ที่ห้อง ยังไงพี่เทย์กับเฮียวาก็ไม่ปล่อยฉันออกไปเที่ยวอยู่แล้ว

เวลาต่อมา

ประตูบานคู่ของห้องอาหารเปิดออก กลิ่นอาหารหอมลอยมาแตะจมูกทันที แชนเดอเลียร์คริสตัลห้อยระย้ากลางห้อง ดวงไฟสีอุ่นสะท้อนบนโต๊ะอาหารหินอ่อนยาวตลอดแนวผนัง กระจกใสรอบห้องเผยให้เห็นสวนหลังบ้านที่ประดับไฟสวยระยิบ

ฉันเผลอกลืนน้ำลาย ไม่ใช่เพราะหิว แต่เพราะไม่คิดว่าห้องอาหารสำหรับรับรองแขกจะหรูหราหมาเห่าโฮ่ง ๆ ขนาดนี้ เดมี่เอ๊ย!

โต๊ะถูกจัดไว้สำหรับสองที่ แก้วไวน์เรียงอย่างประณีต อาหารจัดมาอย่างดีราวภัตตาคารระดับห้าดาว

“พ่อพี่ชอบทำให้บ้านเหมือนโรงแรมหรู” เขาพูดขึ้นเรียบ ๆ พลางดึงเก้าอี้ให้ฉันนั่ง โดยไม่มองหน้า

“แต่พี่ไม่ชอบความวุ่นวายหรอก เลยใช้เฉพาะตอนจำเป็น”

“แล้ว…วันนี้จำเป็นเหรอคะ?” ฉันถามอย่างลังเล มือเล็กจับขอบจานแน่น

พี่เทย์เลอร์ปรายตามองฉัน ริมฝีปากหยักยกน้อย ๆ

“ก็ใช่สิ…เธอเป็นแขกนี่ น้องสาวเพื่อนสนิท”

ฉันชะงัก นั่นสินะ เผลอคิดว่าตัวเองสำคัญกับเขาไปชั่วขณะ ก็นะ...เขาปรนนิบัติต่อฉันราวกับว่าเป็นเจ้าหญิงในปราสาทหรูหราแห่งนี้ นั่นคงเป็นเพียงสิ่งที่ฉันคิดไปเอง

ไม่นานนัก คุณแม่บ้านก็เดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารและไวน์แบบเงียบ ๆ สงบ เรียบร้อยโดยที่ไม่ต้องออกคำสั่ง

พี่เทย์เลอร์นั่งตรงข้าม มือถือแก้วไวน์ แววตานิ่งลึกของเขายังจับจ้องฉันผ่านแสงไฟสีอำพันราวกับกำลังอ่านใจฉันอยู่

“อร่อยไหม พาสต้าจากเชฟประจำตระกูลทรรศภพ”

เขาถามเสียงขรึม แต่นัยน์ตากลับเจือความขำเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันซัดอาหารในจานซะเต็มเหนี่ยว

ฉันแทบสำลักพาสต้า รีบหลบตาเขาไปมองจานตรงหน้าแทน แต่ในใจกลับร้อนวูบวาบไปหมด เขิน...

หลังจบมื้ออาหารพี่เทย์เลอร์ก็ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก

ตู๊ดด ตู๊ดด

‘ฮัลโหล ว่าไงไอ้เทย์ กูกำลังวุ่นอยู่’

เสียงปลายสายตอบรับกลับมาอย่างวุ่นวาย เดวา หนึ่งในสมาชิกของสโมรสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคกำลังวุ่นวายอยู่กับกองเอกสารในหน่วยงาน

“หึ รู้แล้วครับไอ้คุณเด็กกิจกรรม”

‘สรุปจะโทรมากวนตีนกู?’ ปลายสายย้ำเสียงพร้อมเลิกคิ้ว ในมือถือเครื่องคิดเลขและใบเอกสารการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงาน

“เปล่า กูจะโทรมาขออนุญาตให้ยัยเด็กดื้อ”

‘ทำไม!? เดมี่มันจะหนีเที่ยวผับอีกรึไง’ เมื่อได้ยินเพื่อนจอมโหดพูดถึงน้องสาวก็รีบวางเอกสารกับเครื่องคิดเลขลงทันที หันมาโฟกัสกับโทรศัพท์แทน

“เปล่า กูพาน้องมึงมาเที่ยวบ้านกู แล้วก็จะขอให้ค้างสักคืน”

‘เดมี่ไปบ้านมึง..’

“อ่าฮะ”

‘มึงพาน้องกูไปทำไม?’

จากน้ำเสียงวุ่นวายแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เส้นเสียงต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หากอยู่ใกล้กันบางทีตอนนี้เทย์เลอร์อาจจะโดนแจกหมัดเข้าที่แก้ม

“ใจเย็น กูมาเอาเสื้อผ้าเลยพาเดมี่มาด้วย น้องมึงดันติดใจบ้านกู สงสัยเห็นพวกรูปภาพทริปท่องเที่ยวเยอะ”

‘อืม...เดมี่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนสักเท่าไหร่’

เดวาครางตอบ ดูใจเย็นลง แม้บ้านจะมีฐานะแต่ใช่ว่าครอบครัวของเดวาจะได้เที่ยวบ่อย เขาเองก็เคยมีโอกาสได้ไปบ้านของเทย์เลอร์ เรียกได้ว่าของสะสมและรูปภาพภายในบ้านดูน่าสนใจมากราวกับหลุดไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หากน้องสาวจะสนใจคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“กูเลยชวนน้องค้างที่นี่คืนนึง มีห้องนอนสำหรับรับรองแขก ห้องที่มึงเคยนอนไง”

‘...’ เดวาเงียบไปชั่วอึดใจ เขาไว้ใจเทย์เลอร์และมั่นใจมากว่าเดมี่ไม่ใช่สเปคของเพื่อน แต่อีกใจก็หวั่นเกรงเพราะยังไงเพื่อนรักก็เป็นผู้ชาย มีเลือดมีเนื้อ สมควรจะปล่อยให้อยู่ใกล้ชิดกับน้องสาวตัวเองขนาดนั้นมั้ย? เดวาคิดทบทวน

“ว่าไง?” เทย์เลอร์ถามย้ำ

คนปลายสายนั่งลงกับเก้าอี้ภายในสโมสรนักศึกษา คิดทบทวนสักพักจึงได้คำตอบ

‘เออ ถ้าเดมี่โอเคก็ค้างได้’

“โอเค..”

‘กูไว้ใจมึงเทย์เลอร์’

นั่นคือคำตอบที่เดวาให้กับเพื่อนรักอย่างเทย์เลอร์ มั่นใจมากมายเหลือเกินว่า เพื่อนรักจะไม่กินน้องสาวตัวเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel