บท
ตั้งค่า

Chapter 8 พาสาวเข้าบ้าน

CHAPTER 8

พาสาวเข้าบ้าน

ป้าบ เสียงตบโต๊ะดังขึ้นตรงข้ามเราสองคนในขณะที่ฉันกับนนท์นั่งเคียงข้างกัน และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับบุคคลที่เถื่อนและดิบที่สุด

“ทำอะไรกันครับน้อง ห้องสมุดนะครับไม่ใช่โรงแรม”

“พี่เทย์เลอร์ มาได้ยังไงคะเนี่ย

ฉันที่ตอนแรกกำลังนั่งทำงานอย่างใกล้ชิดกับนนท์ ถอยครูดออกมาห่างจากเพื่อนเล็กน้อยแล้วจ้องหน้าพี่เทย์เลอร์ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ไหน

“ห้องสมุดใครจะมาก็ได้หรือเปล่า?”

โอ้ย เขาจะกวนตีนฉันไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย...แต่ก็คลายความสงสัยได้เมื่อฉันเหลือบไปยังโต๊ะที่อยู่เยื้อง ๆ กัน มีพวกพี่ลีออนกับพี่เอ็มเมอร์นั่งอยู่ตรงนั้น ส่วนเฮียเดวาของฉันคงจะไปทำงานกับสโมสรเช่นเคย

“ก็ใช่อยู่หรอก แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอพี่ที่นี่นี่นา”

“คนรู้จักเหรอเดมี่?”

นนท์หันมาถามฉันพร้อมกับมองหน้าของพี่เทย์เลอร์ไปด้วย

“ก็แค่เพื่อนของพี่ชาย”

เพียงใช้คำว่าก็แค่ สังเกตได้เลยว่าสีหน้าของพี่เทย์ในตอนนี้ ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ หัวคิ้วขมวดมุ่นเป็นปม

“โทษทีว่ะน้อง แต่วันนี้เดมี่ไม่ว่างแล้ว”

“ฮะ ไม่ว่างอะไรคะ?”

ฉันทำหน้าเหวอ แต่ตกใจได้ไม่นานพี่เทย์เลอร์ก็จับข้อมือของฉันให้ลุกขึ้นจากที่นั่งตรงนี้ นนท์รีบลุกขึ้นแล้วเดินตามมาพร้อมกับคว้าแขนของฉันอีกข้างเอาไว้

เดมี่ในตอนนี้เป็นเหมือนสาวฮอตที่มีผู้ชายทรงแบดมาจับมือข้างนั้นทีข้างนี้ทีแล้วดึงกันอย่างกับเล่นชักเย่อ แต่ถามว่าดีใจไหม ไม่ค่ะ! คนมองทั้งห้องสมุดแล้ว!

“จะพาเดมี่ไปไหน ผมกับเดมี่นั่งทำงานกันอยู่ เดี๋ยวก็ต้องส่งรายงานอาจารย์แล้ว”

คำว่า เดี๋ยว ของนนท์ก็อาจจะไม่ถูกสักเท่าไหร่ งานของอาจารย์เสนีย์ส่งตั้งอาทิตย์หน้า บางทีเราอาจจะเริ่มทำเร็วเกินไปด้วยซ้ำ

“ไว้วันหลัง วันนี้หมดเวลาแล้ว เห็นนั่งกันสักพักแล้วนี่”

“สักพัก? โทษนะพี่ จับตามองอยู่ตลอดเลยป่ะ”

นนท์เองก็เป็นคนปะทะตรง ๆ ทรงดูดิบเถื่อนไม่ต่างไปจากพี่เทย์เลอร์ ต่างจากพี่เขาก็แค่ตรงที่นนท์มีรอยสักอยู่ที่แขนแต่พี่เทย์เลอร์ฉันไม่เคยเห็น หรืออาจจะไม่เคยเห็นตอนเขาใส่เสื้อแขนสั้นกันนะ เพราะปกติเจอทีไรก็ใส่แขนยาวตลอด

“ถ้าบอกว่าใช่แล้วจะทำไม?”

“โอเค โอเคค่ะเดี๋ยวหนูไปกับพี่ก็ได้ นนท์เอาไว้เดี๋ยวเราค่อยมาทำงานของอาจารย์เสนีย์กันต่อนะ”

ตัดสินใจห้ามทัพเพราะไม่อยากให้มันวุ่นวายไปมากกว่านี้

ยังไม่ทันจะพูดขาดคำอาจารย์ที่เป็นบรรณาธิการของห้องสมุดก็เดินมา

“ทำอะไรคะนักศึกษา ฉุดกระชากลากถูอยู่กลางห้องสมุดอย่างนี้ได้ยังไง รบกวนคนอื่นเขาไหม?”

“โทษทีครับอาจารย์ เดี๋ยวเรากำลังจะกลับที่นั่งกันแล้ว”

พูดจบพี่เทย์ก็กระชากตัวฉันออกจากแขนของนนท์ในทันทีพร้อมกับลากฉันไปที่โต๊ะซึ่งมีพี่เอ็มเมอร์กับพี่ลีออนนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาผลักให้ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวเอง

“ไง” พี่ลีออนยิ้มทัก

“มาทำงานกับเพื่อนเหรอ?” พี่เอ็มเมอร์ถาม เขานั่งอยู่ข้างๆ พี่ลีออน ไร้เงาเฮียเดวาพี่ชายแสนสุดที่รัก ปกติก็ไม่รักหรอก แต่ถ้าเทียบกับพี่เทย์เลอร์แล้วเฮียวาคือดีกว่าเป็นร้อยเท่า ฮึ่ม ๆ

“ใช่ค่ะ กำลังทำงานอย่างตั้งใจม๊ากมาก แต่มีบางคนแถวนี้แหละมาทำงานหนูเกือบเสีย” ฉันบ่นพร้อมบุ้ยปากไปทางพี่เทย์

“อะไรจะขนาดนั้นวะเทย์ น้องมันนั่งทำงานอยู่กับเพื่อน” ขนาดพี่เอ็มเมอร์คุณชายจอมเนี้ยบเองยังเข้าข้างฉันเลย มีแต่ตาพี่เทย์เลอร์นี่แหละที่เคร่งครัดกับฉันมากเกินไป

“มึงก็เห็นไอ้เอ็ม อย่าทำเป็นติดตลก ไอ้เด็กนั่นมันแทบจะกินยัยเดมี่อยู่แล้ว”

“กิน? โอ้ย เอาอะไรคิดคะคุณพี่ หนูนั่งทำรายงานกันอยู่ค่ะ รายงาน รอ อา ยอ ราย งอ อา นอ งาน สะกดเป็นมั้ยคะ?” ฉันถามพร้อมกับนั่งกอดอกด้วยท่าทีไม่พอใจ

“หึ ซนจริงๆ เดมี่” พี่ลีออนอดขำขึ้นมาไม่ได้ แต่กับฉันนี่สิขำไม่ออกเลย

“แล้วเฮียวาล่ะคะ? ไม่ได้มาด้วยกันหรอกเหรอ?” ฉันหันมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไร้วี่แววของพี่ชาย

“ไอ้วามันไปช่วยทำงานอยู่ที่สโมสรนักศึกษา”

พี่เอ็มเมอร์เป็นคนตอบ ส่วนมือยังคงทำง่วนอยู่กับการทำแผนงานในไอแพด ฉันแอบชำเลืองมองจากที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“พี่เอ็มทำอะไรอยู่เหรอคะ? ทำงานเหรอ?”

เมื่อเห็นเขาดูตั้งใจขมักเขม้นจนอดที่จะถามขึ้นไม่ได้

“อืม โปรเจคครอบครัวน่ะ คิดว่าจะรีโนเวทรีสอร์ตทางภาคใต้”

“หึ รวยจริงคุณชาย” พี่ลีออนยิ้มมุมปาก

“โห เก่งจังค่ะ ขนาดเรียนอยู่ปีสามยังต้องคิดเรื่องช่วยที่บ้านทำงานด้วย ไม่เหมือนคนบางคน ดูว๊างว่าง..”

ฉันพูดพร้อมชำเลืองมองคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งจากคำพูดของฉันก็ทำให้พี่เทย์เลอร์ฉุนอยู่ไม่น้อย เขาเถียงขึ้นในทันที

“อะไร ใครว่างไม่ทราบ?”

“ก็เปล่าค่ะ หนูก็พูดลอยๆ ใครอยากจะรับก็รับไป”

ฉันพูดพร้อมทำท่าทางลอยหน้าลอยตาไม่สนใจเขาอีกเป็นครั้งที่สอง แต่กลับหันไปชวนพี่เอ็มและพี่ลีออนคุยแทน

“พี่ลีออนขา มีใครเคยบอกพี่มั้ยว่าพี่หล่อมาก สเปคสุดๆ”

ฉันหันไปหยอกล้อพี่ลีออนหนุ่มหล่อสุดฮอตแทนที่จะสนใจพี่เทย์เลอร์

“หล่อขนาดนั้นเลย? หึ ก็มีคนบอกอยู่บ่อย ๆ”

พี่ลีออนพูดพร้อมทำท่าเต๊ะหน้าหล่อ เขาดูดีที่สุดในบรรดาแก๊งค์ทั้งสี่คนแล้ว ที่จริงทุกคนก็หล่อมาก แต่คนนี้เด่นและออร่าที่สุดเลย ขนาดว่าฉันชอบพี่เทย์เลอร์ที่สุดก็ยังต้องยอมรับว่าพี่ลีออนคือเด่นมาก

“น้อย ๆ หน่อยเถอะมึง แล้วพี่ไม่หล่อเหรอ?”

เป็นพี่เอ็มเมอร์ที่ถามขึ้นบ้าง

“ก็หล่อทุกคนนั่นแหละค่ะ ยกเว้นคนที่นั่งอยู่ข้างหนู... คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ชอบนั่งทำหน้าโหด แถมยังดุอีกต่างหาก”

“ก็เพราะดุแบบนี้ ไอ้วาถึงสั่งให้มันมาคุมเดมี่ไง”

พี่เอ็มเมอร์พูดเคล้าหัวเราะเบา ๆ แต่ทำเอาฉันหน้าเบ้ หล่อก็จริง สเปคก็จริง แต่ฉันไม่มีวันยอมให้เขามาควบคุมฉันได้หรอกนะ

เวลาต่อมา

เป็นวันที่ฉันต้องกลับคอนโดพร้อมกับพี่เทย์เลอร์ แต่แทนที่รถจะเลี้ยวไปทางคอนโดวีไอพีของมหาวิทยาลัย กลับเป็นเลี้ยวออกถนนเส้นนอกแทนซะอย่างนั้น

“เราจะไปไหนกันคะ? ไม่ได้จะกลับห้องหรอกเหรอ”

“ไปบ้านพี่”

“บ้านพี่? ไปทำไมคะ”

“เดี๋ยวพี่จะแวะไปเอาเสื้อผ้ามาเพิ่ม”

“ถ้าเสื้อผ้าพี่ไม่พอไม่ต้องมาตามดูแลหนูที่คอนโดเฮียวาก็ได้นะ หนูดูแลตัวเองได้ โตแล้วค่ะ”

“โตแต่ตัวล่ะสิไม่ว่า”

“เอ๊ะ พี่นี่ยังไง ชอบว่าหนูอยู่เรื่อยเลย แล้วมาตามเทียวรับเทียวส่งดูแลกันขนาดนี้เป็นเพราะคำสั่งของเฮียวาหรือว่าแอบชอบหนูกันแน่ล่ะเนี่ย?”

“หลงตัวเอง ใครจะไปชอบเธอยัยเด็กดื้อ”

“คำก็ดื้อสองคำก็ดื้อ หนูไม่สวยเหรอพี่ถึงไม่ชอบ”

เป็นอีกครั้งที่ฉันถามพี่เขาเรื่องความสวย มั่นใจว่าตัวเองก็สวยไม่แพ้ใครแน่นอนเพราะผู้ชายที่ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ได้รู้จักฉันส่วนใหญ่ก็เข้ามาจีบกันทั้งนั้น ยิ่งพี่เทย์เลอร์ที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ไม่มีทางที่จะรอดเงื้อมมือกันไปได้เลย

“...” เขาเลือกไม่ตอบแต่ขับรถต่อไปทำท่าไม่สนใจ ฉันแอบลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

บ้านทรรศภพ

รถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูเหล็กสีดำที่เปิดออกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้ามาจอดบริเวณลานหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเนื้อที่หลายไร่ รอบด้านรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ตัดแต่งอย่างสวยงาม และสนามหญ้าสีเขียวสดชอุ่ม บรรยากาศยามเย็นยิ่งเสริมให้ดูหรูหรา

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า คฤหาสน์สไตล์ยุโรปคลาสสิกหลังใหญ่สองชั้น ผนังสีขาวสะอาดตาตัดกับหลังคาสีเทาเข้ม ประตูหน้าบ้านเป็นบานไม้ขนาดใหญ่สลักลวดลายอย่างประณีต บ่งบอกถึงความหรูหราและระดับฐานะทางสังคม

“ที่นี่…บ้านพี่เหรอ?” ฉันถามเบา ๆ ขณะเดินลงจากรถ บ้านฉันเองก็ใช่ว่าจะไม่มีฐานะ แต่บ้านของพี่เทย์เลอร์นั้นใหญ่เกินกว่าที่คาด

“อือ คนเยอะนิดหน่อย เดินตามมาสิ” พี่เทย์ตอบพลางหยิบกระเป๋าเป้สีดำของตัวเองเดินนำขึ้นบันไดไปอย่างไม่คิดอะไร

เมื่อก้าวเข้ามาด้านใน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมจากดอกไม้สดที่จัดวางตามมุมต่าง ๆ ของบ้านลอยเข้าจมูก ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศตัดกับอากาศร้อนด้านนอกอย่างชัดเจน เพดานสูงโปร่งทำให้บรรยากาศภายในยิ่งดูโอ่อ่า ผนังตกแต่งด้วยภาพถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมโลโก้ของบริษัท 'Tassaphob TOUR & TRAVEL' ที่ประดับไว้อย่างโดดเด่นบนผนังตรงโถงกลาง

ด้านหนึ่งของคฤหาสน์ถูกจัดเป็นโซนสำนักงาน พนักงานหลายคนกำลังนั่งทำงานหลังคอมพิวเตอร์ บางคนคุยกับลูกค้าผ่านโทรศัพท์ บางคนกำลังจัดแฟ้มเอกสารวางเรียงบนชั้นไม้บิลต์อิน ด้านนอกมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งกำลังนั่งรอรับบริการในโซนรับรองที่ตกแต่งด้วยโซฟาหรูและโต๊ะกาแฟหินอ่อน

ในอีกฟากของเนื้อที่ว่างเต็มไปด้วยรถทัวร์สีเทาตัดขาวใหม่เอี่ยมแสดงให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่และเช็คสภาพอย่างดีอยู่เกือบยี่สิบคัน พร้อมกับโลโก้ติดด้านข้างตัวใหญ่ตัวโตสีดำ 'ทรรศภพทัวร์'

“บ้านของพี่ทำบริษัททัวร์เหรอคะ”

ยอมรับว่าตะลึงและอ้าปากค้างไปเลย แม้ว่าบ้านของฉันเองก็จะมีฐานะดีไม่ต่างกัน แต่บ้านพี่เทย์เลอร์นั้นดูหรูหราและมีความเป็นผู้ดีกว่ามาก...

“บริษัททัวร์ของครอบครัวพี่ ทำทั้งในประเทศและต่างประเทศ พ่อไม่อยู่หรอก ไปดูงานอยู่ฝั่งยุโรป” พี่เทย์หันมาบอกให้คลายกังวลเมื่อเห็นฉันเริ่มจะเกร็งกับบรรยากาศที่ดูจริงจังรอบตัว

ฉันพยักหน้าเบา ๆ พยายามเก็บสีหน้าตื่นเต้นเอาไว้ เทสนักเลง แต่บ้านรวย ไม่แปลกใจเลยทำไมเขาถึงฮอตได้มากขนาดนี้

“ตามมา เดี๋ยวพาขึ้นห้อง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel