Chapter 10 ออกอาการเกินพี่ชาย
CHAPTER 10
ออกอาการเกินพี่ชาย
หลังมื้อค่ำ พี่เทย์เลอร์เดินนำฉันออกจากห้องอาหาร ไม่ได้หันมามองว่าฉันเดินตามมารึเปล่า แต่จังหวะก้าวของเขาช้าลงเล็กน้อย ราวกับกำลังรอให้ฉันเดินเคียงข้างไปพร้อม ๆ กัน
เมื่อเดินมาถึงโถงหน้าห้องรับรอง เขาหยุดหน้าประตูไม้สีน้ำตาลเข้ม ยกมือขึ้นไขกุญแจอย่างเงียบ ๆ
“ห้องนี้ของเธอ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ นิ้วเรียวยาวยังคงจับลูกบิดไว้
“ขอบคุณนะคะ ใจดีจังเลยวันนี้” ฉันตอบอย่างร่าเริง รู้สึกสนุกเหมือนกำลังจะได้เที่ยว ฉันกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องแต่แล้วก็ชะงักลงหันกลับมามองพี่เขา
“มีอะไรอีก?” พี่เทย์เลอร์ถาม น้ำเสียงดูเย็นชา
“หล่อขนาดนี้ บ้านรวยขนาดนี้ ทำไมยังโสดอยู่อีกล่ะคะ? ” ถามในสิ่งที่คลางแคลงใจ
เขาเงยหน้าขึ้นสบตาฉันทันที แววตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดนิด ๆ
“ก็...ไม่ได้คิดจะจริงจังกับใคร” เขาตอบเสียงราบเรียบ เหมือนไม่เคยคิดมาก่อนว่าฉันจะถามคำถามนี้
“พี่นี่...เสน่ห์แรงนะ” ฉันยังคงปากกล้า แม้หัวใจจะเต้นแรงจากแววตาที่จ้องมาอย่างไม่ลดละ
เขาเดินเข้ามาใกล้ จนฉันต้องเงยหน้าขึ้น มือหนายกขึ้นเท้ากำแพงด้านข้างใบหน้าฉัน ร่างสูงแผ่พลังบางอย่างที่ทำให้อากาศรอบตัวหนักขึ้นจนหายใจติดขัด
“ชมขนาดนี้ อยากได้พี่เหรอ?” เขากระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู
“เอาเลยมั้ย? แม่บ้านอยู่ชั้นล่างหมดแล้ว” เขาถามย้ำ
ฉันกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไอ้ปากก็เคยพูดกับตัวเองอยู่หรอกว่าอยากจะเป็นเด็กใจแตก เอากับผู้ชายไม่เว้นแต่ละวัน เที่ยวให้ทั่ว มั่วให้ถึง แต่ท้ายที่สุดใจมันก็ไม่กล้า ขนาดจะมีอะไรกับผู้ชายสักคนฉันยังไม่เคยเลย
“ก็เข้ามาสิคะ ในห้องไม่มีใครอยู่...มีแค่เรา สองคน”
ฉันเลือกที่จะท้าทายแล้วทำสีหน้ายั่วยวน ทำใจดีสู้เสือ ไม่ให้เขาเห็นว่าเนื้อตัวตอนนี้สั่นราวกับลูกนกที่หารังไม่เจอ เขายิ้มมุมปากช้า ๆ อย่างดูอันตราย
“หึ ยั่วเก่งดีนี่ แบบนี้พี่ชอบ...”
มือหนาผละออกจากผนัง เขาหันไปเปิดประตูให้ฉัน ร่างสูงยังยืนขวางอยู่ตรงหน้าห้อง
“คืนนี้หลับให้สบายเถอะ ประตูล็อกจากด้านในได้ แต่ถ้านอนคนเดียวไม่ได้...ห้องพี่อยู่สุดทางเดิน ขวามือ”
“หรือหนูจะไปนอนกับพี่ดี หืม?” เห็นเขาปฏิเสธก็ยิ่งอยากแกล้ง ลองรุกให้หนักขึ้นดูสิว่าจะเป็นยังไง
“ถ้ามาห้องพี่ เข้าแล้วออกไม่ได้นะครับ...ฟ้าไม่สางพี่ไม่ปล่อยนะ หึ”
คำพูดของเขาทำเอาฉันหน้าแดงซ่านอย่างเก็บอาการไม่อยู่อีกต่อไป เขาขำเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางประหม่าสู้ต่อไม่ได้ของฉัน
มองหน้าฉันแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปโดยไม่หันมามองอีก ปล่อยให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงไปหมด กับความรู้สึกบางอย่างที่เขาทิ้งไว้ให้ คนบ้า! ทำไมเทสนักเลงแต่แพรวพราวเจ้าชู้ขนาดนี้นะ เห็นทีต้องสั่งให้ไอวี่เช็คประวัติซะแล้ว!
เข้าห้องมาได้ก็รีบหยิบโทรศัพท์มาแชทหาเพื่อนรักในทันที
[เดมี่ : ไอวี่ มีเรื่องอยากจะให้ช่วยหน่อย]
[ไอวี่ : อะไรจ๊ะเพื่อนรัก? แล้วคืนนี้ไม่มาเที่ยวด้วยกันเหรอ นนท์มันมาด้วยนะ บอกอยากเจอแก]
[เดมี่ : คืนนี้ติดธุระ ช่วยเช็คเรื่องพี่เทย์เลอร์ให้ทีสิ]
[ไอวี่ : หืม เพื่อนพี่ชายแกน่ะนะ แก๊งค์หนุ่มฮอต BBA]
BBA คือชื่อย่อของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคของเรานิยมเรียกกันแบบนั้น
[เดมี่ : อือ ขอแบบละเอียดยิบ มีผู้หญิงกี่คน มีแฟนกี่คน ควงกับใครอยู่ สเปคเป็นแบบไหน ช่วยเช็คให้ทีนะเพื่อนรัก]
[ไอวี่ : โอเค ได้เลย...เดี๋ยวกลับถึงห้องวันนี้จะลองเช็คให้]
ไอวี่ตอบรับทำเอาฉันสบายใจขึ้นเปราะหนึ่ง จะเล่นกับเสือก็ต้องดูประวัติภูมิหลังด้วย ฉันจะไม่ยอมเล่นแบบไม่รู้อะไรแน่...งานนี้พี่เทย์เลอร์จอมโหดจะต้องยอมศิโรราบอยู่ใต้อกฉันเท่านั้น! มาทำให้หนูถูกใจแล้วก็อย่าหายไปไหนนะคะพี่เทย์เลอร์ขา หนูนี่แหละจะเอาพี่ให้อยู่หมัดเลย คอยดู!!
ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นสเปค
ไม่ใช่เพียงเพราะเขาดู เถื่อน ดิบ แบดบอย
แต่ฉันรู้สึกท้าทาย...และหลงเสน่ห์พี่เขาเข้าอย่างจัง
พี่เทย์เลอร์...ผู้ชายที่สุดแสนจะอันตรายต่อใจของฉันเอง
เช้าวันต่อมา
ฉันตื่นมาแต่เช้า ซึ่งคาดว่าตอนนี้พี่เทย์ยังไม่ตื่นด้วยซ้ำ สายตาคู่สวยเหลือบไปมองทางห้องนอนสุดทางเดิน ขวามือ คำที่เขาบอกฉันเมื่อวาน อ่า...แค่คิดขึ้นมาใบหน้าก็แดงซ่านไปถึงใบหูแล้ว คนบ้า! พูดจาทะลึ่ง
"อ๊ะ แขกของคุณเทย์.." คุณป้าแม่บ้านดูมีอายุสวมชุดยูนิฟอร์มเป็นเสื้อคอปกสีครีมกับกางเกงสีน้ำตาลขายาวดูเรียบร้อยเอ่ยทักทายฉัน ผมเรียบร้อยถูกรวบมัดเป็นมวยดูเป็นระเบียบ
"อ่า คือ..หนูตื่นแล้วน่ะค่ะ แต่ดูเหมือนพี่เทย์เลอร์จะยังไม่ตื่น"
"อ๋อ เมื่อคืนคุณเทย์เข้าไปช่วยดูงานที่ส่วนบริษัทด้านหลังค่ะ เลยอาจจะนอนดึกไปสักหน่อย"
"โซนบริษัทงั้นเหรอคะ ... ตรงที่รับบริการลูกค้าทัวร์รึเปล่า"
"ใช่ค่ะๆ"
"งั้นหนูขอไปเดินเล่นตรงส่วนนั้นได้มั้ยคะ"
ฉันทำตาเป็นประกายวิ้ง ๆ ตอนนี้ฉันสวมชุดนักศึกษาเหมือนเมื่อวาน ส่วนชุดที่ใส่นอนเมื่อคืนพี่เทย์เลอร์ให้แม่บ้านจัดมาไว้ให้ ส่วนชุดนักศึกษาก็ถูกซัก อบแห้ง และรีดมาเป็นเรียบร้อยอย่างดี
"ที่จริงก็ไม่ได้มีความลับอะไรหรอกค่ะ ถ้าคุณเทย์เลอร์ไม่ว่าอะไรก็น่าจะได้นะคะ" คุณป้าแม่บ้านทำท่าทีครุ่นคิด ส่วนฉันในตอนนี้ยิ้มกริ่ม คิดอะไรสนุก ๆ ขึ้นมาได้อีกแล้วสิ
"งั้นขออนุญาตไปนะคะ!" ฉันยิ้มร่าเริงแล้วรีบวิ่งลงไปที่ชั้นล่างในทันที
"อะ อ้าว เดี๋ยวสิคะคุณ..." คุณป้าแม่บ้านเรียกฉันเอาไว้อย่างลังเลพลางเหลือบมองไปทางด้านประตูห้องทางปีกขวาซึ่งเป็นห้องของพี่เทย์เลอร์ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้หักห้ามอะไรฉัน
ผ่านไปสามชั่วโมง
[เทย์เลอร์ Part]
ผมตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาเกือบจะสิบโมงแล้ว เผลอหลับไปเพราะเมื่อคืนไปช่วยดูงานที่โซนบริษัทด้านหลัง เห็นพ่อให้เลขามาแจ้งว่าจะมีจัดทัวร์ของลูกค้าวีไอพีแบบด่วนพิเศษไปที่นอร์เวย์พร้อมกับชมแสงเหนือ ผมเองก็วุ่นวายไปด้วยเพราะทางลูกค้าต้องการจะเปลี่ยนสายการบินและอัพจากบิสซิเนซมาเป็นเฟิร์สคลาส
ทำงานวุ่นจนลืมไปเลยว่า ยัยเด็กจอมจุ้นเดมี่ น้องสาวเพื่อนของผมเองก็พักอยู่ที่นี่ด้วย
ผมสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวพับแขนขึ้นพร้อมกับกางเกงสแล็คสีดำดูสุภาพและพร้อมทำงานตลอด ขัดกับลุคแบด ๆ ที่สาว ๆ ในมหาวิทยาลัยต่างหลงใหลกันนักหนา
"ป้านาครับ แล้วน้องสาวที่ผมพามาเมื่อวานไปไหน?" เมื่อเคาะประตูอยู่สักพักยัยเด็กเดมี่ยังไม่ออกมา ผมก็ขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกับถามป้าหัวหน้าแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี
"ยัยหนูคนสวยผมลอน ๆ น่ะเหรอคะ เห็นบอกอยากไปเดินดูโซนบริษัทด้านหลัง แต่นี่ก็หายไปหลายชั่วโมงแล้วนะคะ"
ป้านาพูดทั้งที่ในมือยังคงถือช่อดอกไม้และแจกันเอาไว้ในมือเพื่อเตรียมจะเอามาตกแต่งคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ให้ดูมีสีสันต์อยู่ตลอดเวลา ส่วนผมเมื่อได้ยินแบบนั้นคิ้วก็ขมวดเข้าเป็นปมหากันอีกครั้ง
"ยัยเด็กดื้อเอ๊ย" ผมรีบเดินไปส่วนด้านหลังคฤหาสน์ที่จัดไว้เป็นบริษัททันที กลัวว่าน้องสาวเพื่อนคนนี้จะไปทำป่วนอะไรเอาไว้อีก ยัยเด็กนี่ยิ่งซน ๆ อยู่ เอะอะหนีเที่ยว เอะอะอ่อยผู้ชาย แม่ง โคตรหงุดหงิด โคตรไม่ใช่สเปค ไม่แปลกใจทำไมไอ้เดวากล้าเอามาปล่อยให้ผมเลี้ยงเหมือนนุ่งเหมือนน้องอีกคน
"โห...จริงเหรอคะ พี่บลูตกปลาที่เมืองทรอมโซโชว์นักท่องเที่ยวเลยเหรอคะ อยากไปจังเลย หนูยังไม่เคยไปเที่ยวนอร์เวย์เลยค่ะ"
เสียงหวานของผู้หญิงที่แสนจะคุ้นหูทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้ามาที่โซนสำนักงานก็เจอกับเดมี่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟาหนังตัวสีดำ พูดคุยระริกระรี้อย่างสนิทสนมกับผู้ชาย...พนักงานภายในบริษัทผมเอง
จะเรียกว่าพนักงานธรรมดาก็คงไม่สะดวกนัก บลู อายุยี่สิบห้าปีเป็นหัวหน้าไกด์ของบริษัทผมเอง แม้จะอายุยังน้อยแต่เป็นคนโปรดของพ่อ ทำงานดีและมีวินัย สูง ขาว แต่งตัวดี มีความรู้ เก่งภาษา ค่อนข้างฮอตอยู่พอตัวในสำนักงาน
"เดมี่.." เสียงของผมเฉียบและเย็นเมื่อเรียกชื่อเธอ เดมี่ที่กำลังนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่นหันกลับมามองหน้าผม
"อ้าว พี่เทย์.." เธอลุกขึ้นจากโซฟาหนังเดินเข้ามาหาผมพร้อมรอยยิ้ม สังเกตได้ว่าบลูจับตามองเธอไม่ปล่อย
"มาทำอะไรที่นี่ พี่ไม่ได้อนุญาตให้เธอมารบกวนพนักงานในบริษัทนะ" ผมเค้นเสียงดุ ส่งสายตาเฉียบไปยังบลู ส่วนพนักงานคนอื่น ๆ ก็ง่วนอยู่กับงานเอกสาร จัดกรุ๊ปทัวร์ แผนกโปรโมต และหลาย ๆ แผนกวุ่นวายกันในช่วงสายของวัน
"พี่เทย์ขา หนูไม่ได้กำลังรบกวนใครสักหน่อย แค่เข้ามาดูการทำงานของบริษัทพี่ก็เท่านั้นเอง วุ่นวายพอ ๆ กับตลาดเดชะเดชของคุณพ่อหนูเลยค่ะ"
ผมรู้จักดี ตลาดเดชะเดช ไม่ใช่เพียงตลาดธรรมดา แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ขายทั้งอาหารสดและค้าส่งผักผลไม้ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ใหญ่ของภาคกลาง ธุรกิจครอบครัวของไอ้เดวาเพื่อนรัก
"ก็เพราะวุ่นวายนี่แหละเธอถึงไม่ควรมารบกวนพนักงานของพี่ โดยเฉพาะ..คุณหัวหน้าไกด์" ผมปรายสายตาไปมองบลู ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกันดูสนุกสนานจนใจผมมันขุ่นมัวขึ้นมา
"ไม่ได้รบกวนอะไรหรอกครับเทย์เลอร์ พี่คุยกับน้องเดมี่เรื่องทริปล่าแสงเหนือที่นอร์เวย์ แล้วก็ตกปลาในอาร์กติกแบบนอร์เวย์แท้ ๆ ที่เมืองทรอมโซ"
บลูตอบหน้าระรื่น แต่ผมกลับไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่
"ไปเดมี่...กลับ เดี๋ยวจะพาเธอกลับไปส่งคอนโดแล้ว"
ผมตอบเสียงเรียบพร้อมดึงแขนเธอออกมาจากตรงนั้นที่ใกล้กับผู้ชายคนอื่น รู้สึกมันไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไหร
ว่าแล้วก็โอบไหล่เล็กนั้นเอาไว้อย่างแนบแน่นแบบที่ไม่เคยเป็น
"อ๊ะ.." คนตัวเล็กสะดุ้งตกใจเล็กน้อย หันมามองแขนผมที่โอบเธอเอาไว้ ผมไม่ตอบอะไรแต่ยังคงโอบไว้แบบนั้นจนในที่สุดก็พาออกมาจนพ้นโซนสำนักงาน
"อะไร?" ผมถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำหน้าทำตาสงสัย
"พี่มาโอบหนูไว้ทำไมคะ?"
"ก็แค่โอบ จะโวยวายอะไร" ผมโอบให้แน่นขึ้นกว่าเดิม สัมผัสได้ว่าเดมี่ตัวแข็งทื่อ ใบหน้าสวยหมวยขึ้นเป็นริ้วแดง
"เปล่าโวยวายสักหน่อย แล้วนี่เราจะกลับกันเลยเหรอคะ"
"ใช่.." ผมตอบพึมพำ
"ก็ไหนว่าจะจัดทริปทัวร์ให้ไง"
"ถ้าอยากไปต่างประเทศต้องรอขอป๊ากับม๊าเธอก่อน"
ตอนแรกก็คิดจะแอบพาไป คิดไปคิดมาผมไม่อยากทะเลาะกับไอ้เดวา ที่สำคัญกลัวว่าจะเป็นการทำเกินหน้าที่พี่ชาย
ผมกำลังพยายามหักห้ามใจ...
ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าแม่งเป็นอะไร
หลัง ๆ มานี่รู้สึกหวงยัยเด็กนี่อย่างบอกไม่ถูก ก็หวังแต่ว่าจะเป็นแค่เพียงความห่วงแบบฉบับพี่ชาย ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น...
ไม่มีอะไรเกินเลย และไม่มีทางเกินเลย...
แต่แล้วผมที่โอบไหล่ยัยเด็กดื้อเอาไว้แน่นก็ต้องตกใจสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินน้ำเสียงทุ้มทรงพลังที่แสนจะคุ้นเคยทักดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"เทย์เลอร์ นั่นพาใครมาบ้าน?"
