Chapter 7 โดนลงโทษ
CHAPTER 7
โดนลงโทษ
“โอ้ย เบา ๆ ก็ได้ค่ะ กระชากแรงขนาดนี้กะจะให้หนูล้มหน้าทิ่มหรือไง”
ฉันบ่นอุบเมื่อโดนเขากระชากแขนแล้วผลักเข้ามาในห้องจนแทบจะล้มหน้าคะมำอยู่แล้ว ตาพี่บ้าเอ๊ย! ฉันก็นึกว่าเขาหลับไปแล้วซะอีก นี่แกล้งกันหลอกงั้นเหรอ
“เด็กหนีเที่ยวก็ต้องโดนลงโทษ ไอ้วาสั่งไว้ว่ายังไง?”
“ก็แค่ให้พี่มาคุมความประพฤติ แต่พี่หลับไปแล้วหนูจะไปไหนก็เป็นเรื่องของหนู”
ฉันเถียงสู้เชิดหน้าจ้องเขา มือหนาปิดประตูเสียงดังปึ้งพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของฉันอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าโหดของพี่เทย์เลอร์ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาที่แขนอย่างบอกไม่ถูก ต่างจากเฮียวาลิบลับ...พี่ชายฉันรายนั้นดูใจดีจะตาย
“ทำไมถึงชอบเที่ยวขนาดนั้น มันสนุกมากเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ มันสนุกมาก มันกระชุ่มกระชวยหัวใจ มันดีกว่าอยู่ในห้อง”
ฉันเถียงต่อปากต่อคำไม่เลิกพร้อมกับเชิดหน้ามองเขาทั้งที่ตัวเองตอนนี้อยู่ในสภาพชุดนอนแขนยาวขายาว ด้านข้างก็สะพายกระเป๋าผ้าสีขาวสำหรับใส่เสื้อผ้าที่เอาไว้ไปเปลี่ยนตอนเข้าผับ
การเที่ยวสำหรับฉันนั่นคือการปล่อยใจให้จอย สนุกดื่มกับเพื่อนและเมาให้เรื้อนแล้วก็ลืมเรื่องร้าย ๆ ไป ที่นั่นฉันมักเป็นจุดสนใจ ผู้ชายหลายโต๊ะมองมาที่ฉันและอยากเข้ามาทำความรู้จัก นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันชอบไปเที่ยวกับเพื่อน
“เที่ยวนานทีไอ้วาก็คงไม่ว่าอะไร แต่ดูสภาพเธอแล้ว...หนักเกินจะเยียวยา”
เขาจับจ้องมองใบหน้าฉันพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ มือของเขาคว้าแย่งกระเป๋าผ้าที่ฉันสะพายอยู่ด้านข้างไป
“อ๊ะ เอาคืนมานะ นั่นกระเป๋าของหนู”
ฉันพยายามจะฉกชิงแย่งคืนแต่ก็ไม่เป็นผล เขาตัวใหญ่กว่า สูงถึง 187 เซนติเมตร แรงก็เยอะกว่า พี่เทย์เลอร์แย่งกระเป๋าผ้านั้นไปแล้วหยิบเสื้อผ้าน้อยชิ้นของฉันขึ้นมาดู
“อันนี้เรียกเสื้อผ้า?”
“แล้วพี่จะมายุ่งอะไรกับของหนูคะ เอาคืนมาเลยนะ”
ขนาดเฮียวายังไม่ทำขนาดนี้เลย พี่เทย์เลอร์โหดเกินไปแล้ว...
“เศษผ้าชัดๆ” ปรายตามองแล้วแกว่งเสื้อหมาไซส์มินิของฉันไปมาในมือก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นไป
“เข้านอนได้แล้ว เที่ยงคืน เกินเวลาเข้านอนของเด็ก”
“หนูไม่ใช่เด็ก อายุก็ตั้งสิบเก้าแล้ว เรียนอยู่ตั้งปีหนึ่งแล้วด้วย”
“อายุสิบเก้า เข้าผับได้?”
“ถ้าอยากจะเข้าก็เข้าได้ค่ะ”
แน่นอนว่าเดมี่คนนี้หาวิธีได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“งั้นก็เสียใจด้วย คืนนี้เธอคงไปไหนไม่ได้”
ว่าแล้วเขาก็ดึงแขนของฉันลากให้เข้าห้องนอนไปโดยไม่ยอมให้เถียงอะไรอีกเป็นครั้งที่สอง
ร่างเล็กถูกผลักและโยนลงบนเตียงภายในห้องนอนอย่างแผ่วเบา แต่สิ่งที่ทำให้เดมี่คนนี้ช็อคที่สุดก็คือพี่เทย์เลอร์เองก็ล้มนอนอยู่ข้าง ๆ ฉันด้วย
“โอ้ย พี่ทำอะไรคะเนี่ย”
ฉันเงยหน้าจ้องสบตา รู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองในตอนนี้มันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แขนกำยำกอดล็อกฉันเอาไว้บนเตียง กดหัวฉันแนบกับแผงของเขา
“เอาเด็กดื้อเข้านอน”
“ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้... หนูนอนเองได้”
ฉันที่ตอนนี้พยายามจะดื้อดึง แต่ก็ยากเกินกว่าจะดีดดิ้นให้เป็นอิสระ ที่สำคัญนี่มันก็ใกล้ชิดเกินไปแล้ว
“ทำไม แค่กอดไม่ได้เหรอ? ปกติก็เห็นชอบเข้าหาผู้ชาย”
“นะ นั่นมันคนละเรื่องกันค่ะ”
ฉันว่าพร้อมกับเชิดหน้าพยายามไม่สบตาเขาไปมากกว่านี้ ไม่งั้นต้องเห็นแน่ว่าหน้าฉันตอนนี้แดงซ่านและเขินอายมากแค่ไหน ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนไหวภายในจิตใจ
แต่ก็ยิ่งดูเหมือนโดนแกล้งเข้าไปเสียทุกที
เขากระซิบข้างหูแล้วเอ่ยถามด้วยคำถามที่สุดแสนจะสยิวไปทั่วทั้งหัวใจ
“ก็ไหนวันแรกเจอกันบอกอยากให้พี่ทำกับเธอไง เห็นอ่อยเก่งดีนี่”
“บ้า...ไม่ได้อ่อยสักหน่อย” ปฏิเสธเสียงแผ่วทั้งที่ความจริงแล้วทั้งยั่วทั้งเว้าวอน คงเพราะเมาแล้วแพ้คนหล่อ
ก็ช่วยไม่ได้...ก็พี่ตรงสเปคหนูซะทุกอย่างเลยนี่คะ เทสนักเลงอย่างที่ไอวี่มันว่านั่นแหละ
“ชอบพี่?”
“หลงตัวเอง... ไม่ใช่นะ”
“ปากปฏิเสธ แต่หน้าเธอนี่แดงไม่ไหวแล้ว”
“พี่เทย์เลอร์อ่า... อย่าแกล้งหนูสิ..”
เขาแกล้งฉันแรงเกินไปแล้ว รู้บ้างไหมว่าคนที่โดนกอดมันหวั่นไหวจริง
“แล้วจะนอนหรือยังสรุป จะหนีเที่ยวอีกไหม?”
“ไม่แล้ว ไม่ไปไหนหรอกค่ะ”
จะให้หนีไปไหนได้ล่ะ ก็เล่นโดนกอดซะขนาดนี้ สุดท้ายพอรับปากว่าจะไม่ไปไหนพี่เทย์เลอร์ก็คลายอ้อมกอด แต่ยกแขนเท้าหัววางศีรษะบนฝ่ามือและจับจ้องมองฉันที่ตอนนี้นอนขดเป็นลูกแมวพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับคนกำลังเป็นไข้
“งั้นก็นอนได้แล้ว... หลับตาลง”
เขาพูดอย่างอ่อนโยนลง ขัดกับลุคที่ดูแบดบอยเสียเหลือเกิน แม้ใบหน้าจะไม่ดุมาก หล่อเกลี้ยงเกลา แต่ก็มีความโหดถ่ายทอดออกมาผ่านลักษณะท่าทางและนิสัยของเขา ซึ่งนั่นล่ะเป็นจุดที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า...ชอบผู้ชายทรงนี้ โดยเฉพาะพี่เทย์เลอร์ ฉันไม่อาจละสายตาไปมองใครได้แม้จะมีผู้ชายหล่อกว่านี้สักสิบเท่าพันเท่า
เช้าวันต่อมา
คณะบัญชี
วันนี้ฉันมาเรียนที่มหาวิทยาลัยโดยมีพี่เทย์เลอร์แวะมาส่งเข้าเรียนก่อนที่เขาจะขับรถกลับไปคณะบริหารของตัวเอง
“ไงจ๊ะ ง่วงนอนมาจากไหนเดมี่”
เมื่อเดินเข้ามา ไอวี่ที่นั่งที่โต๊ะหินอ่อนใต้ตึกก็เอ่ยทักทายในทันที มีเพื่อนชายนั่งอยู่อีกสามคน
“ไงเดมี่” โดยเฉพาะกับคนนี้ นนท์ เพื่อนผู้ชายคนที่สนิทกับไอวี่มากที่สุด ทั้งหน้าตาและท่าทางดูแบดบอย มีรอยสักอยู่ที่แขนข้างขวา แต่หากใส่เสื้อนักศึกษาปิดก็ไม่อาจเห็นได้ เรียกได้ว่าทรงนี้ตรงใจฉันสุด ๆ แต่สำหรับเดมี่คนนี้แล้วขีดเส้นใต้เอาไว้ว่าถ้าเป็นเพื่อนก็ต้องหยุดแค่เพื่อน
“ไงนนท์... หวัดดีทุกคน”
ฉันเอ่ยทักทายให้กับเพื่อนชายทุกคนรวมถึงไอวี่ด้วย ฉันนั่งลงข้างไอวี่ส่วนตรงข้ามก็มีเพื่อนผู้ชายอย่างนนท์แล้วก็อีกสองคนด้วย เรย์ ซิมส์
“วิชานี้ของอาจารย์เสนีย์เขาให้จับคู่กันทำงาน เย็นนี้เราต้องไปห้องสมุดกันด้วยนะ”
เรย์ ที่ดูจะเป็นคนคงแก่เรียนที่สุดใส่แว่นตาและเนิร์ดเอ่ยขึ้นมา ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ทั้งหมดห้าคน
“ไอวี่ แกคู่ฉันใช่ไหมเนี่ย” ฉันหันไปถามเพื่อน
“ก็อยากจะคู่อยู่หรอก แต่...”
ไอวี่พูดพลางยิ้มกรุ้มกริ่มหันไปมองทางเพื่อนชายที่ชื่อว่านนท์ คนที่มันสนิทที่สุด
“คู่กับเรานะเดมี่ เดี๋ยวให้ไอวี่ไปคู่กับไอ้เรย์แทน”
“อ้าว... แล้วซิมส์ล่ะ” ฉันหันไปมองซิมส์ เพื่อนชายที่ดูจะไม่ค่อยสนโลกเท่าไหร่ ชอบเล่นเกมแต่ก็เป็นตัวเฮฮาของกลุ่ม
“เดี๋ยวไปคู่กับไอ้ส้ม จับคู่ไปเลยไม่ต้องห่วงกู”
มันพูดอย่างสบาย ๆ ซึ่งฉันก็โล่งใจเพราะว่ากลุ่มของเราเป็นเลขคี่ กลัวว่าเพื่อนจะไม่มีคู่ แต่ก็เหนือความคาดหมายไปสักหน่อยเพราะปกติฉันควรจะคู่กับไอวี่หรือเปล่านะไม่ใช่นนท์
“เดี๋ยวเย็นนี้เราไปห้องสมุดกันนะเดี๋ยวมี่” นนท์ว่า
“อื้ม ก็ไปกันทั้งกลุ่มเลยนี่” ฉันพูดพร้อมกับเอียงคอยิ้มเล็กน้อย มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่านนท์คิดอะไรอยู่ทำไมจะมองไม่ออก ฉันก็ชอบผู้ชายทรงนี้อยู่หรอกนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้มีคนที่ถูกใจ เพราะงั้นแล้วจึงไม่คิดจะเหลือบมองคนอื่นใดเลย
พี่เทย์เลอร์ทำให้มาตรฐานคำว่าดุ ดิบ เถื่อน สำหรับฉันมันสูงขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่ทรวดทรงแต่รวมถึงนิสัยและคำพูด แต่ฉันชอบ...ชอบที่ผู้ชายคนนั้นควบคุมฉันได้ด้วยเพราะรู้ว่าตัวเองนั้นดื้อและอยากออกนอกกรอบมากแค่ไหน รู้นะว่าฟังแล้วก็เหมือนดูแปลกที่เราจะอยากโดนควบคุม...แต่ความต้องการของฉันมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ช่วงเย็น
ห้องสมุด
ตอนนี้ฉันและนนท์นั่งใกล้ชิดกัน กำลังหาข้อมูลจากห้องสมุดเกี่ยวกับรายงานของอาจารย์เสนีย์ที่จะต้องทำร่วมกันเป็นคู่
“แล้วคนอื่นๆ ไปไหนกันหมดเนี่ย”
หันมองซ้ายมองขวา ตอนแรกมีทั้งไอวี่ เรย์ ซิมส์ แต่ตอนนี้ไม่เหลือใครเลย
“สงสัยไปหาอะไรกินกันมั้ง เห็นเรย์ว่าอย่างนั้นนะ”
นนท์บอกกับฉันพร้อมหยิบยกมือขึ้นหยิบกระดาษรายงานส่งมาให้
“อ่า...เดี๋ยวจดอันนี้ใส่ไว้นะ”
ฉันทำท่าจิ้ม ๆ ไปที่หนังสือ หนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด
“อ่าฮะ”
นนท์ตอบรับแต่กลับไม่มองไปที่หนังสือเลยแม้แต่น้อย กลับยกแขนขึ้นเท้าคางและจับจ้องมองใบหน้าของฉัน
“เป็นอะไรไปนนท์ มึนอยู่ได้”
ฉันหันไปดุเพื่อนที่ไม่จริงจังกับการเรียน ถึงเดมี่คนนี้ จะเหลวไหลเที่ยวทุกคืน อยากเป็นเด็กใจ อยากไปคั่วกับผู้ชายสักแค่ไหน แต่ก็มีความยับยั้งชั่งใจอยู่นะ ที่สำคัญเรื่องเรียนฉันไม่เคยทิ้งขว้างเพราะรู้ว่ามันสำคัญ
แม้จะเป็นลูกสาวคนกลางแต่ป๊ากับม้าก็ชอบให้ฉันไปช่วยงานที่บ้านอยู่บ่อย ๆ บ้านของฉันเปิดกิจการ ทำตลาดขนาดใหญ่ซึ่งเป็นตลาดดังในท้องที่เลยล่ะ แล้วก็ยังมีแฟรนไชส์ร้านขายของชำอีกทั่วประเทศซึ่งก็มีเฮียวาคอยช่วยดูแลอยู่บ่อย ๆ
“เปล่าสักหน่อย ก็แค่จ้องหน้าคนตั้งใจเรียน”
“ก็ไม่ได้ตั้งใจอะไรขนาดนั้นสักหน่อย”
ฉันยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเปิดหนังสือ ดูเนื้อหาหน้าถัดไป
“หึ น่ารักจริง”
“พอเลยไม่ต้องชมกันแล้วฝ คัดลอกงานลงไปที่หน้านี้ได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่มีงานส่งอาจารย์หรอก”
ประสบการณ์ความต้านทานทางอารมณ์เรื่องผู้ชายของฉันย่อมมีน้อยอยู่ ขืนเจอหยอดใกล้ ๆ ทุกวันกลัวว่าจะเผลอหลวมตัวไป
“ก็น่ารักจริง”
นนท์พูดพร้อมกับยกนิ้วเข้ามาจิ้มที่แก้มฉันเบา ๆ
ป้าบ เสียงตบโต๊ะดังขึ้นตรงข้ามเราสองคนในขณะที่ฉันกับนนท์นั่งเคียงข้างกัน ไหล่เราแนบชิด และเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับบุคคลที่เถื่อนและดิบที่สุด
“ทำอะไรกันน้อง ห้องสมุดนะครับไม่ใช่โรงแรม”
