Chapter 5 ไม่ใช่สเปค
CHAPTER 5
ไม่ใช่สเปค
“เราลองทำแบบในหนังกันมั้ยคะ”
ฉันพูดมันออกไปแล้ว สิ่งที่คิดอยู่ในใจ อยากจะลองทำกับพี่เขาดูสักครั้ง พี่เทย์เลอร์เป็นตัวเลือกที่ไม่แย่เลยเหมาะสมกับการมีประสบการณ์ครั้งแรกด้วย เพราะความหล่อ แถมยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ฉันไม่อาจละสายตาไปได้ สงสัยจะจริงอย่างที่ไอวี่ว่า... เทสนักเลง
เขาผละความสนใจจากหนังหันมาจ้องหน้าฉันพร้อมกับคืบคลานเข้ามาหา ทั้งตัวของเขาตอนนี้แทบจะคร่อมฉันที่นั่งพิงพนักวางแขนของโซฟา มือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแสดงถึงความเป็นชายจับเข้าที่คางฉันแล้วเชิดขึ้น
“รู้หรือเปล่าว่าที่พูดมันหมายถึงอะไร”
“รู้สิคะ บอกแล้วไงว่าหนูดูหนังมาเยอะ”
“หึ เธอคิดว่าหนังกับของจริงมันคล้ายกันเหรอ?”
เขาแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ทำเอาใบหน้าของฉันร้อนผ่าวเหมือนโดนสบประมาทว่าเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“มันก็ต้องคล้ายกันแหละค่ะ ไม่งั้นหนังจะสร้างมาได้ยังไง”
“อ๋อ...งั้นเหรอ” เขาทำท่าทางล้อเลียนแต่ใบหน้าคมคายนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาคู่นั้นไล่สายตามองตั้งแต่หน้าอกจวบจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากสีชมพูของฉัน
มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบเข้าที่แผงอกภายใต้เสื้อเชิ๊ตสีดำของเขาอย่างแผ่วเบาและสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้จับร่างกายของผู้ชายที่ไม่ใช่พี่หรือน้อง
“เป็นผู้หญิง ทำไมถึงกล้าขนาดนี้?”
เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เย้ายวนพลันชั่วขณะฉันรู้สึกหลงใหลไปกับใบหน้าหล่อละมุนนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ก ก็กล้าสิ มันเป็นเรื่องปกตินี่”
สำหรับฉันเรื่องเซ็กส์มันก็เป็นธรรมดาของเด็กวัยมหาลัยไม่ใช่เหรอ? เพื่อนฉันเองก็ตัวเฮี้ยว ๆ ทั้งนั้น เป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น แต่ถึงกระนั้นตัวเองก็ยังไม่เคยลิ้มรสสิ่งที่เรียกว่า เซ็กส์
“พูดจาดูกร้านโลกทั้งที่อายุแค่สิบเก้า เรียนอยู่แค่ปีหนึ่ง”
เขาไล่สายตามองฉันอีกครั้ง
“แล้วทำไมคะ อายุแค่นี้แล้วมันทำไม?”
ฉันเริ่มฉุนเมื่อโดนเขาสบประมาทว่าอายุยังน้อยแต่กลับทำตัวเหมือนเก่ง ซึ่งมันจี้จุดเข้าอย่างจังเลยล่ะ เพราะยัยเดมี่คนนี้ก็แค่ทำทีเหมือนว่าเก่ง ทั้งที่จริง ๆ แล้วไร้ซึ่งประสบการณ์
“ก็ไม่ทำไม แต่โทษที พี่ทำกับเธอไม่ได้หรอก”
เขาผละตัวที่คร่อมฉันอยู่ออก ค่อย ๆ เลื่อนตัวเองกลับไปนั่งอยู่ที่โซฟาแบบเดิมด้วยท่าทีสงบนิ่ง ไร้แววว่าเคยเกิดเหตุวาบหวามสำหรับเราทั้งคู่
“ทำไมคะ?”
ฉันทำสีหน้าไม่เข้าใจ เอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย คิดว่านี่ก็เป็นหลายรอบแล้วที่พยายามเปิดโอกาสให้เขา แต่ทำไมเขาถึงไม่คิดก้าวล้ำทำอะไรไปมากกว่านี้
เชื่อว่าหากเป็นคนอื่นฉันไม่รอดแล้ว ผู้ชายที่เข้ามาคุยกับฉันก็มีแต่เสือแต่ตะเข้ที่หวังจะฟันเท่านั้นล่ะ
“เพราะเธอคือเดมี่...น้องสาวของไอ้วา”
“เพราะเหตุผลแค่นี้พี่เลยไม่คิดจะแตะหนูแม้แต่ปลายเล็บ?”
ฉันในตอนนี้คลืบคลานตัวเข้าไปหาเขาช้า ๆ พร้อมกับเกาะแขนกำยำเอาไว้แล้วแนบแก้มเข้าที่กล้ามแขนกำยำ
“เหตุผลเท่านี้มันก็มากพอแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย...เฮียวาเองก็คงไม่เอาพี่ถึงตายหรอกมั้ง”
“ถึงมันจะใจดีหรือเฟรนด์ลี่ตลอดเวลา แต่เธอน่าจะรู้นิสัยพี่ตัวเองดีที่สุดนะ”
ถ้อยคำที่เอ่ยออกจากปากหยักได้รูปยิ่งทำให้ฉันใจสั่น รู้จักนิสัยพี่ชายของตัวเองดี ใจดี เฟรนด์ลี่ ขี้เล่น แต่ถ้าเกิดโมโหขึ้นมาล่ะก็...เป็นคนที่น่ากลัวสุด ๆ เฮียเดวาขึ้นชื่อเรื่องความใจเย็น ใครไปทำให้เฮียแกโกรธได้นี่คือที่สุดของความวอนตีนแล้ว
ที่สุดแล้วทำได้เพียงจ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบก่อนที่จะโดนออกปากไล่ให้เข้าไปนอนภายในห้องนอนอีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ฉันทำตามอย่างว่าง่าย พินิจพิเคราะห์ตามเหตุผลที่พี่เทย์เลอร์ให้นั้นมันมากพอ
[เทย์เลอร์ Part]
เช้าวันต่อมา
ผมไม่ได้พูดคุยอะไรกับยัยเด็กจอมดื้อนี่อีกเพราะตอนเช้าต้องรีบเข้าเรียน ผมนอนที่โซฟาตรงโซนห้องนั่งเล่นทั้งคืน ส่วนยัยเด็กนั่นก็นอนสบาย ๆ ในห้องนอน
“ไง” ผมทักทายเพื่อน ๆ ทั้งสามคน เดวา ลีออน เอ็มเมอร์
“น้องกูตื่นไปเรียนยังวะ” ไอ้วาถามโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยซ้ำ มันยังคงง่วนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า เรียนอยู่ปีสุดท้ายแล้วก็จะวุ่นวายนิดหน่อย
“ยัง สงสัยมีเรียนสายล่ะมั้ง” ผมตอบปัด ๆ เลือกที่จะนั่งลงข้างไอ้เอ็มเมอร์ คุณชายจอมเนี๊ยบประจำกลุ่ม ผู้ที่มาพร้อมกับคำว่า สมบูรณ์แบบ
“ป๊ากับม๊ากูจะไปคุยงานที่ต่างประเทศหนึ่งสัปดาห์ เลยฝากน้องกูให้มาอยู่ที่คอนโด กำชับมาอีกว่าห้ามให้ยัยเดมี่หนีเที่ยว”
“อ่าฮะ..” ผมตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก
“แต่กูติดงานที่มหาลัย ไอ้เทย์..กูฝากมึงไปเฝ้าเดมี่ที่คอนโดที อาจจะลากยาวทั้งสัปดาห์ เก็บเสื้อผ้ามาอยู่ห้องกูเลย”
“หืม?” ผมขมวดคิ้วมุ่น ก็ใช่ว่าจะไม่อยากช่วยเพื่อน เพียงแค่สงสัยเท่านั้น
“แปลก..” ลีออน เสือนิ่ง ประจำกลุ่มที่ปกติมักไม่ค่อยพูดคุยอะไรเลือกที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย
“แปลกอะไร?” เอ็มเมอร์ถามพลางวางไอแพดที่กำลังอ่านรายละเอียดแผนงานของธุรกิจครอบครัวตัวเองลง
“ทำไมต้องไอ้เทย์?” ลีออนมันตั้งคำถามเดียวกันกับผมเลย
ไอ้วาวางเอกสารตรงหน้าลงแล้วจ้องหน้าเพื่อนทุกคนที่สงสัยไม่ต่างกัน มันทำเพียงยิ้มจาง ๆ
“เพราะกูรู้ น้องกูไม่ใช่สเปคมึงหรอก”
คำตอบของเดวาทำให้ทุกคนพยักหน้างึก ๆ เป็นอันรับรู้กัน
สเปคของเทย์เลอร์ เพื่อนทุกคนในกลุ่มรับรู้เพราะมันชัดมาก ผมแสดงออกตั้งแต่เจอพวกมันครั้งแรกว่าชอบผู้หญิงแบบไหนและไม่ชอบแบบไหน มันเป็นทรงเดิมมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน จะควงกี่คนก็ทรงเดิม ๆ
“พวกกูก็ไม่เคยเห็นหน้าน้องมึง แต่ตอนนี้พอเดาออก”
เอ็มเมอร์ว่า ส่วนลีออนพยักหน้าเข้าใจ
“อืม...ก็ไม่ใช่สเปคกูจริง ๆ นั่นแหละ” ผมสมทบด้วย
ห่างไกลจากคำว่าสเปคผมซะด้วยซ้ำ
“ให้เดาคงหน้าหมวย ๆ แล้วก็ดื้อ ๆ ไม่ค่อยเรียบร้อยใช่มั้ย?”
เอ็มเมอร์ถาม ปกติมันก็ใช่ว่าจะใส่ใจเรื่องชาวบ้านมากนัก แต่การที่เดวาให้ผมไปเฝ้าน้องมันที่ห้องแบบสองต่อสองได้มันก็น่าสงสัยอยู่ไม่น้อย
“มึงนี่ก็เดาเก่งนะ เออ น้องกูมันดื้อ”
ดีนะมันไม่แถมไปด้วยว่าชอบแต่งตัวยั่ว ๆ ก็เจอยัยเด็กคนนี้ทีไรจ้องจะกินผมตลอด อันนี้ก็ไม่เคยบอกไอ้วาหรอกเพราะกลัวมันไม่สบายใจ
“ผู้หญิงไทป์ที่มึงชอบมีแต่หวาน ๆ หวานจนเลี่ยน”
ลีออนว่ากับผมพลางยักไหล่
“ก็นะ...กูชอบผู้หญิงเรียบร้อย ผมตรง ตาโตหวาน ๆ”
ผมบรรยายให้เพื่อนฟังซ้ำ ทุกคนรู้กันมาตั้งแต่ปีหนึ่งว่าผมคบแต่ผู้หญิงทรงนี้ ไม่เคยเปลี่ยน ทรงแบบเดมี่เข้ามาอ่อย ขอเบอร์ เข้ามายั่วก็เยอะ แต่ผมไม่เคยแลมอง
ไม่ชอบผู้หญิงแรง ๆ ครับ ชอบทรงเรียบร้อยไทป์ลูกคุณหนู
อย่างเดมี่น้องไอ้เดวา ขอบอกเลยว่า...
ไม่ได้แดกพี่หรอกครับน้อง :)
