Chapter 4 ท้าทาย
CHAPTER 4
ท้าทาย
“ก็ออกไปสิ ถ้าไม่กลัวโป๊ก็เชิญ... เสื้อเปียกจนเห็นนมเป็นลูกแล้ว”
“พี่เทย์!” ฉันตกใจที่เขาพูด ก้มลงมองหน้าอกตัวเองอีกครั้งอย่างเผลอลืมตัว เขาเดินถือกระป๋องน้ำอัดลมที่จิบไปไม่ถึงครึ่งแล้วเดินเข้ามาหาฉัน
ใจดวงเล็กสั่นคล้อยไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าหล่อคมคายของเขายื่นเข้ามาใกล้ กระป๋องน้ำอัดลมเย็น ๆ ถูกแนบเข้าที่แก้มนวลขาวของฉัน
เพราะความเย็นจากอุณหภูมิของกระป๋องน้ำอัดลมทำให้ฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ที่หลงใหลได้ปลื้มไปกับความหล่อเหลาของใบหน้าคมคายที่ราวกับสวรรค์สรรค์สร้างออกมาอย่างลงตัว
“มันเย็นนะคะ...” ฉันเอ่ยเสียงแผ่ว ลมหายใจเริ่มรวยรินขาดหายเป็นห้วง ๆ เมื่อใบหน้าของเราสองคนประชิดใกล้กัน ลมหายใจอุ่น ๆ ของพี่เขาสัมผัสเข้าที่ข้างแก้มนวลของฉัน ดวงตาคู่นั้นไล้สายตามองฉันไปทั่วเรือนร่าง
ฉันเองก็สบตาคู่นั้นอย่างไม่อาจผละสายตาให้ละไปที่อื่นได้ ราวกับมีคลื่นพลังงานบางอย่างดึงดูดสายตาของเราสองให้สอดส่องกันและกันอย่างบ้าคลั่ง
แต่แล้วก็ไม่อาจจ้องมองอยู่เนิ่นนานต่อไปได้ ฉันเลือกที่จะหลบสายตาคู่นั้นออกไปเอง หากจ้องนานกว่านี้คงเป็นใจฉันเองที่ไม่อาจสงบสุขลงได้ ส่วนเขาเมื่อเห็นท่าทางยอมแพ้ของฉันก็ยกยิ้มขึ้นมุมปาก
บ้าเอ๊ย...แพ้จริง ๆ เทสนักเลงเนี่ย
“หึ นึกว่าจะแน่”
เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ ราวกับพอใจเสียมากมายกับท่าทางยอมศิโรราบของฉัน
ฉันเบ้หน้าพร้อมพึมพำกับตัวเอง
“หล่อซะเปล่า นิสัยเสีย” เขาขี้แกล้งแถมหยอกกันแรงเกินกว่าขอบเขตคำว่าเอาสนุก มันใกล้ชิดจริง ใจเต้นแรงจริง แล้วก็...แก้มของฉันกับจมูกของเขาห่างกันเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น แกล้งแรงเกินไป...
“บ่นอะไร?” เขาขมวดคิ้วมุ่นพร้อมยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นกระดกดื่ม
“เปล่าบ่นค่ะ” ปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กจนเรือนผมหยักศกสีอ่อนสวยที่ทำสีมาจากร้านซาลอนราคาแพงเคลื่อนไหวไปตามแรง ใบหน้าเปลือยเปล่าไร้ซึ่งเครื่องสำอางในตอนนี้ทำให้ฉันเขินอายชายตรงหน้าอยู่ไม่น้อย
“เข้านอนได้แล้ว”
เขาสั่งอย่างไม่ใส่ใจนัก อีกมือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเข้าแอพแชท ร่างสูงก้าวขายาว ๆ เดินไปนั่งแหมะลงที่โซฟาหนังตัวสีดำ แผ่ตัวเอาแขนข้างที่ถือกระป๋องน้ำอัดลมพาดไปบนพนักโซฟาอย่างสบายใจราวกับอยู่ห้องตัวเอง ทำให้ตกผลึกความคิดได้กลาย ๆ ว่าพี่เทย์เลอร์คงจะเข้านอกออกในห้องเฮียวาอยู่เป็นประจำ
“เบื่อจริงพวกผู้ชายชอบออกคำสั่งเนี่ย”
มันพาลทำให้ฉันคิดถึงเจ้าน้องชายที่ชื่อเดโช รายนั้นอารมณ์ร้อน หัวร้อน เอาแต่ใจยิ่งกว่าฉันซะอีก แต่หวงพี่สาวมาก ๆ ไม่ชอบให้ฉันไปเที่ยวกลางคืนโดยไม่มีเฮียวาไปด้วย
เขาเหลือบตาขึ้นมองฉันที่เก็บรองเท้าเข้าชั้นวางเหมือนเดิมก่อนที่ร่างอรชรจะเดินไปเปิดประตูห้องนอน
เมื่อมือจับเข้าที่กลอนประตู พลันในหัวก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะบอกอะไรกับเขาสักหน่อยก่อนเข้าไป
“ที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไม่ใช่เพราะฟังคำสั่งพี่นะ ก็แค่ง่วงนอน นี่เริ่มดึกแล้ว”
แก้ตัวออกไปทั้งอย่างนั้น
“อืม...” เขาครางตอบในลำคอแผ่วเบาดูไม่ใส่ใจอะไร มือยังคงเลื่อนโทรศัพท์อยู่ด้วยท่าทางเซ็ง ๆ เหอะ ๆ ไร้มนุษย์สัมพันธ์ที่สุด
ฉันเลิกสนใจเขา เข้าห้องนอนแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนที่ยังไม่ใช้ไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
ซ่า ~ น้ำใสจากสายบัวชโลมลงทั่วเรือนกาย คราบนมช็อคแกโลตถูกชะล้างทิ้งไป ฉันถูให้ทั่วทุกส่วนทุกสัด แต่ใจเจ้ากรรมก็ดันไปคิดอย่างอื่นเสียอย่างนั้น
นี่ฉันกำลังเปลื้องผ้าอาบน้ำ อยู่ในห้องกับผู้ชายที่ไม่ใช่สายเลือดสองต่อสอง แม้จะเป็นเพื่อนพี่ชายแต่ก็ถือว่าเป็นคนอื่นอยู่ดี อ่า...จินตนาการดูแล้วนี่มันไม่สมควรเลยไม่ใช่รึไง เฮียวาคิดยังไงนะส่งผู้ชายคนนี้มาเฝ้าฉันที่คอนโดเนี่ย
อาบน้ำถูผิวกายเสร็จเรียบร้อยฉันก็แต่งตัวออกมาจากห้องน้ำเลย ชุดที่สวมใส่ตอนนี้ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก เป็นกางเกงขาสั้นสีขาวแบบยางยืดสบาย ๆ ที่สั้นจนแทบเสมอแก้มก้นกับเสื้อสีดำสายเดี่ยวรัดรูปเป็นสัดส่วน ตามปกติถ้าอยู่คนเดียวฉันมักจะไม่ใส่บรา แต่นี่มาอยู่ห้องเฮียวาแถมมีพี่เทย์เลอร์อยู่ในห้องด้วยก็เลยใส่ที่ปิดจุกเอาไว้สักหน่อยเพื่อความสบายใจ
“อาบน้ำเสร็จแล้วก็เข้านอนได้ ปิดโทรศัพท์ได้แล้ว”
“อุ๊ย..” ฉันอุทานตกใจยกมือขึ้นแนบหน้าอกเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าห้องน้ำ
“ตกใจหมดพี่เทย์ อย่าแกล้งกันแบบนี้สิคะ”
ฉันตกใจจริง คนมันกลัวผี มาแกล้งกันแบบนี้ถ้าหัวใจวายตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบชีวิตนังเดมี่คนนี้ล่ะ ลำพังเป็นลูกสาวในครอบครัวคนจีนก็ว่าไม่มีใครสนใจหนักแล้ว นี่ยังเป็นลูกคนกลางอีก โดนเมินแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันติดนิสัยเอาแต่ใจ เรียกร้องความสนใจ
“ก็เห็นอาบน้ำนาน คิดว่ายืนคิดแผนอะไรอยู่อีก”
จ้องมองฉันด้วยแววตาไม่ไว้วางใจราวกับว่ารู้ทันเด็กเจ้าเล่ห์ไปซะทุกสัดส่วนความคิด ฉันจ้องหน้าเขาแล้วเม้มปากแน่น
“ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย ใส่ร้ายกันชัดๆ ... พี่คิดว่าหนูเป็นแมวดื้อที่จ้องจะหาทางเที่ยวตลอดเวลาเลยรึไง”
ฉันแว้ดใส่เขาในทันที แต่พี่ชายสุดเถื่อนกลับทำเพียงยืนนิ่งเอามือล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็กของตัวเองอย่างสบาย ๆ ราวกับไม่สนใจสิ่งที่น้องพูดเลยสักนิด
“เข้าไปนอนได้แล้ว อย่าดื้อให้มาก ไม่งั้นพี่จะตามไอ้วามาคุมเธอเอง”
เขาหันหลังให้แล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาหนังสีดำตัวเดิม ส่วนฉันที่ยืนอยู่ก็ได้แต่อมลมเข้าแก้มจนป่อง ขัดใจชะมัด
แต่แล้วสายตาฉันก็กลับมองกระจกที่เอาไว้ส่องแบบทั้งตัวซึ่งเฮียวาตั้งเอาไว้อยู่ตรงนี้พอดี
ฉันเดินไปส่องกระจกพร้อมกับทัดผมสีอ่อนหยักศกไปไว้ข้างหลัง ผิวขาว ผมฉันเคยดำสนิท แต่ตอนนี้ทำสีน้ำตาลอ่อนให้ดูน่ารัก ตอนที่ยังเด็กมีแต่คนบอกว่าฉันเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง สวยและมีเสน่ห์ โดยเฉพาะผมหยิก ๆ นี้ที่ในตอนเด็กฉันไม่เคยชอบเลย ยืดผมมาตลอดไม่ยอมปล่อยให้ใครได้เห็นผมหยิกหยักศกนี้เลยสักครั้ง
แต่พอขึ้นมามหาวิทยาลัยฉันเลือกเปลี่ยนตัวเอง อยากจะสวยจนผู้ชายเหลียวหลัง แต่ก็อยากยอมรับธรรมชาติของตัวเอง จึงตัดสินใจเลิกยืดผมและปล่อยให้มันเป็นอย่างที่ควรจะเป็น รวมทั้งยังแต่งหน้า ดูแลผิวพรรณตัวเองด้วย
“ยังไม่อยากนอนค่ะ ขอนั่งดูหนังกับพี่เทย์ดีกว่า”
ฉันว่าพร้อมกับเดินเยื้องย่างกายไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกันกับเขา ไหล่ของเราสองชิดใกล้กันจนแทบจะสิงร่าง
อยากจะรู้นักว่าจะทนได้สักเท่าไหร่ถ้าฉันอ่อยเขาใกล้ ๆ แบบนี้ เถื่อนดีนัก สุดท้ายก็คงศิโรราบเมื่อเจอผู้หญิงเหมือนกันหมด
แต่แปลก...เขายังคงนิ่ง หยิบรีโมททีวีขึ้นมากดหาซีรี่ส์ในแอพดูอย่างชิล ๆ
“พี่เทย์ หนูขอเลือกหนังเองได้มั้ยคะ?” ฉันทำตาบ้องแบ๊ว
“อืม ก็แล้วแต่” เขายื่นรีโมทส่งมาให้ฉัน ส่วนฉันนั้นไม่รอช้า...ภารกิจลับมัดหัวใจนายจอมเถื่อน
อยากเสียตัวมาตลอดแต่ไม่กล้า ภายนอกดูเริงร่ากล้าได้กล้าเสีย แต่ภายในใจกลับหวั่นไหวและอ่อนแอ ภูมิต้านทานเรื่องผู้ชายฉันน้อยมากทั้งยังไม่เคยมีแฟนสักคน ทั้งเดโชและเฮียวาต่างรู้เรื่องนี้ดี
และหนังเรื่องที่เลือกมาดูในวันนี้คือหนังผู้ใหญ่ซึ่งมีฉากร้อนแรง เรียกได้ว่ากระตุ้นใจเสือป่าได้อย่างง่ายดาย
“แน่ใจ?” คนตัวใหญ่เลิกคิ้วถามเมื่อเห็นฉันเลือกหนังเรื่องนี้ เป็นแนวเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศเดียวกัน
“แน่ใจสิคะ...” คลี่ยิ้มบางเบาอย่างดูมั่นอกมั่นใจ
หนังถูกฉายเล่นไปเรื่อย ๆ เปิดฉากมาด้วยการเจอกันของตัวเอกในออฟฟิศเดียวกัน จากนั้นพากันไปฉลองโปรเจคงานที่สำเร็จ นางเอกเมามากพระเอกจึงอาสาจะไปส่งเธอกลับห้อง
“...” ความเงียบปกคลุมเราทั้งสองคน พี่เทย์เลอร์ยกมือขึ้นพิงพนักโซฟาแล้วเอียงตัววางหัวบนฝ่ามือ
ฉันเหลือบมองเขาเป็นระยะ พี่แกยังคงนิ่ง
พระเอกเข้ามาในห้องนางเอกแล้วดันกายเล็กลงบนเตียง กระโดดขึ้นมาคร่อมแล้วสอดมือลงใต้กระโปรงทรงเอของสาวออฟฟิศ
ร่างกายของฉันซ่านสยิวไปทั่วทั้งตัวเมื่อฉากนั้นกำลังจะมาถึง
มันเป็นหนังประเภทเดียวที่ฉันชอบแอบดูมากที่สุด ตั้งแต่ยังเรียนอยู่มัธยมปลาย ด้วยความอยากรู้อยากลองมันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ยอมรับเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ นั่งดูกับผู้ชาย
เมื่อเห็นเขายังคงนิ่งจึงคิดหาวิธีกระตุ้นที่อาจได้ผลดีมากกว่าหนัง ฉันหันตัวไปทางเขาแล้วเอนหลังพิงพนักวางแขนของโซฟา
ยื่นเรียวขาสวยข้างหนึ่งเหยียดตรงจนปลายเท้าชิดเข้ากับต้นขากำยำ ส่วนขาเรียวอีกข้างพับชันตั้งขึ้นเอาเท้ายันพื้นโซฟา มือคู่สวยกอดอกเอาไว้ ด้วยท่าทางนี้ทำให้หน้าอกหน้าใจดูทะลักทะล้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“พี่เทย์คะ..”
เขาละความสนใจจากหน้าจอทีวีมาจ้องฉันด้วยสายตาที่คาดเดาได้ยากว่ากำลังครุ่นคิดอะไร แต่ดูจากคิ้วที่แทบจะขมวดกันเป็นปมก็คงพอได้เดาว่าอาจจะไม่พอใจ หรือไม่ก็...พยายามระงับอารมณ์ตัวเองอย่างสุดขีด
“ว่า?” เขาถามเสียงดุ แต่จับจ้องมองเรือนร่างของฉันไม่วางตา
“หนังสนุกมั้ยคะ”
“ไม่..”
“ของจริงน่าจะสนุกกว่านะ”
“เธอหมายถึงอะไร..” เสียงพี่เทย์ดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
ปลายเท้าของฉันสะกิดเข้าที่ต้นขากำยำภายใต้กางเกงสแล็กสีดำอย่างดูเชื้อเชิญ มือจับแขนเสื้อสายเดี่ยวให้ตกลงมาข้างนึงดูเย้ายวน
“เรามาลองทำแบบในหนังกันมั้ยคะ”
