Chapter 3 กล้าก็ลองดู
CHAPTER 3
กล้าก็ลองดู
หากพวกคุณเคยได้ยินคำนี้ ด้านได้อายอด เห็นทีคงจะใช้ไม่ได้กับทุกเรื่องทุกอย่าง
ขาเรียวยาวก้าวมาต่อแถวหลังร่างกำยำที่ตอนนี้ยืนคุยอยู่กับผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ผมยาวตรง ทรงภายนอกต่างจากฉันที่ดูร้ายและแรงอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงคนนั้นสวมกระโปรงพลีทยาวเลยเข่า ดูเรียบร้อยเกิน
“สวัสดีค่ะพี่เทย์เลอร์ บังเอิญจังเลยนะคะ มาทานข้าวร้านเดียวกันด้วย”
ฉันที่ตอนนี้สวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังยกมือขึ้นโบกไม้โบกมือให้กับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวาน
“เดมี่..”
“นั่นใครเหรอคะพี่เทย์เลอร์” ผู้หญิงคนนั้นหันมาทำดวงตากลมโตบ้องแบ๊วให้ฉัน ฉันเองก็ฉีกยิ้มกว้างให้
“น้องสาวเพื่อน” เขาหันไปตอบเธอคนนั้น
“อ๋อ..แบบนั้นเองสินะคะ” เธอคนนั้นยิ้ม ส่วนพี่เทย์เลอร์ก็ไม่คุยอะไรกับฉันอีกหันไปคุยกับยัยนั่นแทน
อะไรกันเนี่ย ...ยัยเดมี่คนนี้กำลังโดนเมินอย่างนั้นเหรอ
มั่นใจเลยว่าอากัปกิริยาของตัวฉันเองต้องออกมาชัดมากแน่ว่าไม่พอใจที่ถูกเมินแบบนี้ คนสวยอย่างฉันไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนเมิน
“พี่เทย์นั่งกินข้าวอยู่ตรงไหนเหรอคะ หนูไปกินด้วยได้หรือเปล่า?”
ยังคงด้านและตามตื๊อเขาต่อไป แค่นี้เดมี่ไม่หวั่นใจหรอกนะ ลองตื๊อดูสักหน่อยถ้าไม่ไหวฉันจะเป็นฝ่ายถอยออกมาเอง
“โทษทีเดมี่ แต่ตอนนี้พี่ไม่สะดวก”
เขาหันมาตอบฉันเสียงราบเรียบก่อนที่จะยกจานสเต็กหมูเดินตามหลังผู้หญิงหน้าตาน่ารักเรียบร้อยคนนั้นไปต้อยๆ โอเค เกมนี้ฉันแพ้
สงสัยจะต้องตัดใจจริงๆ ... ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแฟนของเขา เฮ้อ เสียดาย ไอ้เรามันก็แพ้ทรงนักเลงปากหมาอย่างนี้ซะด้วย
ฉันได้แต่จับจ้องมองแผ่นหลังกำยำที่เดินจากไปพร้อมกับทำคอตก เฮ้อ เดมี่เอ้ย พอเจอคนที่ถูกใจรู้สึกหลงเสน่ห์เขาขึ้นมาอย่างจังก็กลับโดนเมินเสียอย่างนั้น พี่เทย์เลอร์ไม่มีท่าทีจะสนใจฉันเลย
แปลกจัง...ปกติชอบใครก็ไม่เคยพลาดนะ
ฉันยืนเกาคางตัวเองแถมทำหน้าครุ่นคิด
“เอ้า จะเอาอะไรก็สั่งนังหนู มายืนทำหน้าสวยอยู่นั่น”
นั่นไง ขนาดป้าขายสเต็กที่โรงอาหารยังชมว่าฉันสวยเลย ตาไม่ถึงจริงตานักเลงนั่น ชิ!
“เอาสเต็กปลาดอลลี่ค่ะป้า เอาส่วนที่ไม่มันนะ”
ฉันยืนหลังตรงดิ่งชี้นิ้วไปที่เมนู มีหลากหลายเมนูให้ได้เลือก
“จ้า”
ป้าขายสเต็กยิ้มให้ฉันก่อนที่จะเตรียมอาหาร หยิบยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าแอพไอจีมีผู้ชายมารัวกดไลค์รูปและทักฉันมาตั้งมากมายหลายคน คนสวยก็เงี้ย แปลก...เพื่อนพี่ชายคนนี้ไม่หลงเสน่ห์ฉันเลย บ้ามาก
ช่วงเย็น
เพราะวันนี้อาจารย์ปล่อยช้าเกือบชั่วโมงทำเอาฉันล้าไปหมด หากจะต้องกลับบ้านก็คงเพลียจากการเดินทางจึงขออนุญาตป๊ากับม๊าค้างที่คอนโดของเฮียวา แม้จะได้รับคำค้านอย่างสุดตัวแต่มีหรือที่เดมี่คนนี้จะฟัง ก็อุตส่าห์หาข้ออ้างได้แล้วนี่นา
โชคดีชั้นสองคือคืนนี้เฮียวาจะไม่อยู่คอนโด เห็นว่ามีนัดไปทำงานกลุ่มกับเพื่อน เหมียวไม่อยู่หนูร่าเริงสิคะแบบนี้
ฉันนอนดีดดิ้นอยู่บนเตียงพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชทคุยกับผู้ชายที่เพิ่งจะแลกไลน์กันได้ไม่นานเมื่อสองวันก่อน
[วิน : คืนนี้อยู่คนเดียวเลยเหรอ]
[เดมี่ : ใช่...มานอนที่ห้องเฮียวา]
[วิน : คอนโดวีไอพีของมหาลัยใช่ไหม]
[เดมี่ : ใช่]
[วิน : อยู่ตึกไหนอ่ะ เราก็พักที่นี่เหมือนกันนะ]
มาถึงประโยคนี้ฉันรู้เลยว่าสเต็ปถัดไปคงจะชวนฉันไปห้องไม่ก็มาหาฉันที่ห้อง ฉันคลี่ยิ้มมุมปากกดปิดหน้าจอโทรศัพท์และคว่ำมันลงบนเตียง ถึงฉันจะดูแรดแต่ก็แค่หยอกเล่นเท่านั้นแหละ ไม่เคยยอมเสียตัวให้ใครจริงจังหรอก
ก็แค่คิดว่าอยากทำอะไรนอกกรอบบ้าง เบื่อที่จะต้องติดอยู่กับที่บ้าน เบื่อที่ป๊ากับม๊าต้องคอยคุมความประพฤติ แต่ก็ใช่ว่าฉันจะดื้อโดยไร้สาเหตุ ใช่ว่าจะยอมให้ผู้ชายถึงเนื้อถึงตัวได้ง่าย ๆ
ถึงฉันจะบ้าผู้ชาย คุยกับใครมากมายแต่ก็ยังไม่เคยไปหาใครที่ห้องหรือปล่อยให้ใครได้มากระทำย่ำยีกับร่างกายตัวเองเลยสักครั้ง แค่ขี้อ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าขี้เอานี่นา มันคนละความหมายกัน
ฉันนอนหนุนหมอนนุ่ม ๆ ที่เฮียวาซื้อเอาไว้พร้อมกับคลี่ยิ้มขึ้นมุมปากอย่างเหนื่อยล้า สุดท้ายผู้ชายพวกนี้ก็แค่ต้องการร่างกาย ต้องการให้ฉันขึ้นเตียงด้วย คงจะไม่พ้นเรื่องเซ็กซ์อีกตามเคย...
ฉันเลิกให้ความสนใจกับโทรศัพท์เล็ก ๆ แล้วลุกยืนเต็มความสูงไปเปิดตู้เย็นหยิบนมช็อกโกแลตขึ้นมาเจาะกล่องแล้วดื่ม โชคดีที่ตู้เย็นเฮียวามีขนมค่อนข้างเยอะเลยแฮะ
“อ่า~ สดชื่น... เสียดายยัยไอวี่ไม่ว่างคืนนี้เลยอดไปเที่ยวเลย”
อุตส่าห์ได้มานอนใกล้มหาวิทยาลัยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวร้านเหล้าเหมือนอย่างเคย แต่ยัยไอวี่เพื่อนรักติดธุระกับที่บ้านไม่ว่างไปเที่ยวด้วย คืนนี้ฉันจึงต้องมานั่งกลิ้งนอนกลิ้งยู่คนเดียวที่คอนโดของเฮียวา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อุ๊ย...”
ตกใจเสียงเคาะประตูจนฉันทำนมช็อกโกแลตหกใส่เสื้อสายเดี่ยวรัดรูปตัวสีขาวของตัวเอง ตอนนี้ฉันอยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่แทบจะเห็นแก้มก้น ผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนดูสวยงามเสริมให้ดูเซ็กซี่ ว่าแต่ใครกันนะมาเคาะประตูในเวลานี้ หันไปจ้องนาฬิกาที่ติดผนังเอาไว้ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว
“โอ้ย เลอะหมดเลย...เฮียวานะเฮียวา ไหนว่าไม่ว่างต้องไปทำงานกับเพื่อนไง”
ฉันสบถบ่นกับตัวเองอย่างนึกรำคาญใจที่จู่ ๆ จะมาก็มา จะไปก็ไป ผลุบไปโผล่มาหลอกเก่งยิ่งกว่าผีอีกพี่ชายฉันเนี่ย
บ่นไปก็ไม่ได้อะไร ฉันเดินไปเปิดประตูให้กับคนที่คอยอยู่ข้างนอกโดยที่ไม่ทันส่องตาแมวด้วยซ้ำ แต่คนที่ฉันเปิดประตูให้กลับไม่ใช่เฮียวา...
“พี่เทย์เลอร์”
ฉันจ้องหน้าเขาด้วยความตกตะลึงพร้อมกับก้มลงมองหน้าอกหน้าใจของตัวเองที่ตอนนี้หกเลอะไปด้วยนมช็อกโกแลตจนเสื้อสายเดี่ยวสีขาวบางเบาแทบจะเห็นไปถึงเนื้อใน บ้าจริง..คิดว่าเป็นเฮียวาเลยไม่ทันได้ระวังตัว
“ไอ้วาบอกว่าวันนี้จะกลับดึกเลยให้พี่มาเฝ้าเธอ”
“แหม ไม่ต้องหรอกค่ะ มาหาหนูที่คอนโดสองต่อสองแบบนี้เดี๋ยวแฟนพี่ก็หึงหรอก”
แฟนที่หมายถึงก็คือผู้หญิงที่ยืนซื้อสเต็กอยู่กับพี่เทย์เลอร์เมื่อตอนกลางวัน เธอคนนั้นทั้งสวย เรียบร้อย ช่างต่างจากเดมี่ ยัยหมวยที่หน้าตาดูร้ายกาจอย่างฉันลิบลับ
“ไร้สาระ...”
พูดคำว่าไร้สาระออกมาอย่างหน้าตาเฉย ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ปากร้ายหนักมาก สมแล้วที่ไอวี่บอกว่าเคยเป็นนักเลงเก่า เถื่อนชะมัด เฮียวาของฉันยังไม่หยาบคายขนาดนี้เลย
ฉันอ้าปากเหวอ แต่ก็ไม่มีเวลาให้ได้ตกใจนานนักเพราะพี่เทย์เลอร์แทรกตัวเดินเข้ามาภายในห้องโดยไม่ขออนุญาตฉันก่อน
“ด เดี๋ยวสิคะ เข้ามาในห้องคนอื่นก่อนได้รับอนุญาตได้ยังไง”
ฉันโวยวายเสียงดัง
เขาที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในหันขวับกลับมามองฉัน แต่แล้วสายตาคมคายก็หยุดอยู่ที่หน้าอกคู่โตที่อยู่ภายใต้เสื้อสายเดี่ยวสีขาวที่ตอนนี้ถูกนมช็อกโกแลตหกใส่จนเผยให้เห็นเนื้อหนังภายใน
“ว๊าย... หันไปเลยนะคะ”
รีบโวยวายพร้อมยกมือขึ้นปกป้องหน้าอกของตัวเองไม่ให้เขาได้จ้องด้วยสายตาลวนลามมากไปกว่านี้
“อะไร ทีเมื่อวานยังพูดจาเชื้อเชิญเหมือนผู้หญิงกร้านโลกอยู่เลย”
เขาแสยะยิ้มพอใจเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของฉัน ฉันรีบเชิดหน้าขึ้นทำท่าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ได้อายอะไรอย่างที่เขาคิด
“ก็เมื่อวานเมานี่คะ แต่วันนี้ไม่ได้เมาแล้ว”
“อ๋อเหรอ...”
เขาทำทีไม่สนใจ เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำอัดลมกระป๋องขึ้นมาเปิดพร้อมดื่มอย่างใจเย็น
“นี่... ถ้าไม่มีอะไรก็กลับไปได้แล้วค่ะ”
ถึงแม้ว่าจะคิดอยากเสียตัว อยากลองมีอะไรกับผู้ชายดูบ้างว่าความรู้สึกมันจะเป็นยังไง แต่แน่นอนว่าก็ไม่กล้าพอ ฉันกัดเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นเมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรตามใจตัวเองราวกับว่าเป็นเจ้าของห้อง
“บอกแล้วไง ไอ้วาส่งพี่มาให้คุมความประพฤติเธอ”
“คุมความประพฤติหนูเนี่ยนะ? ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เพราะถ้าหนูอยากจะดื้อ อยากจะออกไปเที่ยวซะตอนนี้พี่ก็ห้ามอะไรไม่ได้อยู่ดี”
ฉันกอดอกและมองหน้าเขา
“ก็ลองไปดูสิ จะได้รู้ว่าคุมได้หรือไม่ได้”
ยิ่งโดนท้าทายเลือดก็ยิ่งสูบฉีดที่ใบหน้าสวยจนร้อนผ่าวไปหมด คนอย่างเดมี่ไม่ชอบให้ใครมาขัดใจ
“ก็ได้ งั้นหนูจะไปเที่ยวตอนนี้เลย”
ฉันเร่งฝีเท้าเดินไปหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์ที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาหนังสีดำในโซนนั่งเล่น จากนั้นเดินกลับมาใส่รองเท้าที่วางไว้บนชั้นใกล้ประตูและเตรียมจะเดินจากไป
“ก็ออกไปสิ ถ้าไม่กลัวโป๊ก็เชิญ... เสื้อเปียกจนเห็นนมเป็นลูกแล้ว”
