Chapter 2 เมาแล้วเรื้อน
CHAPTER 2
เมาแล้วเรื้อน
จะให้นิยามคำว่าเมาของแต่ละคนก็คงไม่เท่ากันไปทั้งหมด บางคนเมาแล้วอยากนอน บางคนเมาแล้วพูดมาก แต่สำหรับนังเดมี่คนนี้แล้ว เมาแล้วเรื้อนแน่นอนค่ะ
“อื้อ~”
พี่เทย์เลอร์ประคองฉันขึ้นมาที่คอนโดวีไอพีภายในมหาวิทยาลัยที่เฮียเดวาพักอยู่ เป็นการเจอกันครั้งแรกกับพี่ชายคนนี้ แต่ถึงเนื้อถึงตัวกันซะแล้วเพราะฉันแทบจะเดินไม่ไหว
มือของนางสาวเดมี่ตอนนี้เกาะแกะแขนกำยำของพี่ชายสุดหล่อ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่แสดงอาการอะไรออกมาแม้ตัวเราจะใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้
“เดินดี ๆ จะถึงห้องแล้ว”
น้ำเสียงราบเรียบที่ออกมาจากปากหยักสวยได้รูปทำให้ฉันพยายามประคองสติ ในที่สุดก็มาจนถึงห้องของเฮียวา เป็นห้องที่ฉันเคยมาอยู่บ่อยครั้งแต่แทบไม่เคยได้ค้าง โชคดีของเฮียวาที่เป็นผู้ชาย ป๊ากับม๊าเลยปล่อยให้ออกมาอยู่คอนโดได้ ไม่เหมือนฉันที่เป็นลูกสาวคนเดียว
“ก็เดินดีแล้ว...”
ด้วยนิสัยขี้ดื้อก็ยังคงเถียงเขาฉอด ๆ ลืมตัวไปว่าไม่ใช่พี่ชายตัวเอง
“ขอโทษค่ะ... พอดีปกติหนูอยู่กับเฮียวาก็พูดแบบนี้ตลอด”
ตั้งสติได้ว่าผู้ชายที่ประคองอยู่ตรงนี้ไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองจึงพยายามพูดให้สุภาพขึ้น ไม่ใส่อารมณ์
เขาพยักหน้าน้อยๆ เป็นอันเข้าใจ
ประคองพาฉันมาวางลงบนโซฟาได้เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายตรงหาเฮียวาในทันที
“ไอ้วา กูพาน้องมึงมาส่งถึงห้องแล้วนะ”
‘โอเค ไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่มหาลัย’
“อืม”
‘แล้วมึงก็...ออกจากห้องเลยนะ’ แม้จะไว้ใจเพื่อนมากสักเพียงใด แต่คงไม่ได้ไว้ใจถึงขนาดให้อยู่ในห้องกับน้องสาวสองต่อสองนาน ๆ
พี่ชายที่ชื่อเทย์เลอร์วางสายโทรศัพท์ลง
ดวงตาเรียวรี ใบหน้าแสนคมคายหันมาเหลือบมองฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากพูด
“งั้นพี่ไปแล้วนะ”
ขายาว ๆ ตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง แต่ฉันก็เดินสะเปะสะปะโซซัดโซเซเข้าไปหาเขาแล้วกอดเอาไว้ที่เอวแกร่ง ซบหน้าเข้าที่แผ่นหลังกว้างกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำ กลีบเนี้ยบราคาแพง
ร่างสูงชะงักไปชั่วครู่ เรายืนนิ่งกันอยู่อย่างนั้น
“พี่ขา...”
ว่าพร้อมกับทำน้ำเสียงออดอ้อนที่ดูจากไกลๆ ก็ยังรู้ว่า อ่อย เมาแล้วมักเป็นอย่างนี้ตลอด นี่เป็นเหตุผลที่เฮียวาไม่ชอบให้ฉันดื่มและไม่ชอบให้ไปกับใคร
“เดมี่..” เขาเรียกชื่อฉันเสียงแผ่ว จับเข้าที่มือของฉันที่กอดเอวแกร่งของเขาเอาไว้ พยายามจะงัดมันออก แต่มีหรือจะสู้มือปลาหมึกของยัยเดมี่ตัวแสบคนนี้ได้
“นอนด้วยกันนะคะคืนนี้”
“ฮะ” เขาอึ้งไปทำหน้าทำตาไม่ถูก
“พี่คะ...ทำกับหนูทีสิ” มือเล็กยังคงเกาะแขนกำยำเอาไว้ ถึงเนื้อถึงตัวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใคร
ดวงตาคู่สวยกลมโตเหลือบขึ้นจ้องหน้าพี่ชายสุดหล่อที่ยืนทำหน้าถมึงทึง
“ทำอะไร?” เสียงห้วนเอ่ยแผ่วเบา พยายามประคองร่างกายของฉันเอาไว้ไม่ให้เลื้อยไปมากกว่านี้
“ช่วยทำให้หนูเป็นของพี่ ทำแบบที่ผู้ชายเขาทำกัน...”
แววตาหยาดเยิ้มดูเว้าวอน สติสตังอยู่กับตัวไม่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป
“พูดอะไรอยู่ รู้ตัวรึเปล่า?”
“อื้ม รู้สิ หนูดูหนังมาเยอะนะ...ถอดเสื้อผ้าสิ หนูขึ้นให้พี่เอง”
เหยื่ออันโอชะของนังเดมี่ชะนีน้อยอยากแรด
พี่เทย์เลอร์...เพื่อนสนิทของพี่ชายฉันเอง หล่อ สูง ขาว หน่วยก้านดี ได้ลองสักทีคงจะเหมือนได้ขึ้นสวรรค์...
“ห้ามไปพูดแบบนี้กับใคร มันไม่ดี”
ได้ทีก็พูดจาสั่งสอน เห็นฉันเป็นเหมือนน้องเหมือนนุ่ง มีแค่ฉันเองที่พยายามจะเกาะแกะเขา
“ทำไมจะพูดไม่ได้...หญิงชายเข้ามหาลัยแล้วก็โตพอจะมีแฟนได้แล้ว”
บอกตามตรงว่าไม่ได้อยากได้พี่ชายเพิ่มอีกคน แค่เฮียเดวากับไอ้เจ้าน้องชายอย่าง เดโช ควบคุมความประพฤติของฉันก็มากเพียงพอแล้ว ไหนจะป๊ากับม๊าที่เลี้ยงแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่กลับขังฉันไว้เหมือนนกในกรงทอง
“เธอนี่นะ...ถึงว่า ไอ้วาไม่เคยพาเพื่อนมาเจอน้องสาวเลย”
“ทำไมคะ หนูไม่สวย หรือว่าไม่ดีตรงไหน?”
ฉันยังคงอ้อนตอนนี้เริ่มไม่อยู่สุข ซบหน้าเข้าหาแผงอกกำยำ จับเข้าที่กระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำหมายจะปลดออก แต่แล้วก็โดนข้อมือแกร่งบีบเอาไว้ไม่ให้ทำไปมากกว่านี้
“เดมี่!” พี่เขาเรียกชื่อฉันเสียงเฉียบและดังขึ้นกว่าโทนน้ำเสียงปกติ แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของชายตรงหน้า
“หล่อก็หล่อ แต่เชยชะมัดเลย สงสัยจะทำไม่เป็นละสิท่า”
ฉันพูดพร้อมทำหน้าผิดหวังก่อนจะผละออกจากตัวเขาเบา ๆ แต่คนตัวใหญ่นั้นจับข้อมือของฉันแล้วกระชากตัว มืออีกข้างเชยคางฉันขึ้นให้จับจ้องมองใบหน้าเขา
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ..”
คงไม่พอใจที่ฉันพูดจาสบประมาท ดวงตาคมคายเค้นมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อฉันทั้งตัว
“ก็ไม่ได้ว่าไง”
“ได้ยินอยู่ชัด ๆ”
“เปล่าสักหน่อยค่ะ” ปฏิเสธตาใสพร้อมกับผลักแผงอกของเขาออก พยายามเดินประคองตัวและไปนั่งล้มตัวอยู่ที่โซฟาหนังสีดำตรงส่วนห้องนั่งเล่น
“เป็นผู้หญิงพูดแบบนี้กับผู้ชายไม่ได้”
เขาเดินมาหาฉันพร้อมกับทำน้ำเสียงดุใส่ ฉันยกมือขึ้นปิดหูเบา ๆ แล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“พี่จ๋า หนูไม่สวยหรอพี่ถึงไม่ชอบ?”
เอาแต่ใจแต่ก็ยังใช้ลูกอ้อนหวังให้เขาเห็นใจ แค่อยากจะมีแฟนสักคนมันยากขนาดนี้เชียว ที่ผ่านมาตลอดหนึ่งเทอมที่เข้าเรียนมหาลัยก็เจอผู้ชายหล่อ ๆ มาเยอะนะ แต่กับพี่คนนี้รู้สึกว่าดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก
“นอนได้แล้ว..” ดวงตาคมคายจับจ้องฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะก้าวขาเรียวยาวออกจากห้องไป ส่วนฉันก็มีเพียงดวงตากลมโตที่สะลืมสะลือ และในที่สุดก็เผลอหลับไปจนได้...
เช้าวันต่อมา
คณะบัญชี มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค
ผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนพร้อมกับเสื้อนักศึกษารัดติ้วกับกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า ควงมากับรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังสีขาวพร้อมกับกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเล็คชั่นล่าสุดสีดำที่เฮียวาซื้อให้
ฉันเดินขึ้นมาเรียนที่ห้องเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ค่อยจะแจ่มใสสักเท่าไหร่เนื่องจากเมื่อวานเมาค้างแถมดื่มไปเยอะมาก
“ไงจ๊ะแม่สาวมั่น เมื่อวานโดนพี่ชายดุเลยล่ะสิ”
ไอวี่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มขำๆ ยกมือขึ้นจับผมทัดหู
“ก็นิดหน่อย...”
ฉันบอกกับเพื่อนแล้วนั่งลงพร้อมกับวางไอแพดลงบนโต๊ะ ฉันเรียนอยู่คณะบัญชี ตอนนี้เองก็เรียนอยู่ปีหนึ่งเทอมสองแล้ว
“พี่แกนี่ ยิ่งดูก็ยิ่งหล่อเนอะ”
“อย่ามาปิ๊งพี่ฉันเลย สาวเยอะจะตายรายนั้น”
“ก็แสนดีแถมหล่อตี๋ซะขนาดนั้น สาวเยอะก็ไม่แปลกป่ะคะ”
ไอวี่ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคักพร้อมกับเลื่อนโทรศัพท์เข้าแอพไอจีของพี่ชายฉันที่นางกดฟอลโล่ไว้ให้ฉันดู ภาพที่ลงล่าสุดเป็นภาพที่ถ่ายอยู่ในร้านกาแฟราคาแพงโชว์นาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือด้านขวา
“หล่อจริงลูกชายคุณนายจิ๊บ..” ฉันพูดขำๆ จิ๊บคือชื่อแม่ฉันเองค่ะ
ขณะกำลังนั่งเปิดแอพไถไอจีดูหนุ่มหล่อ ๆ เพลิน ๆ ก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องเมื่อวาน
น่าอายจริง... เพราะเมามากถึงเพ้อจนพูดอะไรอย่างนั้นไป ฉันชวนเพื่อนของพี่ชายมาทำเรื่องอย่างว่าเหรอเนี่ย อ๊าย หวังว่าเขาจะไม่เอาไปฟ้องเฮียวานะ
“เออไอวี่ แกรู้จักคนเมื่อวานป่ะ ที่ชื่อว่าเทย์เลอร์”
“พี่เทย์ รู้จักสิหนุ่มฮ็อตคณะบริหารเลยนะ แก๊งค์เดียวกับเฮียเดวาของแกนั่นแหละ หล่อ ดุ เถื่อน ต่างจากหน้าตาลิบลับเลยเนอะ” หน้าตาพี่เขาออกจะหล่อ สะอาดสะอ้าน
“ถึงขั้นเถื่อนเลยเหรอ?” ฉันอ้าปากเหวอ
“ก็เคยยกพวกตีกันน่ะ สมัยตอนเรียนนานาชาติก่อนจะเข้ามามหาวิทยาลัย ลือกันว่าฝั่งคู่อรินี่ปางตายเลยนะ”
“โอ้ว..” ฉันอ้าปากค้างในความเถื่อน แล้วเมื่อวานนี้...โอ้ว โชคดีแค่ไหนที่ฉันไม่โดนเขาซ้อม
“คิกๆ ในกลุ่มสี่หนุ่มนั่นน่ะเฮียเดวาของแกแสนดีสุดแล้ว”
“เฮียวาเนี่ยนะ เหอะ ๆ คงแสนดีกับทุกคนยกเว้นน้องสาวละมั้ง” ฉันหัวเราะแห้ง ๆ
“อืม พี่เอ็มเมอร์ รายนั้นก็ลูกผู้ดีออกทรงคุณชาย หยิ่งแถมวางมาด ส่วนพี่ลีออนคนนี้หล่อสุดแต่ก็เงียบ เงียบจนเดาใจไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่ ส่วนพี่เทย์เลอร์ที่แกถามถึง หล่อร้ายอันตรายและนักเลงมากค่ะ”
“นักเลง?” อืม... สมัยตอนอยู่คอนแวนต์ไม่อยากจะพูด ฉันแอบชอบนักเรียนชายล้วนที่โรงเรียนตรงกันข้าม อันนั้นก็เห็นว่าเป็นพวกนักเลงหัวไม้ยกพวกตีกันกับพวกเด็กสายอาชีพ
“อย่าบอกนะว่าแกชอบพี่เทย์เลอร์” ไอวี่ถาม
“อืมมม...ก็เขาหล่อนิ”
แต่ไม่เหมือนกับคนอื่นที่เคยเจอนะ กับคนนี้ฉันรู้สึกว่ามันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มากกว่าคนหล่อทั่วไป
“เทสแกนี่มัน...ทรงนักเลงจริง ๆ เดมี่เอ้ย”
“คิกๆ ทรงนักเลงกับเด็กสาวชอบหนีเที่ยวมันก็เข้ากันดีป่ะล่ะ”
ฉันถามเพื่อนพร้อมยักคิ้วข้างนึง เราสองคนหัวเราะคิกคักกันสนุกสนาน
ช่วงเวลาพักเที่ยง
โรงอาหารกลาง
วันนี้ฉันกับไอวี่เลือกที่จะมาทานข้าวกันที่โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าน่าจะได้มาเหร่มองคนหล่อ ๆ จากหลายคณะ
“น่าไปโรงอาหารวิศวะเหมือนกันนะ ผู้น่าจะเยอะน่าดู”
ไอวี่หัวเราะคิกคัก ฉันเองก็ขำไปด้วยพร้อมกับหยิบยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
แต่แล้วก็เจอเข้ากับ....
“พี่เทย์เลอร์..” เขามากับผู้หญิงตัวเล็ก น่ารัก ผมตรงยาวสวยไปถึงกลางหลัง
“อุ๊ย ผู้ชายที่แกเล็งนี่ เสียใจด้วยค่ะเดมี่ เขามีเมียแล้วเนาะ”
ไอวี่ยังคงทำท่าคิกคัก ต่างจากฉันที่ดูจริงจัง ดวงตากลมโตจับจ้องมองไปที่หนุ่มสาวคู่นั้นที่กำลังยืนต่อคิวซื้อข้าวกันที่โรงอาหาร
“เอ...แต่ก็ไม่เคยได้ยินนะว่าพี่เทย์เลอร์มีแฟน คงจะเป็นเด็กที่ควงอยู่หรือเปล่า”
ไอวี่คิดทบทวนกับตัวเองพร้อมมองไปทางนั้นด้วยเช่นกัน
“เคยได้ยินเฮียวาบอกว่าในกลุ่มยังไม่มีใครมีแฟน”
“งั้นเหรอ..”
“ก็เท่ากับว่าฉันยังมีสิทธิ์”
“สิทธิ์อะไรจ๊ะเดมี่?”
“สิทธิ์จะได้เป็นแฟนกับพี่เทย์เลอร์ไง”
ฉันพูดอย่างมั่นอกมั่นใจพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นสะบัดเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนไปทีนึง ไอวี่หัวเราะออกมาเบาๆ กับความมั่นหน้า
“งั้นก็ขอให้สมหวังนะเพื่อน สวย ๆ อย่างแกมัดใจผู้ชายหน้าเถื่อนอย่างนั้นไม่น่ายากหรอก..”
ไอวี่อวยพร ฉันยิ้มอย่างมั่นใจก่อนที่จะก้าวเท้าสับขาอย่างไวเดินไปที่ร้านข้าวร้านนั้นได้ทันที
ใครบ้างจะไม่หลงเสน่ห์ยัยเดมี่คนนี้... ไม่มีทาง
