Chapter 11 อย่าชอบพี่เลย 
CHAPTER 11
อย่าชอบพี่เลย
[เดมี่ Part]
ฉันรู้สึกใจเต้นตึกตักกับการที่พี่เทย์เลอร์โอบไหล่ของฉันออกมาจากสำนักงานบริษัททัวร์ของบ้านเขา เมื่อฉันคุยกับพี่บลู หัวหน้าไกด์ของบริษัทที่บังเอิญเข้าไปเจอแล้วได้พูดคุยกัน
แต่ดูเหมือนพี่เทย์เลอร์จะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ที่ฉันกับพี่เขาดูพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน อาการของพี่เทย์...ถ้าหากฉันไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปฉันจะคิดว่าพี่เขาหึงฉันนะ อ่า...แต่เขาจะหึงฉันทำไมล่ะ? เขาก็ดูไม่ได้ชอบใจในตัวฉันตั้งแต่แรกเจอนี่นา บางทีอาจจะคิดไปเองก็ได้
มีแค่ฉันเท่านั้นแหละที่หลงรักพี่เขาอยู่ข้างเดียว
"เทย์เลอร์ นั่นพาใครมาบ้าน?"
แต่แล้วเสียงทุ้มทรงพลังของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาฉันกับพี่เทย์เลอร์สะดุ้งโหยงไปพร้อม ๆ กัน แขนกำยำที่โอบไหล่ฉันเอาไว้ลดลง เราทั้งคู่หันกลับไปมองทางด้านหลัง
"พ่อ...ไหนว่าไปคุยงานที่ยุโรป.." พี่เทย์เลอร์น้ำเสียงดูเย็นชาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอหน้าของคนที่เรียกว่า พ่อ
"อ่า เอ่อ สวัสดีค่ะคุณพ่อพี่เทย์เลอร์" ชายคนนั้นจ้องหน้าฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะยิ้มให้เบา ๆ ตามมารยาท แต่จากสายตาดุดันในดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั่นก็พอจะเดาได้ว่าเขาพินิจพิเคราะห์พิจารณาฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าว่าฉันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีหัวนอนปลายเท้ามาจากไหน เกร็งจัง...
"ก็กลับมาก่อนกำหนด มีคุยงานที่บริษัท แล้วก็อยากกลับมาดูแลเรื่องกรุ๊ปทัวร์ของลูกค้าวีไอพีเรา เห็นว่าอยากจะเปลี่ยนสายการบินแล้วก็อัพมาเป็นเฟิร์สคลาส แกจัดการเรื่องนั้นแล้วนี่ ใช่มั้ย?"
"ใช่ ผมถึงถามว่าพ่อกลับมาทำไม?" โอเค ใครก็ได้เอาฉันไปเก็บที ให้พ่อลูกเขาสนทนากันไป ฮือ ตัวฉันตอนนี้หดจนแทบจะเท่ามดตัวเล็กตัวน้อยอยู่แล้ว
"ก็แค่...กลับมาดูผลงานลูกชายหน่อย ว่าจะจัดการงานได้เรียบร้อยแค่ไหน"
"เรื่องแค่นี้ ผมไม่พลาด"
"หึ ก็อยากมาดูให้เห็นกับตา"
"งั้นก็ดูเอาไว้.."
คำพูดเชือดเฉือนกันไปมาระหว่างพ่อลูกทำเอาฉันอยากจะวาร์ปหรือมุดรูดินเป็นตัวตุ่นหายไปซะตอนนี้เดี๋ยวนี้
"แล้วนี่พาใครมาบ้าน มีแฟน?" พ่อพี่เทย์เลอร์หันกลับมาสนทนาเรื่องฉันอีกครั้ง
"เดมี่ น้องสาวไอ้เดวาเพื่อนผมเอง" พี่เทย์เลอร์สุดท้ายก็ต้องตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้
"น้องเดวา...ลูกคุณเดชเจ้าของแฟรนไชน์เดชะเดช? ตัวจริงสวยมากเลยนี่หนูเดมี่" น้ำเสียงของคุณพ่อดูดีขึ้นเมื่อรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของฉัน ฉันจึงรีบยกมือไหว้อีกครั้ง
"ค่ะ เอ่อ คุณลุง.." ฉันอึกอักเรียกไม่ค่อยถูก
"เรียกว่าพ่อเถอะ ลูกสาวคุณเดชก็เหมือนลูกสาวพ่อ" เขายิ้มให้ฉัน อ๋า ดูใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต้องขอกราบแนบอกขอบพระคุณป๊าก็ตอนนี้แหละ เกือบตายเลยเดมี่เอ๊ย
ตอนแรกพี่เทย์จะพาฉันกลับคอนโดเลย แต่คุณลุงกลับขวางเอาไว้แล้วชวนฉันรับประทานข้าวเที่ยงด้วยกันที่ห้องอาหารของคฤหาสน์ก่อน เมื่อวานก็ว่าเกร็งแล้ว วันนี้เกร็งซะยิ่งกว่าเดิมอีก
"จริงเหรอ ตอนนี้คุณเดชกับคุณจิ๊บไปดูงานที่ต่างประเทศอยู่สินะ ฮ่า ๆ ถ้าหากว่าง ๆ ก็อยากจะชวนมาออกทริปกับบริษัทพ่อนะหนูเดมี่"
"ถ้าหากมีโอกาสจะลองชวนป๊ากับม๊าดูนะคะ" ฉันยิ้มให้คุณพ่อของพี่เทย์เลอร์ บรรยากาศดูจะดีกว่าที่คิดเอาไว้ แต่คนที่นั่งหน้าบึ้งตึงคงจะมีแค่พี่เขาคนเดียว
อาหารมื้อกลางวันถูกเสิร์ฟเป็นสเต็กปลาแซลม่อน อาหารถูกปรุงโดยเชฟประจำตระกูลเช่นเดิม ความหรูหราของห้องอาหารนี่หาที่เปรียบไม่ได้เลยล่ะ...หรูกว่าบ้านฉันมากมาย
"เดี๋ยวจบมื้อนี้ผมคงต้องพาเดมี่กลับไปส่งแล้ว เธอมีงานต้องเคลียร์นี่ ใช่มั้ย?" พี่เทย์เลอร์ที่นั่งอยู่ด้านข้างฉันรีบเร่งเร้า ทำเอาฉันอึกอัก
"อะ เอ่อ...ใช่ค่ะ มีรายงานที่จะต้องทำอยู่พอดี" ได้ทีก็เอารายงานของอาจารย์เสนีย์มาอ้าง คุณพ่อพี่เทย์ยิ้มให้ฉันน้อย ๆ อย่างใจดี
ท้ายที่สุดหลังจบมื้อเที่ยงพี่เทย์ก็พาฉันออกจากคฤหาสน์หลังโตนี้ไปในทันที
"อะไรของพี่...รีบไปรีบมา คุณพ่อพี่ก็ชวนหนูคุยอยู่"
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนรถซุปเปอร์คาร์คันหรูสีดำสุดเท่ราคาเหยียบสามสิบล้านของพี่เทย์เลอร์เป็นที่เรียบร้อย
"อยากคุยกับพ่อพี่มากเลย?"
"ไม่ใช่สักหน่อย แต่ตามมารยาทก็ควรจะพูดคุยกับท่านบ้าง เพราะหนูมาพักที่บ้านพี่" แถมคุณพ่อพี่เทย์ยังเป็นผู้ใหญ่ที่น่าจะรู้จักกับพ่อแม่ฉันอีก
"อยากเป็นสะใภ้บ้านพี่รึไง?"
"ฮะ.." ฉันหน้าแดงซ่านเมื่อเจอเขาหยอดมาแบบนั้น คนบ้า! ทำไมชอบทำให้ฉันหน้าแดงเล่นอยู่เรื่อย
"ถ้าไม่ได้คิดอะไรกับหนู ก็อย่ามาทำให้รู้สึกจะได้มั้ย" ฉันพึมพำเบา ๆ เล็บเจลสีสวยชมพูอ่อนที่ทำมาอย่างดีตอนนี้จิกเข้าหากันแผ่วเบา
"..." พี่เทย์เงียบไปชั่วครู่ขณะขับรถออกจากคฤหาสน์ ฉันว่า...ความรู้สึกของเราทั้งคู่ในตอนนี้ต่างสับสน ไม่รู้ว่าเราใกล้ชิดกันมากเกินไปหรือเปล่า
ฉันไม่อยากเจ็บปวดกับเรื่องของความรักเลย แค่เรื่องครอบครัวที่เป็นลูกคนกลาง ได้รับความรักน้อยกว่าลูกชายคนโตและคนเล็กมันก็มากพออยู่แล้ว ฉันจึง...ไม่เคยคิดจริงจังกับใครเลย ไม่อยากเจ็บปวด
แต่พี่เทย์เลอร์...เขากำลังพยายามล้ำเส้นหัวใจฉันเข้ามา
"ทางที่ดี หนูว่าเราควรหยุด"
ฉันต้องหาแนวทางที่ชัดเจน ต้องย้ำเตือนสถานะของเราสองคนว่าเป็นได้เพียงไหน
"หยุด? หมายถึง?" เขาถาม น้ำเสียงดูเย็นชาและห่างเหินมากกว่าปกติ
"หยุดความใกล้ชิดของเราลงค่ะ อันตรายเกินไปแล้ว.."
"เธอเป็นแค่น้องสาวเพื่อน พี่ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น.." เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็งดูจริงจัง ใจดวงน้อยมันแป้วไปเล็กน้อย
บอกไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น แต่การกระทำที่เขาแสดงออกมามันเกินไปมากกว่านั้นแล้ว มันทำให้ฉันรู้สึก แต่ถ้าหากเขาไม่ได้คิดอะไร งั้นฉันก็ควรหยุดตัวเอง
"โอเคค่ะ หนูเข้าใจทุกอย่างแล้ว" ฉันประสานสองมือลงบนตักแล้วจับกันแน่น ก้มหน้าลงเล็กน้อยจนผมหยักศกสีอ่อนสวยลงมาปรกหน้า พี่เทย์เลอร์ยังคงขับรถต่อไป
บรรยากาศบนรถปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากปากของเราสองคนอีกจนกระทั่งรถขับเคลื่อนเข้ามาในเขตของมหาวิทยาลัย คอนโดวีไอพีของมหาวิทยาลัย
เราสองคนพากันลงจากรถและขึ้นมาจนถึงห้องของเฮียเดวา
"ต่อไปนี้...พี่ไม่ต้องมาตามเฝ้าหนูก็ได้นะคะ"
"ไม่ได้ รับปากไอ้วาเอาไว้แล้ว"
เขาเดินสะพายเป้หนังสีดำที่ไปเก็บเสื้อผ้ามาเพิ่มสำหรับเฝ้าฉันที่คอนโดแห่งนี้
"หนูไม่หนีไปเที่ยวไหนหรอกค่ะ"
ฉันตอนนี้อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ
"อย่าดื้อเดมี่ พี่เหนื่อยมาก อยากพัก"
เขาไม่ชวนฉันต่อล้อต่อเถียงไปมากกว่านี้แต่เลือกที่จะก้าวขายาว ๆ มาล้มตัวลงนอนที่โซฟาหนังสีดำตัวดีตัวเดิม คงจะเพลียเพราะได้ยินว่าเมื่อคืนเขาต้องไปแก้ปัญหาเรื่องลูกค้ากรุ๊ปทัวร์วีไอพี
ฉันเหลือบมองคนตัวใหญ่ที่มาล้มแผละนอนลงที่โซฟาพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าหน้าผาก คงจะเพลียมากจริง ๆ
"โอเคค่ะ...เหนื่อยก็นอนนะ" ฉันหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศมาเปิดให้เขาได้นอนสบาย ๆ แล้วตัวเองก็หยิบผ้าขนหนูเข้าไปเตรียมอาบน้ำในห้องน้ำ รู้สึกเหนื่อยอ่อนเลยอยากจะอาบน้ำใหม่ให้สดชื่นสักหน่อย ตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายกว่าแล้ว
ฉันไม่ได้เอาเสื้อผ้าเข้ามาภายในห้องน้ำด้วย มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวเท่านั้นเพราะคิดว่าพี่เทย์คงจะหลับไปแล้ว เห็นเขานอนสลบเหมือดอยู่ที่โซฟา
ติ๊ง! กำลังจะเปิดฝักบัวอาบน้ำแต่แล้วเสียงแชทก็ดังขึ้น
[ไอวี่ : ตามสืบให้แล้วจ้ะ ประวัติเรื่องผู้หญิงของพี่เทย์เลอร์จอมเถื่อนที่แกกำลังตกหลุมรัก]
เป็นแชทจากไอวี่เพื่อนรักนั่นเอง ฉันหยิบโทรศัพท์มาเปิดอ่านและกำลังจะพิมพ์แชทตอบกลับเพื่อน อดหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้เมื่อเห็นการพิมพ์ของยัยไอวี่ บ้าจริง!
[เดมี่ : แล้วได้เรื่องมาว่ายังไงบ้าง]
[ไอวี่ : ไม่คบใครเป็นแฟนจริงจัง มีแค่ควงเล่น ๆ แต่ช่วงนี้ไม่มีควงใครเป็นพิเศษจ้ะ]
[เดมี่ : เหรอ แล้วสเปคพี่แกล่ะ?] ฉันพิมพ์ถามต่อรัว ๆ ทั้งที่ก็บอกกับตัวเองแล้วนะว่าจะตัดใจ แต่ทำไมถึงต้องอยากรู้ด้วยนะ บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเลยเดมี่เอ๊ย
[ไอวี่ : งานยากเลยล่ะที่ยัยหมวยเดมี่เพื่อนรักจะพิชิตใจพี่เทย์เลอร์จอมเถื่อนได้]
[เดมี่ : ทำไมล่ะ?]
[ไอวี่ : สเปคพี่แกแต่ละคนที่เคยควง ๆ มานะ ตาโต หน้าหวาน เรียบร้อย นักเรียนดีเด่นบ้าง นิสิตได้รับทุนบ้าง ผมตรง ยาว สีดำไม่ทำสี เหมือนเน้นผู้หญิงแบบออแกนิคเลยอ่ะแก แบบธรรมชาต๊ ธรรมชาติ]
อ่านข้อความยาวเหยียดที่ไอวี่ส่งมาให้ฉันก็เข้าใจดีทุกอย่างแล้ว ทำไมพี่เทย์เลอร์ถึงไม่คิดหวั่นไหวกับฉันเลยสักนิด
ผมหยิกหยักศก ทำสีน้ำตาลอ่อนเกือบจะบลอนด์ ตาหมวย ๆ ที่ยิ้มทีก็แทบจะเป็นสระอิหาความโตไม่เจอ นิสัยก็ไม่เรียบร้อยแถมยังดื้อ
เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเฮียวาที่ขึ้นชื่อว่าหวงน้องสาวถึงกล้าฝากฉันเอาไว้กับพี่เทย์เลอร์ เพราะเขาไม่มีวันชายตามามองฉันเลยนี่เอง ตรงข้ามกับสเปคพี่แกทุกอย่าง!
โอเค ฉันควรจะหยุดทุกอย่างก่อนที่จะสายเกินไป หยุดหัวใจตัวเองเอาไว้ให้ได้เดมี่..
[เดมี่ : โอเค ขอบใจแกมาก] ฉันปิดโทรศัพท์ลงแล้วเปิดฝักบัวอาบน้ำ ให้ความเศร้าที่เริ่มเกาะกินใจไหลไปตามสายน้ำที่ชโลมลงมาเปียกเรือนกาย
หลังจากที่อาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยฉันก็นุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวออกมาพร้อมกับถือกองชุดนิสิตที่ขยุม ๆ เอาไว้ในมือออกมาด้วย ผมหยักศกถูกรวบเป็นมวย เนื้อผิวนวลเนียนมีหยดน้ำเกาะตามตัว
แต่เมื่อเปิดประตูเดินออกมากลับพบว่าพี่เทย์เลอร์ที่ควรจะนอนหลับอยู่กลับไม่ได้หลับตาลง
เขานอนกอดอกแล้วลืมตาอยู่
เขาเห็นฉันในสภาพที่แสนจะล่อแหลมเข้าเต็มตา!
"ว้าย!"
ฉันรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอก
"แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย"
"กะ ก็พี่หลับอยู่..."
"พี่ก็ผู้ชายมั้ย? เดินแก้ผ้าแบบนี้มันไม่ได้รึเปล่า"
"คะ คือ...พี่หันหลังไปเลย! หนูจะเข้าไปแต่งตัวแล้ว"
ฉันรีบเดินฉับ ๆ เตรียมจะเข้าห้องนอน แต่พี่เทย์เลอร์กลับลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้ามาใกล้ชิด ผลักฉันจนหลังชิดกำแพง ยกแขนขึ้นยันกำแพง กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันอยู่ใต้พันธนาการของเขา
"ป ปล่อยหนูไปนะคะ จะไปแต่งตัวแล้ว"
ใบหน้าหล่อคมคาย ผิวขาว จมูกโด่งรับกับกรอบสันหน้า ยิ่งเห็นใจฉันยิ่งสั่น
"เป็นอะไร ตั้งแต่กลับมาถึงห้องก็ทำหน้าเศร้า"
เขาคงสังเกตเห็นอาการ
"เปล่าสักหน่อย หนูไม่ได้เศร้า"
"เธอ...ชอบพี่เหรอ?"
เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ในน้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความสับสน ฉันเองก็สับสนมากเช่นกันไม่ได้ต่างกันเลย
ดวงตากลมโตช้อนมองหน้าเขา เราสบตากัน สายตาของพี่เทย์เลอร์ไล้ลงต่ำมาหยุดอยู่ที่เนินอกอวบซึ่งถูกรัดเอาไว้ด้วยผ้าขนหนูสีขาวจนเนินอวบทะลักออกมาโชว์สายตา
"ถ้าหนูบอกว่าชอบ...แล้วพี่จะทำไมคะ?"
ไม่อยากให้เขาทำแบบนี้เลย ใจฉันมันสั่น จะหยุดตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว
มือเรียวเล็กยกขึ้นไล้กรอบหน้าคมคายของเขาด้วยมืออันสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดผู้ชายด้วยสภาพหมิ่นเหม่แบบนี้
"อย่าชอบพี่เลย.."
"..."
"เธอ...ไม่ใช่สเปคพี่หรอก"
