9 คนข้างๆ ทำให้ยิ้มได้
เย็นนี้อารัญมีนัดเที่ยวงานวัดกับอลิดา หลังเลิกงานแล้วเขาก็กลับมาที่บ้านก่อนเพราะนัดกับหญิงสาวอีกครั้งก็ตอนหกโมงเย็น ชายหนุ่มถอดเสื้อเชิ้ตลายตารางสีเข้มออกแล้วเปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาลอ่อนที่เพิ่งไปซื้อพร้อมกับอลิดาเมื่อวันก่อน
เมื่อใกล้ถึงเวลานัดอารัญก็ขับรถมาที่บ้านของหญิงสาวแล้วเข้าไปทักทายบิดามารดาของเธอที่กำลังดูทีวีอยู่
“ลุงกับป้าไปด้วยกันไหมครับ”
“เมื่อวานลุงไปมาแล้ว ให้ไปเดินอีกคงไม่ไหวคนเยอะมาก”
“งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“ส้มโอพาพี่เข้าไปทำบุญด้วยนะลูก”
“ค่ะแม่ หนูจะรีบไปรีบกลับนะคะ”
“ไม่ต้องรีบหรอก พาพี่เขาเที่ยวให้ทั่วนะ” มงคลกำชับเพราะเขาอยากให้อารัญได้ผ่อนคลายบ้าง
“ค่ะพ่อ”
หญิงสาวเดินนำเขาออกมาจากบ้านและอารัญเพิ่งสังเกตว่าเธอไม่ได้สวมเสื้อคลุมตัวโตเหมือนกับทุกวันที่เจอ เย็นนี้อลิดาสวมกางเกงยีนพอดีตัวกับเสื้อยืดแขนสั้นตัวเล็กที่เน้นสัดส่วนอย่างชัดเจนจนคนที่เดินตามหลังมองเพลินตา
มองจากด้านหลังเขาก็ว่าหุ่นเธอดีมากแล้วแต่พอหญิงสาวหันกลับมาก็ทำเอาใจเขาเต้นแรงเพราะเรือนร่างแบบนี้มันเป็นแบบที่เขาชอบมาก เอวคอดเล็กสะโพกกลมกลึงและหน้าอกที่ดูเหมือนว่ามันจะเด่นกว่าจุดอื่น
“พี่อารัญหนูว่าเราเอารถมอเตอร์ไซค์ไปดีกว่าค่ะ เมื่อวานหนูเอารถยนต์ไปได้ที่จอดไกลมากเลยค่ะ พี่ขี่นะเดี๋ยวหนูบอกทาง”
“อือ”
ตลอดทางไปวัดในวันนี้มีรถค่อนข้างเยอะทำให้อารัญต้องขี่ไปอย่างช้าๆ ไม่นานก็มาถึงวัด
“เราต้องไปทำอะไรบ้าง พี่ไม่เคยมางานปิดทองฝังลูกนิมิตเลย”
“ตามหนูมาค่ะ เดี๋ยวหนูพาไปเอง”
อารัญเดินตามเธอไปยังจุดที่ทางวัดจัดให้ร่วมทำบุญและคนที่ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านก็ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบข้างเหมือนกับเด็กที่ได้ออกไปเที่ยวเป็นครั้งแรก หลังทำบุญเสร็จเธอก็พาเขาเดินมายังบริเวณวัดที่มีร้านค้าอยู่เต็มไปหมด
“ส้มโอรู้จักคนเยอะเหมือนกันนะ” อารัญพูดขึ้นเพราะตั้งแต่เดินเข้ามาในบริเวณวัดก็มีคนทักทายหญิงสาวอยู่ตลอดทาง
“ก็เพราะหนูเกิดที่นี่ โตที่นี่ไงคะก็เลยรู้จักคนเยอะเป็นธรรมดาอีกหน่อยพี่อารัญก็จะรู้จักคนคนเยอะเหมือนหนูเองล่ะคะ พี่อารัญรู้สึกอึดอัดไหมเวลาที่หนูแนะนำให้พี่รู้จักกับคนอื่น”
“ไม่ครับ พี่ว่ามันเป็นธรรมดาเพราะพี่ยังเป็นคนแปลกหน้าสำหรับคนที่นี่”
“พี่เคยเดินงานวัดมาก่อนไหมคะ” หญิงสาวชวนคุยขณะเดินแวะร้านต่างๆ และส่งขนมเข้าปากตัวเองสลับกับยื่นมาให้คนตัวโตที่เดินตาม
“เอาตามตรงนะพี่แทบไม่เคยได้ออกมาเที่ยวงานแบบนี้เลย”
“เพราะอะไรเหรอคะ พี่ไม่ชอบเหรอ หนูว่าเจอคนเยอะๆ ได้หาของกินอร่อยแบบนี้สนุกดีนะคะ”
“แม่ไม่ค่อยให้พี่ออกมาเจอกับคนอื่นนะ พี่เคยแอบหนีออกมาแต่พอท่านจับได้ก็ถูกตีจากนั้นก็เลยไม่ทำอีก”
“น่าสงสารจังนะคะงานแบบนี้มันสนุกมากๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะต่อไปนี้ถ้ามีงานแบบนี้อีกหนูจะชวนพี่มาเอง”
“แล้วปกติเวลาออกมาแบบนี้ส้มโอทำอะไรบ้าง”
“ก็เดินซื้อของกินไปเรื่อย ถ้าตอนเด็กกว่านี้ก็ขึ้นชิงช้าสวรรค์ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่กล้าขึ้นแล้วค่ะหนูกลัวมันรับน้ำหนักไม่ไหว” หญิงสาวพูดแล้วก็หันมาหัวเราะ
“ส้มโอต้องไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ตามสวนสนุกใหญ่ๆ ที่เขาให้คนขึ้นได้หลายๆ คน”
“ค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากไปขึ้นแบบนั้นเหมือนกัน”
อารัญยังเดินคู่กับอลิดาไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเธอก็แวะซื้อของและทักทายคนอื่นอย่างเป็นมิตร เธอยิ้มและหัวเราะทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้
“พี่อารัญเราไปปาลูกโป่งกันไหม”
“ได้สิ”
แล้วอลิดาก็พาชายหนุ่มมายังร้านปาลูกโป่ง ทั้งสองช่วยกันปาอย่างสนุกสนานลูกโป่งแตกบ้างไม่แตกบ้างสุดท้ายก็ได้ตุ๊กตามาแค่หนึ่งตัว
“พี่ว่าถ้าเราเอาเงินตรงนี้ไปซื้อตุ๊กตาน่าจะได้หลายตัวแล้วนะ”
“แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันหรอกค่ะ อย่างตัวนี้พี่อารัญต้องปาหลายรอบกว่าจะได้หนูว่ามันน่าภูมิใจกว่าซื้อมากนะคะ แต่พี่ยกให้หนูจริงเหรอคะ”
“พี่เป็นผู้ชายจะเอาตุ๊กตาไปทำไมล่ะ อยากเอาอีกตัวไหม” เขาเห็นท่าทางดีใจและกอดตุ๊กตาแน่นก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เรื่องเล็กน้อยแต่รอยยิ้มของเธอกว้างจนคนมองยิ้มตามอยู่บ่อยๆ
“ไม่ค่ะ แค่ตัวเดียวก็พอแล้ว พ่อเคยพูดว่ามันไร้สาระค่ะ แต่หนูกับพี่ชมพู่ก็แอบมาปาลูกโป่งกันบ่อยๆ”
“แล้ววันนี้ทำไมไม่ชวนชมพู่มาด้วยล่ะ”
“พี่ชมพู่เขาก็ต้องมากับสามีของเขาสิคะ พี่อารัญยังไม่เคยเจอพี่เขยของหนูใช่ไหมล่ะ”
“อือ พี่ยังไม่เคยเจอได้ยินแต่ลุงมงคลบ่นว่าลูกเขยเอาแต่ทำงานและไม่มีเวลา”
“ก็สามีของพี่ชมพู่เป็นตำรวจไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ เอาไว้วันที่เขาไม่เข้าเวรหนูจะชวนมากินข้าวที่บ้านนะคะ”
“ครับ”
“พี่อรัญเบื่อหรือยังคะ อยากจะกลับไหม”
“ไม่หรอกพี่ว่าเราเดินไปเรื่อยๆ ก็ได้ ส้มโอเอาน้ำส้มไหม”
“เอาค่ะ เดี๋ยวหนูจ่ายเองนะ พี่จ่ายให้หนูมาตลอดทางแล้วพ่อรู้คงโดนดุแน่” เธอซื้อน้ำส้มสองแก้วส่งให้เขาแก้วหนึ่งส่วนตัวเองก็ดูดน้ำส้มน้ำเดินนำเขาไปเรื่อยๆ
“ส้มโอ” เสียงที่เรียกขึ้นทำให้อลิดาและอารัญหันกลับไปมอง
“อ้าว มาเที่ยวเหมือนกันเหรอคะ”
“ตอนที่ผมคุณบอกผมว่าไม่ว่าง”
“ก็ฉันไม่ว่างจริงๆ นี่คะ”
“ที่ไม่ว่างมากับผมเพราะมากับคนอื่นใช่ไหมล่ะ”
“พี่อารัญไม่ใช่คนอื่นนะคะ เขาเป็นเจ้านายของฉันเอง พี่อารัญคะนี่คุณภิภพเจ้าของไร่ที่อยู่ติดกับไร่ของคุณค่ะ คุณภิภพค่ะ นี่พี่อารัญเขาเป็นลูกชายคุณอิทธิและตอนนี้ก็เป็นเจ้านายของฉัน”
“ยินดีที่รู้จักนะครับ ผมชื่อภิภพ คนแถวนี้รู้จักผมดี ถ้าคุณต้องการให้ผมช่วยอะไร บอกได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ”
“ยินดีที่ได้รู้จักและขอบคุณมากครับ ถ้าผมมีอะไรอยากให้คุณช่วยผมจะให้ส้มโอติดต่อไปนะครับ” อารัญตอบอย่างสุภาพเขาคิดว่าไร่อยู่ใกล้ๆ กันรู้จักกันไว้ก็น่าจะดีเพราะเขาเองก็เพิ่งมาอยู่ใหม่
“ยินดีมากครับ ส้มโอครับผมเพิ่งมาถึงเดินเที่ยวยังไม่ทั่วเลย ส้มโอพาผมเดินเที่ยวหน่อยสิ”
“คุณภิภพพูดอย่างกับไม่เคยมาเที่ยวงานวัดนะคะ ฉันเดินเที่ยวมาตั้งแต่หัวค่ำตอนนี้รู้สึกเมื่อยขามากๆ อยากจะรีบกลับ เราเหนื่อยกันแล้วใช่ไหมคะพี่อารัญ”
“ครับ” อารัญตอบแบบงงๆ
“พรุ่งนี้ส้มโอจะมาอีกไหม ผมอยากมาเดินเที่ยวกับส้มโอนะ”
“คิดว่าไม่แล้วค่ะ เมื่อวานฉันก็มาแล้ววันนี้ก็มาอีก ถ้าพรุ่งนี้มาคงไม่ไหว ยังไงเอาไว้เจอกันโอกาสหน้านะคะ เราไปกันเถอะค่ะ” หญิงสาวคล้องแขนอารัญแล้วรีบเดินออกมา เธอถอนหายใจเมื่อเดินห่างออกมาเรื่อยๆ
“ดูเหมือนส้มโอจะไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่นะ”
“ใช่ค่ะหนูไม่ค่อยชอบเขา แต่สาวๆ แถวนี้ชอบเขานะคะ เพราะเขาหน้าตาดีแล้วก็รวยด้วยค่ะ”
“แต่ดูท่าทางเขาจะสนใจส้มโออยู่นะ”
“ก็ประมาณนั้นค่ะ”
“ส้มโอรู้อยู่แล้วเหรอ”
“ก็พอรู้ค่ะ แต่หนูไม่ชอบคนเจ้าชู้ค่ะ”
“ไม่มีใครชอบคนเจ้าชู้หรอกครับ”
“แล้วพี่อารัญล่ะเจ้าชู้ไหม”
“ถามตรงๆ แบบนี้ก็คงไม่มีใครตอบหรอกว่าตัวเองเจ้าชู้ เอาเป็นว่าเวลาพี่คบกับใครพี่ก็จะโฟกัสที่เธอเพียงคนเดียวครับ”
“แบบนี้ก็ถือว่าไม่เจ้าชู้ค่ะ พี่อารัญอยากกลับหรือยังคะ”
“พี่แล้วแต่ส้มโอเลย อยากซื้ออะไรเพิ่มไหมล่ะ”