8 บางเรื่องก็บอกได้ไม่หมด
ออกจากร้านอาหารอารัญก็ขับรถตรงกลับบ้านโดยมีอลิดาชวนคุยอยู่ตลอด
“ตรงนั้นเขาประดับไฟอะไรเหรอส้มโอ”
“อ๋อ นั่นเป็นทางเข้าวัดค่ะ วันพรุ่งนี้จะมีงานปิดทองฝังลูกนิมิตพี่อยากไปเที่ยวไหม”
“ส้มโอล่ะจะไปไหม”
“หนูก็ต้องไปอยู่แล้วค่ะ จะพาพ่อกับแม่ไปทำบุญแล้วก็หาของกินด้วยค่ะ งานมีหลายคืนเลยค่ะ คืนแรกหนูไปกับแม่ก่อนแล้วคืนต่อไปหนูพาพี่อารัญไปก็ได้นะคะ คนงานที่ไร่ก็คงไปกันเยอะ”
“ฟังดูน่าสนุกดีนะ”
“ก็ต้องสนุกสิคะ แต่ไม่รู้พี่จะชอบไหม”
“ลองไปเดินดูก็ได้นะ เอาไว้เรานัดกันอีกทีนะ”
“ได้ค่ะ”
ทั้งสองคุยกันเรื่อยมาจนกระทั่งรถมาจอดที่หน้าบ้านของอลิดาที่ตอนนี้เปิดไฟไว้สว่างจ้า บิดาของหญิงสาวเปิดประตูบ้านออกมาตอนที่รถจอดสนิท
“ขอโทษนะครับลุงที่พาส้มโอกลับดึก”
“จะมาขอโทษลุงทำไมล่ะ ลุงต้องขอบคุณมากกว่าที่อารัญพาส้มโอไปซื้อของ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็อยากซื้อของเหมือนกันแล้ววันนี้ส้มโอก็พาผมไปที่ร้านคุณประจบด้วยนะครับ เราคุยกันนานไปหน่อยเลยกลับดึก” ชายหนุ่มรีบบอกเพราะรู้ว่าลุงมงคลคงห่วงลูกสาว
“แล้วอารัญได้ของครบไหม”
“ได้เกินกว่าที่คิดด้วยครับ” เขายิ้มอ่อนเมื่อนึกไปถึงของที่ไม่ได้ตั้งใจไปซื้อแต่พอเดินผ่านแล้วก็เผลอหยิบใส่รถเข็น
ระหว่างที่คุยกันอยู่ลุงมงคลก็เข้ามาช่วยเอาของจากหลังรถเข้าไปเก็บ
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับลุง”
“ขับรถดีๆ นะทางจากนี้ไปบ้านอารัญจะมืดหน่อยหลอดไฟมันเสียแต่ลุงแจ้งอบต.ไปแล้วพรุ่งนี้เขาคงมาเปลี่ยนหลอดไฟให้”
“ขอบคุณครับลุง”
“หนูก็ขอบพี่อารัญนะคะที่อุตส่าห์พาไปซื้อของ”
“ไม่เป็นไรครับ พี่ขอบคุณส้มโอด้วยนะที่ช่วยเลือกของพี่ไปล่ะ”
หญิงสาวและบิดายืนรอจนกระทั่งชายหนุ่มขับรถออกไปจากบริเวณบ้านก็พากันเดินกลับเข้ามาในบ้าน
“หนูนึกว่าแม่นอนแล้วนะคะ”
“แม่ทำพะโล้อยู่น่ะลูก พรุ่งนี้เอาไปให้พี่เขาด้วยนะ”
“ได้ค่ะแม่ หนูว่าแม่เข้านอนก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูดูต่อให้เอง แม่ทำเตาถ่านใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้ะ ตอนเช้าเราค่อยมาอุ่นเตาแก๊สอีกที ถ้าหนูจะนอนก็ดูด้วยนะว่าไฟมอดหรือยัง”
“ได้ค่ะแม่”
เมื่อมารดาเข้านอนไปแล้วหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรไปถามว่าอารัญถึงบ้านหรือยัง
“พี่ถึงเมื่อกี้ครับนี่ก็เพิ่งจะเอาของเข้าตู้ ส้มโอล่ะยังไม่นอนอีกเหรอ”
“หนูจัดของอยู่ค่ะ พรุ่งนี้หนูจะเอาของสดไปให้ตอนเช้านะคะแต่พี่ยังไม่ต้องทำอาหารกินเองนะคะแม่ทำพะโล้ไว้หม้อใหญ่เลยเดี๋ยวหนูตักไปให้ค่ะ"
“ขอบคุณครับ”
“หนูจะวางแล้วพี่รีบพักผ่อนนะคะ”
เมื่อหญิงสาววางสายไปแล้วชายหนุ่มก็อาบน้ำก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาและเห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับจากเพื่อนเขาจึงรีบโทรกลับไปเพราะเพื่อนคนนี้เป็นคนที่สนิทกับเขามากแต่ไม่ได้เจอกับเกือบสามเดือนเพราะอีกฝ่ายถูกส่งตัวไปดูงานที่สวิตเซอร์แลนด์
“ว่าไงอรรถกลับมาแล้วเหรอ”
“อือ เพิ่งกลับมาถึงได้สองวันออกมากินเหล้ากันหน่อยไหม”
“กว่าฉันจะไปถึงร้านเหล้าก็คงปิดพอดี”
“ตลกแล้วฉันรู้นะว่านายอยู่กรุงเทพขึ้นมาเที่ยวหรือมาทำงานล่ะ”
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่กรุงเทพล่ะ”
“ก็วันนี้ฉันเห็นนายมากับผู้หญิงดูท่าทางหวานกันเชียว ฉันไปทำงานแค่สามเดือนนายมีแฟนแล้วเหรอ”
“ผู้หญิงที่มาด้วยตัวเล็กๆ ผิวขาวใช่ไหม” อารัญถามไปตามลักษณะของแฟนน้องชาย
“นายถามเหมือนควงผู้หญิงหลายคนเลยนะ” อีกฝ่ายหัวเราะเพราะรู้นิสัยเพื่อนดีว่าไม่ใช่คนเจ้าชู้
“ฉันว่าคนที่นายเห็นไม่ใช่ฉันนะ เพราะตอนนี้ฉันอยู่ที่ปากช่อง”
“ตอนที่ฉันเจอนายจนถึงตอนนี้ก็หลายชั่วโมงแล้วนะ นายจะอยู่ปากช่องมันก็ไม่แปลกหรอกนะ ว่าแต่นายไปทำอะไรที่นั่นล่ะ หรือว่านายเปลี่ยนงาน”
“อือ ฉันเปลี่ยนงานแล้ว”
“นายเคยบอกว่าถ้าจะเปลี่ยนงานจะบอกฉันก่อนไง ที่บริษัทฉันกำลังต้องการพนักงานนะ”
“ฉันไม่ได้ทำงานแบบเดิมแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันมาทำงานที่ไร่”
“ทำงานที่ไร่ นายมีเงินทุนแล้วเหรอ” อรรถกรรู้ว่าเพื่อนมีความฝันอยากทำไร่องุ่นแต่ที่คุยกันไว้ยังไม่ใช่ตอนนี้
“ไม่เชิงหรอก พอดีเป็นไร่ของที่บ้าน”
“ฉันรู้จักนายตั้งแต่ม.ต้นนะ ไม่เคยได้ยินว่ามีไร่อยู่ที่ปากช่อง”
“ฉันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ช่วงที่นายไม่อยู่มีหลายเรื่องเกิดขึ้นกับฉันเยอะอยู่เหมือนกัน”
“เล่ามาสิ ฉันพร้อมฟังนะ”
“ไม่ไปกินเหล้าแล้วเหรอ”
“ไม่ล่ะฉันอย่างฟังเรื่องของนายมากกว่า”
เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองอารัญยังไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน แต่เพราะอรรถกรเป็นเพื่อนสนิทเขาจึงเลือกที่จะเล่าบางเรื่องให้กับเพื่อฟัง แต่ก็ไม่สามารถเล่าเรื่องทั้งหมดได้เพราะกลัวจะกระทบกับมารดาและพี่สาวเพราะทางบ้านของอรรถกรก็รู้จักสองคนนั้นเป็นอย่างดี
เขาเล่าแค่เพียงว่าตัวเองมีฝาแฝดอยู่คนหนึ่งแต่ตอนเด็กเกิดปัญหาบางอย่างทำให้เขาต้องไปอยู่กับแม่ดาหวันที่พิษณุโลก
“งั้นคนที่ฉันเจอวันนี้ก็คือฝาแฝดของนายเหรอ”
“ก็น่าจะใช่นะ ฉันคงไม่มีฝาแฝดเพิ่มมาอีกคนหรอก”
“นี่ถ้านายไม่บอกฉันก่อนและฉันเจอกับเขาครั้งหน้าฉันคงเข้าไปทักแล้วล่ะ เขากับนายหน้าเหมือนกันมากจริงๆ นายเคยรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า”
“ฉันพอรู้ว่ามีฝาแฝดแต่แม่ไม่ค่อยอยากให้พูดฉันก็เลยไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใคร”
“แล้วตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้วใช่ไหม เขาดีกับนายหรือเปล่า”
“ก็ดีนะ ตอนแรกเขาจะให้ฉันเข้าไปทำงานที่บริษัท แต่ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งเพราะตอนนี้น้องชายของฉันก็ช่วยบริหารที่นั่น”
“ถ้าเขาดีกับนายจริงทุกอย่างก็ควรเป็นของนายครึ่งหนึ่งนะ” อรรถกรทวงสิทธิ์แทนเพื่อน
“ก็อย่างที่นายพูดนั่นแหละพ่อแบ่งทุกอย่างให้เราเท่าๆ กันแต่ไร่นี้เป็นสิทธิ์ของฉันคนเดียว ถ้าว่างๆ นายมาเที่ยวที่นี่สิ”
“ฉันต้องหาโอกาสไปแน่ๆ นายส่งพิกัดมาได้เลย”
อารัญคุยกับเพื่อนอีกไม่นานก็วางสาย ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างที่ได้เล่าเรื่องที่ตนเองมีฝาแฝดให้กับเพื่อนฟังแต่เรื่องนั้นมันก็ยังไม่ถึงครึ่งกับเรื่องที่เขาเจอมา
อารัญคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะลืมเรื่องทุกอย่างในอดีตและมองไปในอนาคตข้างหน้าแต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหนเพราะเรื่องราวที่เขารับรู้มาตลอดตั้งแต่จำความได้มันมีเรื่องจริงอยู่เพียงแค่นิดเดียว เพราะเรื่องที่เหลือมันเป็นเรื่องที่ดาหวันคนที่เขาเรียกว่าแม่มาตลอดเกือบสามสิบปีเป็นคนแต่งขึ้นทั้งนั้น