6 ความอบอุ่นในไร่กว้าง
บ้านลุงมงคล
“แม่คะเย็นนี้แม่ทำอะไรกินบ้างคะ” อลิดาเดินเข้ามาบริเวณครัวซึ่งมารดากำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารค่ำ
“แม่ทำกับข้าวหลายอย่างเลยหนูหิวหรือยังล่ะ”
“ยังคะแม่ แม่มีอะไรให้หนูช่วยทำไหม”
“ไม่เป็นไรจ้ะหนูไปพักเถอะ ถ้าอาหารเสร็จแล้วเดี๋ยวแม่จะไปตาม”
“งั้นหนูขอไปอบเค้กก่อนนะคะ วันนี้เค้กที่ร้านพี่ชมพู่ขายเกลี้ยงเลยค่ะ”
“นั่นชมพู่ก็จะไปช่วยร้องด้วยเหรอ”
“ก็แค่จะไปช่วยหยิบของค่ะ แม่มีอะไรไหมคะ”
“แม่อยากให้หนูช่วยทำกับข้าวหน่อยน่ะ เดี๋ยวอารัญจะมากินข้าวที่นี่แม่กลัวเสร็จไม่ทัน”
“ได้ค่ะแม่ ส้มโอไปทำเค้กคนเดียวนะ”
“ค่ะ พี่ชมพู่ช่วยแม่เถอะ หนูทำคนเดียวได้ค่ะ ตอนนี้ก็แค่อบเอาไว้ตอนแต่งหน้าและเอาใส่กล่องพี่ค่อยมาช่วยนะคะ”
หญิงสาวรีบเอากระเป๋าสะพายเล็กๆ ของตนเองไปเก็บจากนั้นออกมาล้างมือแล้วเดินตรงไปยังส่วนหลังบ้านที่ต่อเติมออกมาสำหรับเป็นมุมทำขนม
อลิดาจัดการตวงส่วนผสมและตีแป้งอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเอาเค้กเข้าอบไปแล้ว ระหว่างรอก็เตรียมตีเค้กแป้งสำหรับการอบรอบที่สอง
หญิงสาวเรียนรู้การทำเค้กมาจากยูทูปจากนั้นก็ฝึกทำมาเรื่อยๆ พอทำจนชำนาญก็เริ่มเอาไปฝากพี่สาววางขายที่ร้านจนมีลูกค้าประจำที่บางครั้งก็มาสั่งทำเค้กวันเกิด ทำให้มีรายได้เข้ามาอีกทาง
เธอเรียนจบบัญชีเคยทำงานที่บริษัทในตัวเมือง แต่พอผู้ช่วยของบิดาลาออกที่ไร่เลยไม่มีคนทำบัญชีและจัดการเอกสารต่างๆ หญิงสาวจึงต้องเข้ามาช่วยเพราะถือว่าคุณอิทธิบิดาของอารัญเป็นผู้ที่มีบุญคุณกับครอบครัวของเธอ
เมื่อเค้กสองก้อนแรกสุกได้ที่กลิ่นหอมก็ลอยไปทั้งบ้าน เธออบเค้กอีกสองก้อนทิ้งไว้จากนั้นก็เดินเข้ามาในบ้านซึ่งตอนนี้อารัญมาถึงบ้านเธอและกำลังคุยกับบิดามารดาของเธออยู่ที่ห้องรับแขก
“พี่กำลังจะไปตามเลย อบไปกี่ก้อนแล้วล่ะ”
“สองก้อนค่ะ กินข้าวเสร็จค่อยไปทำต่อ”
“ส้มโอไปตามทุกคนมากินข้าวได้เลยนะ”
“อือ”
อลิดาเดินไปยังห้องรับแขกและเรียกทุกคนมาทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้า
“อร่อยไหมคะพี่อารัญ” อลิดาถามขึ้นเมื่อทานไปได้สักพัก
“ครับ อาหารอร่อยทุกอย่างเลย”
“อารัญทำกับข้าวเป็นไหม” อนงค์ภรรยาของลุงมงคลชวนคุย
“ทำเป็นแค่อาหารง่ายๆ พวกข้าวผัด ผัดกะเพราครับ”
“ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นก็มาทานที่นี่นะจะได้ไม่ต้องทำให้เสียเวลา”
“ขอบคุณครับป้า แต่ผมเกรงใจ”
“จะต้องเกรงใจอะไรล่ะ ปกติป้าก็ทำให้ทุกคนอยู่แล้ว ถ้าอารัญไม่อยากมาทานที่นี่ป้าจะให้ส้มโอเอาไปให้ที่บ้านก็ได้นะ”
“ขอบคุณครับ ถ้าวันไหนผมจะมาทานที่นี่ผมจะบอกมาทางส้มโอนะครับป้า” อารัญรู้สึกเกรงใจแต่ถ้าจะปฏิเสธไปเลยก็กลัวจะเสียมารยาท
อารัญทานอาหารค่ำเสร็จแล้วก็นั่งคุยกับลุงมงคลและป้าอนงค์ขณะที่ลูกสาวของบ้านนี้ทั้งสองคนหายออกไปทางหลังบ้าน
“ที่นี่ช่วงกลางคืนจะเงียบแบบนี้เสมอเหรอครับ”
“ใช่แล้วล่ะ คนที่นี่จะเข้านอนเร็วเพราะต้องตื่นเช้าไปทำงานส่วนงานไร่ อารัญคงไม่ค่อยชินใช่ไหม”
“ก็ประมาณนั้นครับ ปกติผมจะนอนดึก”
“มาอยู่ที่นี่คนเดียวคงจะเหงา วันมะรืนมีงานปิดทองฝังลูกนิมิตที่วัดใกล้ๆ อารัญอยากลองไปเที่ยวไหมล่ะ”
“ก็น่าสนใจดีนะครับ” เขานึกไปถึงสมัยเด็กๆ ที่เวลามีงานวัดและตนเองแอบหนีมารดาไปเที่ยวบ่อยๆ และเมื่อถูกจับได้ก็จะโดนทำโทษเพราะท่านไม่อยากให้เขาออกไปตอนนั้นเขาไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องห้ามเวลาเขาจะออกไปข้างนอก แต่ตอนนี้ชายหนุ่มรู้แล้วว่าที่มารดาห้ามเพราะคงกลัวว่าจะมีคนเห็นว่าเขามีเด็กอีกคนที่หน้าตาคล้ายๆ กัน
“ถ้าอยากลองไปเดินเที่ยวก็ให้ส้มโอพาไปก็ได้นะ ส้มโอชอบไปเดินหาของกิน ไปแต่ละทีก็ซื้อกลับมาเยอะจนกินไม่หมด”
“ผมขอคิดดูก่อนนะครับ คืนนี้ผมรบกวนลุงกับป้านานแล้ว คงต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ”
อารัญบอกลาเจ้าของบ้านก่อนจะขับรถกลับ
การไปทานอาหารกับครอบครัวของคนที่เพิ่งเคยเจอกันมันดูแปลกไปมากสำหรับคนเก็บตัวอย่างเขา แต่พอไปถึงกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและเป็นกันเอง แต่คงไม่ดีแน่ถ้าจะไปทานอาหารที่นั่นทุกวัน อารัญเลยคิดว่าพรุ่งนี้เย็นเขาจะไปซื้อของมาติดตู้เย็นไว้เผื่อจะทำอาหารง่ายๆ ทานเอง
.....
เช้าวันต่อมา
อารัญตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นเขาดูนาฬิกาและเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลือก่อนที่จะถึงเวลาที่นัดกับลุงมงคลไว้ว่าจะเข้าไปดูองุ่นอีกแปลงที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยว
ชายหนุ่มจึงหยิบรองเท้าวิ่งขึ้นมาสวมก่อนจะออกวิ่งไปตามแปลงองุ่นที่เขียวขจี
เขาวิ่งผ่านแปลงองุ่นแปลงหนึ่งที่คนงานกำลังช่วยกันตัดตั้งแต่เช้ามืด การเก็บองุ่นเวลานี้จะช่วยรักษาคุณภาพ ความสดใหม่และรสชาติของผลองุ่นได้ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่อุณหภูมิต่ำและมีความชื้นเหมาะ
อารัญหยุดทักทายคนงานก่อนจะออกวิ่งต่อเมื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำสระผมก่อนจะลงมาชงกาแฟแต่เมื่อเดินเข้ามาที่ห้องครัวก็ต้องแปลกใจเพราะบนโต๊ะมีชามข้าวต้มกลิ่นหอมวางอยู่พร้อมกับโน้ตเล็กๆ ที่วางไว้ข้างๆ กัน
“แม่ฝากข้าวต้มมาให้ค่ะ”
โน้ตสั้นๆ แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มยิ้มเขารีบชงกาแฟแล้วมานั่งทานด้วยความอร่อย
ทานเสร็จเขาก็เก็บล้างก่อนจะขับรถกระบะคันเก่าเข้าไปในไร่
“มาแต่เช้าเลยนะครับคุณอารัญ” หัวหน้าคนงานทักทาย
“ครับ เมื่อเช้าผมเห็นคนงานแปลงที่ห้ากำลังเก็บองุ่นกันอยู่ องุ่นพวกนั้นจะเอาไปทำไวน์ใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ แปลงท้ายๆ จะเป็นองุ่นสำหรับทำไวน์ครับ ส่วนสองแปลงแรกเป็นองุ่นสำหรับทานสดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเก็บเองได้ อย่างแปลงนี้อาทิตย์หน้าก็จะเริ่มเก็บได้แล้วครับ” หัวหน้าคนงานอธิยาย
“ผมอาจจะถามเยอะหน่อยนะครับ ผมยังใหม่กับงานนี้อย่าเพิ่งรำคาญผมนะครับ”
“ผมไม่รำคาญหรอกครับ คุณอารัญถามมาได้เลยครับ ผมทำงานมานานบางอย่างก็ทำตามความเคยชินจนลืมนึกถึงความถูกต้องหรือทำแบบลัดขั้นตอนไปบ้างคุณอารัญก็บอกผมได้เลยนะครับ”
“แต่เท่าที่ดูทุกคนที่นี่ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่”
“ใช่ครับ พี่มงคลบอกพวกเราเสมอว่าให้ทำเหมือนที่นี่เป็นไร่ของเราเอง ให้ใส่ใจกับองุ่นทุกต้น ผืนดินทุกตารางนิ้วเพราะที่นี่ก็เปรียบเหมือนอู่ข้าวอู่น้ำของพวกเรา เพราะไร่นี้เป็นไร่ที่ให้ค่าแรงดีกว่าทุกไร่ในละแวกเดียวกัน”
“ผมต้องขอบคุณทุกคนนะครับที่ช่วยกันดูแลไร่อย่างดี พ่อบอกว่าทุกคนที่นี่ก็เปรียบเหมือนญาติพี่น้อง ถึงผมจะเข้ามาดูแลแทนคุณพ่อแต่ผมก็อยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิมครับ”
“แน่นอนครับคุณอารัญ พวกเราทุกคนจะทำงานเต็มที่เหมือนเดิม”
“ขอบคุณครับ” อารัญตอบแล้วยิ้มให้กับคนงาน