4 รู้สึกถึงความแตกต่าง
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย ลุงมงคลก็พาอารัญเดินแยกตัวออกมายังอาคารหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ถัดมาจากโซนร้านกาแฟเล็กน้อย ตัวอาคารเป็นอาคารปูนชั้นเดียวสีขาวสบายตา ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่รอบทิศทาง มองเห็นวิวแปลงองุ่นด้านหลังได้อย่างชัดเจน
ภายในออฟฟิศแห่งนี้ไม่มีพนักงานคนอื่นเลยเพราะอลิดารับหน้าที่ดูแลงานเอกสารและงานธุรการทั้งหมดของไร่
อารัญกวาดสายตามองไปรอบๆ ออฟฟิศด้วยความสนใจ โต๊ะทำงานของอลิดาถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ชั้นเอกสารจัดไว้เป็นหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการซื้อขาย เอกสารบัญชีไร่ หรือเอกสารเกี่ยวกับคนงานดุแล้วฌะอคงจะเป็นคนที่มีระเบียบพอสมควร
ถัดไปตรงมุมห้องรับแขกใกล้ประตูทางเข้า มีชุดโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มขนาดสี่ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางกระจกใส จัดไว้อย่างลงตัว
“ตรงมุมโซฟานั่นเอาไว้ทำอะไรเหรอส้มโอ” อารัญเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“มุมนั้นเอาไว้ต้อนรับแขกที่มาติดต่อเรื่องงานค่ะพี่อารัญ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทัวร์ที่มาติดต่อขอเข้าชมไร่เป็นหมู่คณะ หรือไม่ก็พวกพ่อค้าแม่ค้าที่มาติดต่อสั่งซื้อผลผลิตองุ่น แปรรูปองุ่นและไวน์ค่ะ ห้องพี่อารัญอยู่ด้านในนะคะ”
“แล้วห้องลุงมงคลล่ะ”
“พ่อไม่มีห้องหรอกค่ะ ปกติก็ไม่ค่อยเข้ามาที่นี่อยู่แล้ว งานเอกสารก็ให้ผู้ช่วยเป็นคนทำ แต่ผู้ช่วยลาออกไปแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะทำงานหนักเกินไปไหมสุดท้ายงานทุกอย่างก็ตกมาอยู่ที่หนู”
“อย่าบ่นไปเลย ส้มโออีกไม่นานพ่อก็เลิกทำงานแล้ว”
“ลุงไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะครับ”
“ก็อารัญไงล่ะ ลุงดูแลไร่นี้มานานแล้วลุงว่าถึงเวลาที่จะให้คนหนุ่มๆ มาดูแลต่อ”
“ผมเข้าใจครับว่าลุงอยากพัก แต่ขอเวลาผมหน่อยนะครับ นี่ผมเพิ่งมาเริ่มงานวันแรกเองนะครับ”
“ลุงก็แค่พูดเอาไว้ก่อน เดี๋ยวลุงขอตัวเข้าไปที่ไร่ก่อนนะ อารัญดูเอกสารกับส้มโอไปก่อน ส้มโอก็บอกพี่เขาดีๆ นะพี่เขายังใหม่กับงานที่นี่”
“ค่ะพ่อ”
อารัญไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ด้านในสุด ซึ่งกั้นด้วยกระจกใสทรงสูง ทำให้สามารถมองออกมาเห็นโต๊ะทำงานของอลิดาและบริเวณรอบๆ ออฟฟิศได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องทำงานขนาดกว้าง มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ด้านหลังโต๊ะเป็นชั้นวางหนังสือและแฟ้มรายงานผลประกอบการของไร่ย้อนหลังหลายปี
อารัญเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน ลองลูบโต๊ะไม้เนื้อดีด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ต่อจากนี้ไป ชีวิตของเขาจะไม่ได้จมอยู่กับคำโกหกและความแค้นในอดีตอีกแล้ว แต่จะเริ่มต้นใหม่ ณ ที่แห่งนี้ ในฐานะเจ้าของไร่
“เป็นยังไงบ้าง ชอบไหมคะ นี่หนูสั่งทั้งโต๊ะและเก้าอี้มาให้ใหม่เลยนะคะ”
“ขอบคุณนะส้มโอที่เตรียมทุกอย่างไว้”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ มันเป็นหน้าที่ของหนูอยู่แล้ว ถ้าพี่อารัญสงสัยเอกสารตรงไหน หรืออยากได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เรียกหนูได้ตลอดเวลาเลยนะคะ โต๊ะหนูอยู่ข้างหน้านี้เอง” อลิดาที่เดินตามเข้ามาส่งยิ้มสดใสให้
“ต่อไปนี้พี่คงต้องรบกวนเธออีกเยอะเลย” อารัญมองสบตากับเด็กสาว รอยยิ้มอบอุ่นของเธอทำให้หัวใจของชายหนุ่มที่เคยเงียบเหงาและบอบช้ำจากเรื่องครอบครัว รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในไร่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ อาจจะไม่ง่ายนักสำหรับคนที่ไม่เคยทำไร่มาก่อนอย่างเขา แต่เมื่อมีผู้ช่วยที่ดีอย่างลุงมงคลและที่อลิดาอยู่ข้างๆ อารัญก็เชื่อมั่นว่า เขาจะสามารถผ่านพ้นทุกอย่างและสร้างชีวิตใหม่ที่นี่ได้อย่างมีความสุขแน่นอน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าจากกองเอกสาร
“มีอะไรเหรอส้มโอ”
“หนูจะไปซื้อกาแฟค่ะพี่อารัญเอาด้วยไหม”
“ได้สิ พี่ขออเมริกาโน่น้ำผึ้งนะที่ร้านมีขายใช่ไหม”
“มีค่ะ เอาขนมอย่างอื่นไหมคะ ร้านพี่ชมพู่เค้กอร่อยมากๆ เลยค่ะ”
“ไม่เป็นไร พี่เอาแค่กาแฟก็พอ” เขาหยิบกระเป๋าเงินออกมาแล้วหยิบธนบัตรใบละห้าร้อยขึ้นมาส่งให้
“สำหรับพี่อารัญกินฟรีค่ะ”
“จะฟรีได้ยังไงล่ะส้มโอ เมื่อตอนกลางวันพี่ก็กินฟรีไปแล้วนะแบบนี้ชมพู่จะไม่ขาดทุนเหรอ”
“พี่ชมพู่ไม่ขาดทุนหรอกค่ะ ที่เปิดร้านทุกวันนี้คุณลุงอิทธิก็ไม่ได้คิดค่าเช่าเลย เรื่องนี้พี่ชมพู่ก็ให้หนูมาถามว่าพี่อารัญจะคิดค่าเช่าไหมเพราะตอนนี้พี่เป็นเจ้าของไร่ตัวจริงแล้ว”
“บอกชมพู่นะว่าทุกอย่างเหมือนเดิม”
“ถ้างั้นพี่อารัญก็กินฟรีได้เหมือนเดิมค่ะ เย็นนี้จะกินอะไรสั่งล่วงหน้าได้เลยนะคะเพราะร้านปิดห้าโมงเย็นค่ะ”
“แถวนี้ไม่มีร้านอาหารอื่นเลยเหรอ”
“ถ้าเป็นร้านอาหารตามสั่งก็พอมีบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะขายช่วงกลางวันเพราะตอนเย็นชาวบ้านจะทำอาหารกินเองค่ะ ถ้าพี่หิวตอนเย็นก็ต้องเข้าไปในเมืองค่ะ แต่จะไปกินข้าวที่บ้านหนูก็ได้นะคะแม่ทำกับข้าวอร่อยมากค่ะ”
“พี่คงไม่รบกวนขนาดนั้นเย็นนี้พี่ว่าจะขับรถเข้าไปหาของกินในตัวเมืองสักหน่อย มีร้านแนะนำไหม”
“มีเยอะเลยค่ะ เดี๋ยวหนูกลับมาบอกนะคะตอนนี้ขอไปเอากาแฟก่อน”
อลิดาวิ่งออกไปจากห้องไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกาแฟและคุกกี้อีกสองถุง
“พี่ชมพู่ฝากมาให้ค่ะ เผื่อพี่จะเอาไว้กินกับกาแฟตอนเช้าค่ะ”
“ฝากขอบคุณชมพู่ด้วยนะ”
“ค่ะเดี๋ยวหนูบอกให้นะ หนูไปทำงานล่ะ”
อลิดาออกจากห้องไปแล้วเขาก็นั่งทำงานต่อได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะเปิดออก
“มีอะไรเหรอส้มโอ”
“มีลูกค้ามาคุยเรื่องไวน์ค่ะ ตอนนี้อยู่ที่โรงบ่มพ่อให้หนูมาตามค่ะ”
“ตอนนี้เลยเหรอ พี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลูกค้าเลยนะ”
“ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ วันนี้พ่อจะเป็นคนคุยกับลูกค้าก่อนแต่อยากให้พี่ไปทำความรู้จักไว้ก่อนค่ะ”
“อือ ส้มโอเอารถมาไหมพี่ขอยืมหน่อยสิ พี่ไม่ได้เอารถตัวเองมา”
“พี่ขี่เป็นเหรอคะ”
“เป็นสิ”
“งั้นหนูขอซ้อนไปด้วยได้ไหมคะ หนูขอเอาแฟ้มของลูกค้าก่อนนะ”
อลิดาเดินออกมาก่อนจากนั้นเตรียมแฟ้มข้อมูลลูกค้าเมื่ออารัญเดินออกมาจากห้องหญิงสาวก็นำเขามายังจักรยานยนต์ของตนเองที่จอดอยู่หน้าออฟฟิศ
“ไหวแน่นะพี่” เธอขึ้นมานั่งด้านหลังแล้วถามด้วยความไม่แน่ใจเพราะ
“พี่เคยขี่ตอนอยู่กับแม่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” เขาตอบก่อนจะบิดกุญแจและกดสตาร์ทรถแล้วขี่ออกไปอย่างช้าๆ
ไม่รู้ว่าเพราะรถมันคันเล็กหรือคนขี่ตัวโตกันแน่ที่ทำให้เหลือพื่นที่นั่งแค่พอดีตัวจนระยะห่างที่แทบไม่มีเหลือ ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของเขา ทุกครั้งที่อารัญผ่อนหรือเร่งความเร็ว ร่างกายของทั้งคู่ก็ยิ่งเบียดชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
มือเล็กยกขึ้นมาจับแค่เสื้อเขาไว้เพราะกลัวจะตก แต่แค่นี้อลิดาก็ใจเต้นแรงเธอเคยซ้อนท้ายจักรยานยนต์ผู้ชายมาแล้วทั้งเพื่อน ทั้งรุ่นพี่หรือแม้แต่อลันแต่ความรู้สึกมันต่างจากตอนนี้
หญิงสาวต้องก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มและใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวซุกใบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง ความรู้สึกที่ได้กอดเขาวันนั้นมันยังชัดเจน มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน เธอได้แต่หวังว่าเมื่อถึงโรงบ่มไวน์แล้วหัวใจจะกลับมาเต้นในจังหวะปกติ