บท
ตั้งค่า

3 เริ่มต้นชีวิตใหม่ในไร่

เช้าวันใหม่ที่ไร่องุ่นอากาศเย็นสบายและสดชื่นกว่าในกรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด อารัญตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ตรงระเบียงบ้านพักพร้อมกับจิบกาแฟดำร้อนๆ ที่ชงเองเพื่อปลุกร่างกายให้ตื่นตัว

เขามองไปยังแถวของต้นองุ่นสุดสายตา แม้ในใจจะยังมีร่องรอยความสับสนจากเรื่องราวในอดีต แต่บรรยากาศก็ช่วยให้อารัญรู้สึกผ่อนคลายลงได้ไม่น้อย

เสียงรถกระบะของลุงมงคลดังมาแต่ไกลเมื่อใกล้ถึงเวลาที่นัดไว้ อารัญในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงยีนและรองเท้าบูตหนังก็เดินออกไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

“อรุณสวัสดิ์ครับลุงมงคล”

“สวัสดีตอนเช้าครับ เมื่อคืนหลับสบายไหม” ผู้จัดการไร่ถามด้วยน้ำเสียงใจดี

“หลับสบายมากครับ อากาศที่นี่ดีมากจริงๆ”

“ดีแล้วล่ะครับ อยู่ไปสักพักจะยิ่งชอบ มาครับ ขึ้นรถกันเลย เดี๋ยวลุงพาไปแนะนำตัวกับคนงานก่อน แล้วค่อยไปดูเขาตัดแต่งกิ่งกัน”

อารัญก้าวขึ้นนั่งบนรถกระบะ ลุงมงคลขับพาเขาตรงเข้าไปในใจกลางไร่องุ่นที่ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยไร่ รถยนต์วิ่งผ่านแถวต้นองุ่นที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ จนกระทั่งมาถึงบริเวณลานกิจกรรมกว้างที่มีคนงานนับสิบชีวิตกำลังยืนจับกลุ่มคุยกันเตรียมพร้อมเริ่มงานในเช้านี้

เมื่อรถจอด สนิทลุงมงคลก็ก้าวลงไปพร้อมกับอารัญ เสียงคุยของคนงานค่อยๆ เงียบลง สายตาหลายคู่ต่างจ้องมองมาที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมาจากรถ

“เอาล่ะทุกคน ฟังทางนี้หน่อย วันนี้ลุงจะพาเจ้านายมาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่คือคุณอารัญนะ เขาเป็นพี่ชายฝาแฝดของคุณอลัน ต่อไปนี้คุณอารัญจะเข้ามาดูแลการบริหารงานทั้งหมดในไร่ร่วมกับลุง มีอะไรติดขัดหรือต้องการรายงานเรื่องงาน ก็สามารถรายงานคุณอารัญได้เลย”

อารัญก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ก้มหัวและยกมือไหว้คนงานทุกคนด้วยความนอบน้อม ไม่ถือตัว

“สวัสดีครับทุกคน ผมชื่ออารัญนะครับ งานทางด้านการเกษตรและงานไร่ผมอาจจะยังใหม่มาก ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวและรบกวนขอคำแนะนำจากพี่ๆ น้าๆ ทุกคนด้วยนะครับ หากมีอะไรเสนอแนะบอกผมได้ตลอดเวลาเลยครับ” รอยยิ้มที่เป็นมิตรและความอ่อนน้อมของอารัญสร้างความประทับใจให้แก่บรรดาคนงานทันที หลายคนยิ้มรับและปรบมือให้ บางคนเอ่ยปากทักทายอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศการแนะนำตัวจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่น

หลังจากแนะนำตัวเสร็จสิ้น ลุงมงคลก็เดินนำอารัญไปยังแปลงองุ่นที่กำลังเริ่มทำการตัดแต่งกิ่งในฤดูกาลนี้ ลุงมงคลหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งขึ้นมาถือไว้ พร้อมอธิบายรายละเอียดงานอย่างเป็นมืออาชีพ

“การตัดแต่งกิ่งนี่ถือเป็นหัวใจสำคัญของไร่เราเลยนะอารัญ เพราะถ้าเราตัดไม่ถูกวิธี หรือเว้นกิ่งไว้มากเกินไป ผลผลิตที่ได้จะไม่สมบูรณ์ ตาสวยๆ ที่จะแตกออกเป็นพวงองุ่นในฤดูกาลหน้าก็จะไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย”

อารัญฟังอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มย่อตัวลงไปดูใกล้ๆ บริเวณตากิ่งที่ลุงมงคลชี้ให้ดู แม้จะศึกษาข้อมูลมาบ้างแต่การได้ลงมือทำเองก็ต่างออกไปมาก

“ตรงนี้เราต้องเว้นไว้กี่ตาครับลุง”

“แปลงนี้เป็นพันธุ์สำหรับทานสด เราจะตัดให้เหลือตาบวมๆ ไว้แค่สองถึงสามตาจากโคนกิ่งครับ”

“อ๋อ....”

“ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้สารอาหารไปเลี้ยงพวงองุ่นได้อย่างเต็มที่ ส่วนกิ่งแห้งหรือกิ่งที่เป็นโรคเราต้องตัดทิ้งให้หมด อารัญลองตัดดูไหม” ลุงมงคลหันมาถามเพราะอยากให้เขาได้ลองทำเองบ้าง

“ลองดูก็ได้ครับ” อารัญรับกรรไกรมาถือไว้ ก่อนจะลงมือตามที่ลุงมงคลอธิบาย

“ใช้ได้เลย แบบนี้ฝึกไม่กี่วันก็เก่งแล้ว” ลุงมงคลเอ่ยชมพร้อมหัวเราะชอบใจ

อารัญใช้เวลาช่วงเช้าทั้งหมดในการเดินสำรวจแปลงองุ่นแต่ละแปลง เรียนรู้ประเภทของสายพันธุ์องุ่นที่ปลูกในไร่ รวมถึงการดูแลรักษาระบบน้ำและศัตรูพืช โดยมีลุงมงคลคอยให้ความรู้อยู่ข้างๆ อย่างใจเย็น

ความตั้งใจและความใฝ่รู้ของอารัญทำให้ผู้จัดการไร่มั่นใจได้เลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะสามารถดูแลไร่แห่งนี้ได้อย่างดีแน่นอน

ลุงมงคลเคยสอนงานแบบนี้กับอลันฝาแฝดคนน้องมาแล้ว แต่อีกฝ่ายส่ายหัวปฏิเสธและบอกว่าไม่ถนัดงานพวกนี้เลยเพราะถนัดงานบริหารมากกว่า

สองหนุ่มต่างวัยทำงานในไร่จนถึงเวลาเที่ยง แดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ลุงมงคลจึงชวนอารัญกลับไปทานอาหารกลางวัน

“เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า อารัญอยากกินอะไรล่ะ”

“ไปกินร้านข้างหน้าก็ได้ครับ ผมจะได้ถือโอกาสรู้จักกับทุกคนที่นั่นด้วย เจ้าของเป็นลูกสาวของลุงใช่ไหมครับ”

“ลุงก็ว่าจะชวนไปที่นั่นแหละ แต่ถามก่อนเพราะกลัวอารัญจะหาว่าลุงมัดมือชก แต่อย่าหาว่าลุงโม้เลยนะ แต่อาหารร้านของลูกสาวลุงก็อร่อยมากจริงๆ”

ลุงมงคลขับรถพาอารัญมายังบริเวณด้านหน้าของไร่ ซึ่งถูกจัดสรรพื้นที่เป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ บรรยากาศร่มรื่นน่าพักผ่อน ช่วงเที่ยงแบบนี้มีนักท่องเที่ยวและคนที่เดินทางผ่านไปมาแวะมาอุดหนุนจนโต๊ะเกือบเต็ม

เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน อาหารกลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยมาเตะจมูก หญิงสาววัยประมาณสามสิบปีรีบเดินเข้ามาทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณอารัญ” อลิษาหรือชมพู่ทักทายอย่างเป็นกันเองเพราะบิดาบอกไปแล้วว่าคนที่จะมาดูแลงานที่ไร่พี่ชายฝาแฝดของคุณอลัน

“สวัสดีครับ คุณคงเป็นลูกสาวลุงมงคลใช่ไหมครับ” เขาพอจะเดาออกเพราะหน้าตาเธอคล้ายๆ น้องสาวของเธอ

“ใช่ค่ะ เมื่อคืนยัยส้มโอกลับไปเล่าให้ฟังใหญ่เลยว่าหน้าเหมือนอลันจนเธอเข้าใจผิด ฉันก็ไม่เคยเชื่อเท่าไหร่แต่ตอนนี้เชื่อแล้วค่ะ” อลิษาหัวเราะทำเอาอารัญนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วแอบอมยิ้มออกมาเล็กน้อย

“แล้วนี่เธอไปไหนแล้วล่ะครับ”

“ไปเข้าห้องน้ำค่ะ เมื่อกี้ออกมาสั่งอาหารกลางวันไว้แล้วค่ะ มีแกงส้มชะอมกุ้ง ผัดกะเพราเนื้อเปื่อย ต้มแซ่บเอ็นแก้วแล้วก็ผัดกวางตุ้งฮ่องเต้น้ำมันหอยค่ะ ผักนี่เราปลูกเองค่ะ คุณพอจะกินได้ไหมคะ”

“ได้ครับ แค่ฟังเมนูอาหารท้องผมก็ร้องแล้วครับ”

“งั้นเชิญตามสบาย ฉันขอไปดูลูกค้าคนอื่นก่อนนะคะ”

ลุงมงคลเดินไปยังโต๊ะด้านในสุดที่ทางร้านจัดไว้และอลิดาก็เดินมาพอดี

“กับข้าวโอเคไหมคะพี่อารัญ”

“ครับ น่ากินทุกอย่าง”

“รับรองเลยว่าพี่จะต้องติดใจและฝากท้องที่นี่เป็นประจำแน่ๆ ค่ะ พี่สาวของหนูทำอาหารอร่อยที่สุดแล้ว”

อารัญพยักหน้าก่อนเริ่มทานอาหารและเขาก็เห็นด้วยกับคำพูดของลุงมงคลและอลิดาว่าอาหารฝีมือของอลิษานั้นอร่อยมากจริงๆ

“อาหารอร่อยจริงๆ ด้วยครับลุง”

“เห็นไหมล่ะ ลุงบอกแล้ว ยิ่งทำงานมาเหนื่อยๆ พอได้กินของอร่อยๆ ก็หายเหนื่อยไปเลย”

“จริงครับ ผมคงต้องฝากท้องร้านที่ประจำแล้วครับ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel