11 ใครสักคนที่ยังหาไม่เจอ
เมื่อออกจากออฟฟิศอารัญก็ขับรถเขากรุงเทพทันที เย็นนี้เขามีนัดทานอาหารค่ำกับบิดาและน้องชายซึ่งเขาปฏิเสธมาหลายครั้ง แต่วันนี้ก็โชคดีที่ไม่ได้มีแค่เขา น้องชายและบิดาเพราะอลันจะพาแฟนสาวของเขามาทานข้าวด้วยอีกทั้งยังมีภูวิศลูกพี่ลูกน้องมาทานด้วยอีกคน
เมื่อเข้าเขตกรุงเทพรถก็เริ่มติดเขาหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโทรหาน้องชาย
“ว่าไงครับพี่ถึงแล้วเหรอ ผมยังอยู่ที่หอของมุกอยู่เลย” อลันไปรับคนรักที่เพิ่งออกเวรจากโรงพยาบาลและเธอขอกลับมาเปลี่ยนชุดก่อนจะไปทานอาหารค่ำ
“พี่รถติดอยู่แถวรังสิต น่าจะไปถึงช้าหน่อย”
“ไม่เป็นไรครับพี่ปกติพ่อก็กินข้าวดึกอยู่แล้ว”
“อือ ถ้าพ่อถามก็บอกให้ด้วยนะ” อารัญเลือกจะโทรบอกน้องชายฝาแฝดแทนที่จะบอกโทรบอกกับบิดาเพราะยังรู้สึกแปลกๆ ที่ตนเองเพิ่งรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านไม่เคยรู้เลยว่าเขายังมีชีวิตอยู่
เมื่อวางสายจากน้องชายไปแล้วเขาก็กดโทรออกอีกครั้ง
“ถึงแล้วเหรอคะ” ปลายสายรีบถามทันทีเพราะเธอเองก็นั่งรอโทรศัพท์จากเขาด้วยความเป็นห่วง
“ใกล้ถึงแล้วก็เลยโทรมาบอกก่อนเพราะถ้าถึงบ้านแล้วอาจไม่มีเวลาคุย ตอนนี้ทำอะไรอยู่ล่ะ กลับบ้านแล้วใช่ไหม”
“กลับมาแล้วค่ะ หนูกำลังจะทำขนมค่ะ”
“จะขยันไปถึงไหนล่ะส้มโอพักบ้างเถอะ กลางวันก็ทำงานเลิกงานก็ทำขนม”
“ก็ขนมมันไม่ได้ขายดีทุกช่วงนี่คะ ช่วงตัดองุ่นแบบนี้ลูกค้าเยอะก็ขายดีหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงร้อนๆ ลูกค้าก็น้อยมาก”
“พี่เข้าใจ แต่ก็พักบ้างนะ”
“ค่ะ พี่ก็เหมือนกันนะคะ ไหนๆ ก็เข้ากรุงเทพแล้วก็หาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนบ้างก็ได้นะคะ”
“อือ พี่วางละนะ”
“ค่ะ”
เขาวางสายแล้วก็นั่งเซ็งอยู่ในรถที่ขยับได้ทีละนิด กว่าจะไปถึงบ้านบิดาก็ช้ากว่าที่คิดไว้ แต่พอไปถึงก็โล่งใจที่เห็นว่าน้องชายก็เพิ่งมาถึง
“สวัสดีค่ะพี่อารัญ” มุกตาภาแฟนของอลันลงจากรถและยกมือไว้พร้อมกับส่งรอยยิ้มเป็นมิตร
“สวัสดีครับน้องมุก สบายดีไหม”
“มุกสบายดีค่ะ พี่อารัญล่ะคะสบายดีไหม ที่ปากช่องอากาศเป็นยังไงบ้างคะ”
“อากาศที่นั่นดีมากๆ ครับ วันหลังมุกให้อลันพาไปเที่ยวสิครับ” เขาชวนว่าที่น้องสะใภ้
“ผมคงต้องหาโอกาสไปที่นั่นจริงๆ แล้วล่ะครับ ไม่ได้ไปหลายปีแล้ว” อลันน้องชายฝาแฝดที่ลงมาจากรถพูดขึ้นบ้าง
“จะไปไหนกันเหรอ” คุณอิทธิผู้เป็นบิดาที่ได้ยินเสียงรถแต่ยังไม่เห็นใครเดินเข้าไปในบ้านก็เลยออกมาดู
“สวัสดีครับพ่อ” อลันและอารัญทักทายบิดาออกมาพร้อมๆ กัน
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” มุกตาภายกมือไว้บิดาคนรัก
“สวัสดีจ้ะหนูมุก เข้ามาคุยกันข้างในก่อนสิ ยังไม่หิวกันใช่ไหม”
“ยังไม่หิวค่ะ”
“พี่ภูละครับพ่อ” อลันมองหาพี่ชายต่างสายเลือดที่ปกติเขาจะมาถึงก่อนทุกคนเสมอ
“เขาเพิ่งโทรมาบอกว่าจะมาถึงช้าเพราะรถติด เรานั่งคุยกันไปก่อนก็ได้” เขาเดินนำทุกคนเข้ามายังห้องรับแขกแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวยาวกลางห้อง
“พ่อครับเมื่อกี้เราคุยกันว่าจะไปเที่ยวที่ไร่ของพี่อารัญครับ พ่อจะว่างไปกับพวกเราไหม”
“ว่างสิจะไปจะไปกันเมื่อไหร่ล่ะ”
“ยังไม่รู้เลยครับพ่อ ว่าแต่พี่อารัญล่ะครับ สะดวกให้เราไปตอนไหนครับ”
“พี่ก็สะดวกตลอดแหละ นายไม่ต้องถามพี่ก็ได้นะ ที่นั่นก็เป็นไร่ของนาย” เขาบอกไปตามที่คิดถึงแม้บิดาจะบอกว่าที่นั่นเป็นของเขาแต่อารัญก็ไม่เคยคิดครอบครองเพียงคนเดียว
“พ่อว่าถ้าเราจะไปที่นั่นก็นัดไปกันหลายๆ คนดีไหม พ่อเองก็ไม่ได้ไปนานแล้วนะ ป่านนี้หนูส้มโอคงโตเป็นสาวแล้วใช่ไหม” อิทธิหมายถึงลูกสาวผู้จัดการไร่ที่อรดีภรรยาของเขารักเหมือนลูกสาว
“ครับพ่อ ตอนนี้เธอก็ช่วยทำบัญชีอยู่ แต่ผมว่าคงทำได้อีกไม่นานหรอกครับพ่อ”
“ทำไมล่ะ เธอทำงานไม่ดีเหรอ”
“ทำงานดีครับ แต่ผมเห็นเจ้าของไร่ข้างๆ กำลังตามจีบอยู่”
“พี่อย่าให้เขาจีบสำเร็จนะ” อลันรีบห้าม
“ทำไมล่ะอลัน”
“ก็คนนั้นเขามีเมียมาหลายคนแล้วนะ ยังไงผมฝากพี่ดูแลส้มโอด้วยก็แล้วกันนะ ส้มโอก็เหมือนน้องสาวของเรา”
“ดื้อขนาดนั้นใครจะไปกล้าเตือนล่ะอลัน” อารัญส่ายหน้าเพราะตั้งแต่กลับไปที่ไร่เขาก็ปวดหัวกับเธออยู่แทบทุกวัน
“ใครดื้อกันเหรอ” ภูวิศลูกพี่ลูกน้องที่เดินเข้ามาถามขึ้น
“พี่อารัญกำลังบ่นว่าส้มโอดื้อครับพี่ภู” อลันตอบคำถามแทนแฝดพี่
“ดื้อที่ไหนกันล่ะ นายใส่ร้ายน้องหรือเปล่าอารัญ”
“เธออาจจะไม่ดื้อในสายตาพี่ภูนะ แต่สำหรับผมเธอดื้อมากจริงๆ นะ” อารัญส่ายหัวอย่างเอือมระอาทำให้ทุกคนในห้องรับแขกพากันหัวเราะ
“มากันครบแล้วพ่อว่าเราไปกินข้าวกันเถอะนะ”
หลังทานอาหารอารัญก็อยู่คุยกับครอบครัวได้สักพักก็เดินตามน้องชายออกมาด้านนอก
“ผมนึกว่าพี่จะค้างที่นี่ ขับรถกลับแบบนี้มันอันตรายนะครับ” อลันถามพี่ชายที่เดินตามเขาออกมานอกบ้าน
“พี่ว่าจะออกไปหาอะไรดื่มสักหน่อย แล้วค่อยกลับมานอน” เพราะนานๆ จะเข้ากรุงเทพเขาเลยอยากออกไปดื่มคลายเครียด
“งั้นผมไปก่อนนะ ครั้งหน้าเราค่อยไปดื่มด้วยกัน”
“มุกไปก่อนนะคะพี่อารัญ พี่ภู”
“นายจะไปดื่มที่ไหน” ภูวิศหันมาถามหลังจากที่อลันและคนรักขับรถออกไปแล้ว
“ยังไม่รู้เหมือนกันครับพี่” ก่อนมาที่นี่เขาโทรหาเพื่อนสนิทแล้วแต่อีกฝ่ายไปต่างจังหวัดทำให้เขาเลยต้องออกไปดื่มคนเดียว
“ไปดื่มที่ประจำของพี่ไหมล่ะ พี่ก็อยากดื่มเหมือนกันแต่อยู่กับนายได้ไม่นานนะพรุ่งนี้พี่มีงานต่อ”
“ก็ได้ครับพี่”
แล้วอารัญก็ขับรถตามภูวิศมายังโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านดื่มแบบชิวๆ ที่ต้อนรับเฉพาะสมาชิก
ภูวิศนั่งดื่มได้เกือบหนึ่งชั่วโมงเขาก็ขอตัวกลับตอนนี้ชายหนุ่มเลยนั่งดื่มอยู่คนเดียวและคิดว่าอีกสักพักตนเองก็จะกลับแล้วเหมือนกัน
เขามองไปรอบๆ ร้านซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมักจะเป็นคู่หรือไม่ก็มากันเป็นกลุ่มจะมีแค่เขาคนเดียวที่นั่งอยู่ตามลำพัง
ชายหนุ่มอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีแฟนมาหลายคน แต่ไม่ว่าจะคบกับใครก็ถูกมารดากีดกันด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครเหมาะสมกับเขา
สุดท้ายแล้วอารัญก็เลยเลิกที่จะสนใจผู้หญิงเพราะคิดว่าต่อให้คนนั้นสวยเก่งฐานะดีแค่ไหนก็ไม่สามารถพิชิตใจมารดาของเขาได้
แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปอารัญก็เริ่มอยากจะมองหาใครสักคนเพราะการอยู่คนเดียวมันก็รู้สึกเหงาแต่ก็ยังไม่มีใครที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะใช้ชีวิตด้วยเข้ามาเลย
เขาสั่งเครื่องดื่มอีกหนึ่งแก้วและถ้าดื่มแก้วนี้หมดก็คงจะกลับแต่ดื่มไปได้เพียงครึ่งผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามา
“อลันคะ โชคดีจังที่เจอคุณที่นี่” โชติชญาเดินเข้ามาทักทายเพราะคิดว่าเขาคืออลันอดีตคนรักของเธอ
“ขอโทษนะครับคุณคงทักคนผิด” อารัญปฏิเสธเพราะเขาจำได้ว่าไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน
“แหมเลิกกันไปแค่ปีเดียวทำเป็นจำโชไม่ได้เหรอคะ โชรู้นะว่าคุณยังโกรธอยู่ แต่ตอนนี้โชก็เลิกกับเขาแล้วค่ะ พี่ภูบอกว่าคุณมีคนรักอยู่แล้วแต่โชคิดว่าไม่น่าจะใช่นะคะ เพราะถ้าคุณมีแฟนแล้วจริงๆ ก็คงไม่ออกมานั่งดื่มคนเดียวใช่ไหมล่ะ”