#####บทที่ 5
"เดินซุ่มซ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะ" หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นไปมองตามเสียงที่เปล่งดังออกมา โดยที่ใครอีกคนนั้นก็แหงนหน้าลงมามองเธอเช่นเดียวกัน
"ไหนตาม้า ไหนตาเรือหรือคะ" หญิงสาวเเหงนหน้าขึ้นไปถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าหยอกล้อ กวนประสาท
"ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเถอะนะ" คีย์ตอบกลับไปอย่างปัดๆ แต่ทว่าภายในใจของเขากลับเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ โดยที่ไม่รู้สาเหตุเช่นเดียวกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้
"ขอโทษค่ะ" หญิงสาวถอยหลังห่างไปประมาณ 3 ก้าว แล้วก้มหน้าพูดสนทนากับชายหนุ่มด้วยความสำนึกผิด
"ฉันจะกลับมาบอกว่า ของในห้องครัวเนี่ย เธอสามารถหยิบใช้สอยทำอาหารได้ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" ชายหนุ่มพูดจบก็ก้มลงมองพวกขนมอาหารแห้งที่อยู่ในอุ้งมือเล็กๆของหญิงสาว และต่อท้ายอีกประโยคหนึ่งว่า
"แต่ฉันคงไม่จำเป็นต้องบอกแล้วแหละ เพราะดูจากอาหารที่เธอถือมา" หญิงสาวก้มลงมองอาหารแห้งของตัวเองที่อยู่ในมือ พร้อมกับแหงนหน้าขึ้นไปส่งรอยยิ้มเจื่อนเจื่อนให้กับชายหนุ่ม เพราะจำนนต่อหลักฐานที่วางคามือของตนเอง
"แฮร่~" คีย์เผลอหลุดยิ้มออกมาอย่างลืมตัวให้กับสีหน้าทะเล้นล้อเล่นของหญิงสาว เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต เพียงตั้งแต่ได้เจอกับเธอ ก็ดูเหมือนว่าหลายๆสิ่งหลายๆอย่างในชีวิตของตนเองนั้นจะแปรเปลี่ยนไร้ซึ่งเหตุผลประกอบ
"งั้นฉันไปทำงานก่อน อยากก่อเรื่องวุ่นวายในคอนโดของฉันล่ะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้มวางมาดนิ่ง ก่อนที่จะเดินออกจากคอนโด แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลของตนเอง
@HOSPITAL
"สวัสดีค่ะคุณคีย์"
"สวัสดีค่ะคุณคีย์" ในระหว่างที่ชายหนุ่มเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังห้องทำงานส่วนตัว เหล่าพยาบาลก็เอ่ยทักทายด้วยความเป็นมิตรและต้องการจะทำความรู้จักมักจี่กับเขา
"..." คีย์ไม่สนทนาอะไรกลับไป ได้แต่เพียงพยักหน้าเป็นการตอบรับ แล้วเดินตรงปรี่ไปยังห้องทำงานส่วนตัว เขาไม่เคยคิดจะสนใจนางพยาบาลเหล่านี้เลย เพราะท่องไว้ในใจเสมอว่า'สมภารจักย่อมไม่กินไก่วัด'
ห้องทำงานส่วนตัว
"คุณหมอคะวันนี้มีเคสผ่าตัดใหญ่ทั้งหมด 2 เคสนะคะ นี่ค่ะแฟ้มเอกสารรายละเอียดของเคสคนไข้ทั้งหมด" พยาบาลหน้าห้องชื่อว่า พี่แก้ว ยื่นแฟ้มเอกสารให้กับชายหนุ่มแล้ววางบนโต๊ะทำงาน ก่อนที่จะเดินออกไปทันทีี
"เฮ้อ!" ชายหนุ่มเลื่อนเเฟ้มเอกสารมาไว้ยัง ตรงหน้าของตนเอง พร้อมกับเปิดอ่านรายละเอียดด้านในอย่างถ่องถ้วน
ก๊อกๆ! จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"เข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยบอกคนด้านนอกประตูด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แลไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่นัก เลื่อนสายตาจุดความสนใจของตัวเองมายังแฟ้มเอกสารต่อ
"ไอ้หมอ! มาเช้าจริงๆเลยนะมึง" เสียงของพิพัฒน์ หมอผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกเบอร์ 1 ของโรงพยาบาลแห่งนี้ และเขาเองก็เป็นเพื่อนสนิทคีย์ ทั้งสองมักจะพูดคุยเล่าเรื่องสารทุกข์สุขดิบกันอยู่เป็นประจำ
"ก็แหงสิวันนี้มีผ่าตัดเช้าเลย กูมีเวลาศึกษาเอกสารที่เหลืออยู่ ไม่กี่ชั่วโมงเอง"
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนหน้ามาดูนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูของตัวเองก่อนที่จะหันหน้ากลับไปพูดกับพิพัฒน์เพื่อนสนิทต่อ
"เออ ขยันเข้าไป เป็นถึงลูกเจ้าของโรงพยาบาล ไม่เห็นจะต้องทำงานหนักขนาดนี้เลย" พิพัฒน์ถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งยังเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มอย่างที่ตนเองมักจะทำอยู่บ่อยครั้ง
"เป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาล ก็ใช่ว่าเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี่ ต่อไปข้างหน้าพ่อกูอาจจะยกโรงพยาบาลนี้ให้กับเมียใหม่ก็ได้"
คำพูดของพิพัฒน์มันจี้ใจดำเหลือเกิน ผู้เป็นบิดาของเขาเองไม่เคยเห็นความสำคัญของลูกชายคนนี้อยู่แล้ว ส่งเสียให้เรียนมหาวิทยาลัยดีๆ มีครูสอนพิเศษมาสอนหนังสือถึงบ้านก็เพียงเพราะหวังกาลภายหน้าจะได้ใช้สอยความรู้ของเขาอย่างเต็มที่
"พ่อมึงก็อายุปูนนี้แล้ว ยังคิดเรื่องรักๆใคร่ๆอยู่อีกหรอวะ" พิพัฒน์หัวเราะพลางถามอย่างชอบใจ แต่ดูเหมือนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม ไม่มีรอยยิ้มล้อเล่นแฝงอยู่เลยสักนิด ทำให้พิพัฒน์ต้องรีบหุบยิ้มอย่างอัตโนมัติเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสนิท
"เห้ย! กูขอโทษ" ชายหนุ่มเหลือบหางตามองพิพัฒน์พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
"กูก็หวังว่าอย่างนั้นนะ พ่อกูคงจะไม่เอาผู้หญิงคนไหนมาแทนที่แม่หรอก"
ชายหนุ่มทำได้เพียงภาวนาให้สิ่งที่เขาคิดเกิดขึ้นจริง เพราะตั้งแต่ที่แม่บังเกิดเกล้า ผู้ที่ให้กำเนิดคีย์ได้สิ้นชีวิตลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลว พ่อก็ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านในฐานะภรรยาเลยสักครั้ง
"แล้วมึงล่ะ เมื่อไหร่จะพาผู้หญิงมาแนะนำให้กูรู้จักในฐานะแฟนบ้าง ตั้งแต่รู้จักกันมาเนี่ย มึงยังไม่เคยมีแฟนเลยนะเว้ย" พิพัฒน์เอ่ยชักชวนเข้าเรื่องอื่น เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของชายหนุ่มไม่ใคร่จะดีนัก
"ไม่เห็นจะต้องรีบไปไหนเลย ผู้ชายอย่างกูหล่อ รวย มีฐานะและหน้าที่การงานที่ดี เพียบพร้อมทุกอย่างขนาดนี้ ไม่จำเป็นจะต้องดิ้นรนหรือวิ่งตามหาความรักให้เหนื่อยหรอก คนมันใช่อยู่เฉยๆเดี๋ยวมันก็มาหาเองนั่นแหละ"ชายหนุ่มตอบกลับไปตามความคิดอย่างสัตย์จริงของตนเอง
"ไอ้ของเพียบพร้อมเนี่ยแหละน่ากลัว ระวังจะไม่ได้ใช้สิ่งที่พ่อกับแม่ให้มาอย่างคุ้มค่านะเว้ย" พิพัฒน์พูดพรางก้มมองตรงระหว่างขาของตัวเองเป็นเชิงมีเล่ห์นัยน์
"ไอ้ทุเรศ ฮ่าๆๆ ฮะๆ มาสั่งมาสอนกูอยู่เนี่ย แล้วมึงล่ะไม่เห็นจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยสักคน" ชายหนุ่มพูดถามยอกย้อนกลับไป
"รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม กูจะพามาเปิดตัวกับมึงคนแรกเลย" พิพัฒน์เลิกคิ้วตอบชายหนุ่มกลับไป เขาก็ทำได้เพียงส่ายหัวไป-มาเบาๆเพราะเอือมระอากับความขี้อวดของเพื่อนสนิทคนนี้
แกร๊ก! จู่ๆประตูก็ถูกเปิดออก ด้วยบุคคล ที่เขาเองรู้เช่นว่าเป็นใคร
"มานั่งอู้งานกันอยู่นี่เนี่ยเอง มิหน้าหล่ะฉันไปหาที่ห้องทำงานถึงไม่เห็น" กรรชัยเดินเข้ามาจับบ่าของพิพัฒน์อย่างเบามือ กรรชัยมักจะชอบพูดจาสนทนาอยู่กับพิพัฒน์อย่างเป็นประจำ เพราะพิพัฒน์เองก็ช่างพูดช่างเจรจาจึงได้พูดคุยกันอย่างถูกคอ
"คุณกรรชัยมีอะไรให้ผมรับใช้รึเปล่าครับ" พิพัฒน์หยัดขึ้นยืนด้วยความสูงเต็มที่ 187 เซนติเมตรไปยังด้านหน้าของกรรชัย
"ไม่หรอกแค่จะสนทนาตามประสาคนแก่ขี้เหงาเท่านั้นเอง นายมีเวลาจะคุยกับฉันสักครึ่งชั่วโมงหรือเปล่าล่ะ" ชายหนุ่มทอดสายตามองผู้เป็นพ่อและเพื่อนสนิทฉอเลาะกันอย่างถูกปาก ต่างกับเขาเองในแต่ละวัน แทบจะนับคำได้ด้วยซ้ำไป
"ได้เลยครับคุณกรรชัย งั้นเรียนเชิญไปที่ห้องทำงานของผมน่าจะสะดวกกว่านะครับ เพราะเดี๋ยวไอ้คีย์ก็จะต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้ว ให้มันอยู่คนเดียวเพื่อทำสมาธิซะหน่อย"
กรรชัยพยักหน้าเป็นการตอบรับในความคิดเห็นของพิพัฒน์ แล้วทั้งสองคนก็พากันเดินออกไปด้านนอก โดยไม่ได้ทักทายผู้เป็นลูกชายเลยสักคำเดียว
"มันยากนักหรือวะ แค่เอ่ยทักทายสักคำสองคำเนี่ย" ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างต่ำเนื้อน้อยใจผู้เป็นพ่อของเขา แต่ก็มิเคยปริปากออกมาให้ได้ยินเลยสักครั้ง
4 ชั่วโมงผ่านไป
หลังจากที่เขาเข้าห้องผ่าตัดเป็นระยะเวลาร่วมหลายชั่วโมง ขณะนี้ภารกิจก็ได้เสร็จสิ้นและจบลงด้วยความแฮปปี้ของทั้งทางญาติและทางคุณหมอพยาบาลเอง
"คุณหมอคะ เที่ยงนี้คุณหมอติดธุระที่ไหนหรือเปล่าคะ" คุณหมอกวาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ เพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเดียวกันกับชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น
"ไม่มี" เขาตอบกลับไปอย่างห้วนห้วนๆ
"งั้นถ้าไม่เป็นการรบกวน กวางว่าจะชวนคุณหมอไปเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนสักหน่อย" หมอกวางเดินตามหลังมาเทียบติดติด ชายหนุ่มก็ไม่ได้โง่เขลา จนกระทั่งดูไม่ออกว่าหมอกวางคิดเช่นไรกับตนเอง
"ขอโทษด้วยนะกวาง แต่ผมไม่ค่อยสะดวกหนะ" ชายหนุ่มหยุดการเดินครู่หนึ่ง แล้วตอบอย่างขอไปที เพราะเขาไม่อยากจะให้ความหวังลมๆแล้งๆกับหมอกวาง
"ค่ะ" หมอกวางก้มหน้าลงมองพื้นกระเบื้อง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนโดนชายหนุ่มปฏิเสธ แต่มันเป็นครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงแค่ไม่รู้จักจำเท่านั้นเอง
"งั้นผมขอตัวก่อนนะ" พูดจบคีย์ก็รีบสาวเท้าเดินออกไปจากโรงพยาบาลทันที เขาว่าจะแวะไปเยี่ยมดูนุ่มนิ่มที่คอนโดสักหน่อย ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งเงอะงะทำอะไรไม่ค่อยจะคล่องอยู่ด้วย คอนโดของเขาอาจจะลุกไหม้ด้วยเปลวไฟแล้วก็เป็นได้
