บทย่อ
"พ่อไมโครเวฟของนุ่มนิ่ม"
#####บทที่ 1
"จากที่ผมวินิจฉัย คุณภมรเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือที่เริ่มต้นมาจากโรคหลอดเลือดโคโรนารี เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงโคโรนารีเเข็ง จึงทำให้ไปเลี้ยงหัวใจไม่พอจึงเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจเบอร์ 1 ของโรงพยาบาล KK อย่างคีย์ เขาเป็นทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทายาทคนเดียวของโรงพยาบาลแห่งนี้เอ่ยบอกกับญาติคนไข้
"แล้วแบบนี้สามีของดิฉันจะเป็นอะไรมากรึเปล่าครับคุณหมอ" เพียงเพ็ญภรรยาของภมรเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความกังวล
"สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ครับ โชคดีที่พาคนไข้มาโรงพยาบาลได้ทันเวลา มิเช่นนั้นหากปล่อยให้นานกว่านี้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นก็จะได้รับความเสียหายจากการขาดออกซิเจน และไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายๆอย่าง หรือจบลงด้วยการเสียชีวิต" ชายหนุ่มพูดจบก็ใช้มือหนาปิดแฟ้มเอกสารที่ วางอยู่ด้านหน้าบนโต๊ะทำงาน
"ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะคะ" เพียงเพ็ญลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยอีกขอบคุณชายหนุ่ม
"มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ" ชายหนุ่มตอบไปตามความจริง ก่อนที่จะเรียนเชิญเพียงเพ็ญให้ออกไปจากห้อง เขาเอนตัวราบลงบนเก้าอี้หนังตัวโปรด ด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากเข้าห้องผ่าตัดเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง
แกร๊ก! จู่ๆก็มีบุคคลปริศนาถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะประตู สำหรับเขาแล้ว คงจะมีแค่คนเดียวนั่นแหละที่จะทำเช่นนี้ได้
"ฉันมีอะไรจะคุยกับแก" คุณกรรชัย พ่อของคีย์เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา
"อะไรครับพ่อ" ชายหนุ่มดันตัวเองให้กลับมานั่งในท่าสุภาพ เอาสองมือประสานกันแล้ววางไว้บนโต๊ะ
"แกจำหนูออมสิน ลูกสาวคนเดียวของคุณอรรถพลเพื่อนสนิทฉันได้มั้ย?" คุณกรรชัยถามด้วยแววตาเรียบนิ่งเจือรอยยิ้มเล็กน้อย ฉายความปรารถนาของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน
"จำไม่ได้ครับ" ชายหนุ่มตอบออกไปตามความจริง มือหนาก็เลื่อนไปเปิดแฟ้มเอกสารขึ้นมาดูอีกครั้งหนึ่ง เขารู้ว่าผู้เป็นพ่อต้องการอะไร
"คุยกับฉันห้ามทำอย่างอื่น!" คุณกรรชัยตวาดเสียงดังใส่ลูกชาย แล้วเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารลงกับพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
ปั้ง!
ชายหนุ่มมองตามแฟ้มเอกสารของตัวเองอย่างชินชา ทุกครั้งที่ผู้เป็นพ่อไม่พอใจ เขาก็มักจะทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการทำลายข้าวของหรือเฆี่ยนตีเขาด้วยไม้หวาย
"ฉันจะไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกัน! ฉันต้องการให้ แกทำความรู้จักกับหนูออมสินเอาไว้ ทำความรู้จักกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในอนาคตข้างหน้า ถ้าถึงวันที่แกจะต้องแต่งงานกับหนูออมสินจะได้ไม่ปรับตัวยาก" คุณกรรชัยพูดความประสงค์ของตัวเองออกมาจนหมดสิ้น เขาต้องการจะให้สองครอบครัวรวบเข้าเป็นทองแผ่นเดียวกัน เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจสีเทา
"แล้วผมปฏิเสธอะไรได้ด้วยเหรอครับ" ชายหนุ่มตอบออกไปเรียบๆ ทำให้พ่อของเขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
"เข้าใจง่ายๆก็ดี พรุ่งนี้ตอนเย็นไปรับหนูออมสิน มาทานข้าวที่บ้าน ฉันจะส่งโลเคชั่นที่อยู่ของหนูออมสินไปให้แก" พูดจบคุณกรรชัยก็เดินออกไปจากห้องทันที ร่างหนาเอนตัวลงไปกับเก้าอี้หนังด้วยความเหนื่อยล้าอีกคราหนึ่ง สองดวงตาคมค่อยๆปิดลง
ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว
ปั้ง!!!! ใบเกรดเฉลี่ยจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของทางโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ฟาดลงบนใบหน้าหล่อของชายหนุ่มอย่างแรงด้วยความไม่พอใจจากผู้เป็นพ่อ
"ทำไมเกรดถึงออกมาได้แค่นี้!!" คุณกรรชัยตวาดเสียงถามชายหนุ่มอย่างดังลั่นทั่วบ้าน ทำให้เหล่าแม่บ้านแตกตื่น รีบวิ่งแจ้นออกมาดู
"ผมทำเต็มที่แล้วจริงๆนะพ่อ.." ชายหนุ่มพยายามพูดอธิบายให้ผู้เป็นพ่อเข้าใจ แต่ทว่าคุณกรรชัยกับไม่ยอมรับฟังคำแก้ตัวแต่อย่างใด
เพี๊ยะ!!!
ฝ่ามือหนาจากผู้เป็นพ่อฟาดเข้าไปที่แก้มของชายหนุ่มเต็มแรง ทำให้ใบหน้าหล่อหันไปตามแรงตบ ที่มุมปากมีเลือดสีแดงไหลซิบเล็กน้อย เขาใช้นิ้วหัวแม่โป้งบดขยี้เพื่อซับเลือดออก
"คุณผู้ชาย!! อย่าทำอะไรคุณหนูเลยนะคะ" ป้าชื่น คือ แม่นมที่เลี้ยงคีย์มาตั้งแต่เด็กๆ เธอเปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ของชายหนุ่ม ส่วนเธอเองก็รักและเอ็นดูชายหนุ่มอย่างกับลูกในไส้
"ชื่นขอเถอะนะคะคุณผู้ชาย"ป้าชื่นรีบวิ่งมาโอบกอดตัวชายหนุ่มเอาไว้
"ป้าชื่นออกไปก่อนเถอะครับ" ชายหนุ่มหันหน้าไปบอกป้าชื่น เพราะเขาเองไม่อยากจะเป็นต้นเหตุ ที่ต้องทำให้ป้าชื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วย
"แต่คุณหนูคะ.."
"ผมขอนะครับป้า" ป้าชื่นพยักหน้าเป็นการตอบรับ แล้วจำใจยอมเดินออกไปยืนดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงห่วง
"บอกฉันมาสิ! ทำไมเทอมนี้แกถึงได้เกรดแค่ 3.98! ทำไม" คุณกรรชัยจ้องใบหน้าชายหนุ่มอย่าง เอาเรื่อง พร้อมกับเดินไปหยิบไม้หวายคู่ใจออกมาถึงเล่น
"ผมไม่รู้เหมือนกันกับพ่อ.." ชายหนุ่มตอบไปตามความจริง เพราะเขาทำทุกอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งงานหรือการสอบ
"วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา? แกไม่ได้วิชานี้เนี่ยนะ" คุณกรรชัยก้มหน้าลงไปหยิบใบเกรดเฉลี่ยของชายหนุ่มพร้อมกับอ่านออกเสียง ก่อนที่จะแหงนหน้ากลับมาคุยกับเขาต่อ
"ได้คะแนน 79 เต็มร้อย พ่อผิดหวังในตัวจริงๆ" คุณกรรชัยพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง แล้วฟาดกระดาษใบนั้นลงบนพื้นอีกครั้งหนึ่ง
"ลุกขึ้น!!" คุณกรรชัยใช้มือดึงแขนของชายหนุ่มให้ยืนขึ้นด้วยความสูงเต็มที่อย่างแรง พร้อมกับใช้ไม้หวายฟาดเข้าไปที่ก้นของเขาหลายๆที
ฟาด!! ฟาด!!!
"ฮึก..ฮะ." ชายหนุ่มพยายามเก็บเสียงร้องไห้ของตัวเองไม่ให้เล็ดลอดออกมา จนรู้สึกว่าตอนนี้เขาเริ่มจะชินชากับการกระทำป่าเถื่อนของผู้เป็นพ่อไปเสียแล้ว
ฟาด!! ฟาด!!! ฟาด!!
"คราวนี้ฉันจะยึดโทรศัพท์ และหักเงินค่าขนมของแกเป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกับกักบริเวณอยู่แต่บ้าน แกจะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าม.4 และที่สำคัญแกจะต้องเรียนสายวิทย์คณิตเท่านั้น!!" คุณกรรชัยตวาดอย่างใส่อารมณ์ แล้วผลักร่างของชายหนุ่มให้ออกห่างจากกาย
ตุ้บ!!
ก้นของคีย์ล้มลงกระแทกกับพื้นกระเบื้องหรูอย่างแรง ก่อนที่ป้าชื่นจะรีบมาพยุงตัวของเขาขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง เพราะขืนชักช้าไปมากกว่านี้คงจักต้องเป็นที่ระบายอารมณ์ของผู้เป็นพ่อแน่ๆ
@ห้องนอนคีย์
"คุณหนูเจ็บมากหรือเปล่าคะ" ป้าชื่นเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำ พร้อมกับในมือถือถาดสแตนเลสขนาดเล็ก วางไว้บวางไว้บนลิ้นชักข้างหัวเตียง
"ไม่เจ็บหรอกครับป้า ผมชินแล้ว" น้ำตาของชายหนุ่มที่เอ่อนองอยู่ภายด้านใน พยายามอดกลั้นเอาไว้อย่างเต็มที ไม่ให้มันไหลออกมาแสดงความอ่อนแอต่อใครได้เห็น
"เอายาแก้อักเสบ แล้วก็อย่าทาพกช้ำมาให้คุณหนูแล้วนะคะ" ป้าชื่นยืนมองชายหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยด้วยความอดสงสารไม่ได้ เพราะเขาเองก็ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก จำใจระเหเร่ร่อนมาอยู่กับผู้เป็นพ่อ ซึ่งผู้เป็นพ่อก็ไม่เคยดูดำดูแดงเขาเลยสักนิด มีแต่บังคับ ขู่เข็ญ ให้กระทำตามใจตนเองอยู่ร่ำไป
"ป้าชื่นครับ ทำไมพ่อไม่เคยรักผมเลย" ป้าชื่นตกใจไม่น้อยที่เห็นชายหนุ่มเอ่ยถามหล่อนแบบนี้ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยแม้แต่จะพูดถึงเลยด้วยซ้ำ
"ไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูกหรอกค่ะ คุณผู้ชายหนะรักคุณหนูมากเลยนะคะ แต่ที่คุณผู้ชายทำแบบนี้ก็เพราะอยากให้คุณหนูได้ดี พ่อแม่แต่ละคนมีวิธีการแสดงความรักต่อลูกไม่เหมือนกัน" ชายหนุ่มใช้มือหนาของเขาดึงร่างกายของป้าชื่นมา กอดไว้ ทุกครั้งที่เขาได้ซบหน้าอกของผู้หญิงคนนี้ ก็มักจะรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นราวว่าอยู่กับแม่แท้ๆ

