บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ปากบอกไม่สนแต่เข้าไปช่วย

ตอนนี้จูเน่รู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เป็นสถานการณ์ที่ได้กลิ่นอันตรายยังไงก็ไม่รู้ พยายามมองหาคนช่วยแต่ก็ไม่มีใครสนใจที่เธอเลย เหมือนต่างคนต่างให้ความสำคัญแค่โต๊ะของตัวเองเท่านั้น

“เพื่อนน้องลุกไปเข้าห้องน้ำพอดี สนใจให้พี่นั่งเป็นเพื่อนไหมครับ”

ผู้ชายร่างสูงใหญ่แต่งตัวดูดีแต่ใบหน้าของเขาไม่ปิดบังความต้องการของตัวเองเลย เขามาจากโต๊ะไหนจูเน่ก็ไม่รู้เพราะก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ได้สนใจมองโต๊ะอื่นเหมือนกัน และเหมือนกับว่าผู้ชายคนนี้จะมองมาที่เธออยู่ตลอด เขาคงรอจังหวะที่เพลินไปเข้าห้องน้ำ รอให้เธออยู่คนเดียวที่โต๊ะแล้วจึงเดินเขามาทัก

ถ้าแค่จะเข้ามาทักจูเน่จะไม่รู้สึกหวาดระแวงอยู่ในใจแบบตอนนี้หรอก แต่ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาพร้อมกับใช้มือหยาบกร้านของเข้าแตะที่ต้นแขนของเธอ มือมาก่อนเสียงเสียด้วยซ้ำ จูเน่ขยับแขนของเธอให้หลุดจากมือหยาบๆของเขาแต่ไม่ถึงกับสะบัดแขนชัดเจน เธอไม่อยากแสดงทีท่าเหมือนรังเกียจ

ไม่อยากทำแบบนั้นเพราะกลัวจะไปกระตุ้นโทสะของอีกฝ่าย เขาเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่กว่าเธอหลายเท่า ถ้ามีเรื่องขึ้นมาจริงๆตัวเธอก็แค่นี้คงสู้เขาไม่ได้หรอก ส่วนเรื่องจะหาคนช่วยก็เลิกหวังไปแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งคนเดียวได้ ขอบคุณนะคะ”

จูเน่ตอบชัดๆ ให้รู้ว่าเธอไม่ต้องการน้ำใจของเขาในตอนนี้ นั่งอยู่คนเดียวยังดูปลอดภัยกว่ามีเขามานั่งด้วยซะอีก

‘เพลินรีบกลับมานะ’

ข้างนอกต้องทำเป็นเก่งไปก่อนทั้งที่ภายในใจอยากจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว เพลินก็ดันมาท้องเสียได้ถูกจังหวะจริงๆ

“ถ้าน้องไม่สะดวกรับความหวังดีจากพี่ งั้นน้องช่วยดื่มแก้วนี้ให้พี่หน่อยได้ไหมครับถือว่าเป็นการถนอมน้ำใจของพี่หน่อยนะ”

ชายหนุ่มยื่นแก้วเหล้าในมือของเขามาตรงหน้าจูเน่ พร้อมเผยรอยยิ้มที่จูเน่มองว่ามันคือรอยยิ้มชั่วร้าย

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มจากแก้วของคนอื่น”

“สักหน่อยน่าน้อง แค่อึกเดียวก็ได้”

ชายหนุ่มยังไม่ยอมแพ้ เขาเล็งไว้ตั้งแต่ตอนที่จูเน่กับเพลินเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะนี้แล้ว คืนนี้กูต้องได้เด็กคนนี้

“บอกว่าไม่ก็ไม่สิพี่ ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ” เธอเองก็เริ่มจะหมดความอดทนกับการตอแยของผู้ชายคนนี้แล้วเหมือนกัน คนบอกว่าไม่ก็ไม่สิ ปฏิเสธดีๆไปตอนแรกแล้วยังทำเป็นมึนอยู่ได้

“แค่อึกเดียวมันจะมีปัญหาอะไรนักหนาวะ!”

ในเมื่อจูเน่ไม่ยอมรับแก้วในมือของเขาไป ชายหนุ่มจึงเริ่มใช้กำลัง เขาจับต้นแขนของจูเน่และออกแรงบีบอย่างแรงจนจูเน่ต้องนิ่วหน้าออกมาเพราะความเจ็บ แต่เธอจะไม่ยอมดื่มแน่ๆ ถ้าจะคะยั้นคะยอให้ดื่มแบบนี้ ไอ้ผู้ชายคนนี้มันต้องประสงค์ร้ายต่อเธอชัวร์ ในแก้วนี้ต้องมียาปลุกเซ็กซ์ไม่ก็ยานอนหลับ ต้องใช่แน่ๆ

“ก็บอกว่าไม่ดื่ม! แล้วช่วยปล่อยแขนของฉันด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะตะโกนเรียกการ์ดของที่นี่ให้มาลากตัวพี่ออกไป” จูเน่พูดไปก็พยายามดึงมือผู้ชายคนนั้นออกจากแขนของเธอ แต่เขาแรงเยอะกว่าเธอมาก ยิ่งพยายามดึงออกมาเท่าไหร่เขาก็ยิ่งบีบแขนเธอหนักขึ้นเท่านั้น

“โอ้ย! ฉับเจ็บนะ”

“เจ็บก็ดื่มเร็วสิ” แก้วหล้าถูกจ่ออยู่ที่ปากของจูเน่ เขาพยายามจะกดปากแก้วให้กระแทกกับฟันของเธอเพื่อหวังให้จูเน่เปิดปากออก แต่เธอยังไม่ยอมและพยายามขัดขืน ย้ายมืออีกข้างมาดันมือของชายหนุ่มออก แต่ยิ่งดันเขาก็ยิ่งออกแรงกดมากขึ้น ตอนนี้เธอทั้งเจ็บแขน ทั้งเจ็บปาก

น้ำใสๆไหลลงจากหางตาตอนไหนไม่รู้ ทั้งเจ็บทั้งกลัวหลากหลายอารมณ์ตีรวนกันไปหมดแล้ว จูเน่ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้เลย เธอไปเที่ยวไนต์คลับหลายครั้งก็ยังไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง

ตอนนี้ยอมรับว่ากลัวมาก หัวใจของจูเน่เต้นแรง ตัวสั่นและเธอกำลังจะเพลี่ยงพล้ำให้กับผู้ชายนิสัยน่าเกลียดคนนี้ แต่ในวินาทีนั้นเอง เสี่ยววินาทีที่จูเน่เกือบจะยอมแพ้อยู่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“เฮ้ย! ผู้หญิงเขาไม่อยากกินมึงจะบังคับเขาทำไมวะ” เสียงที่มาพร้อมกับการผลักตัวผู้ชายคนนั้นออกไป

‘พี่อนาคิน’ จูเน่ไม่มีเวลามาสงสัยว่าเขามาอยู่ตรงนี้ได้ไง เพราะตอนนี้เธอทั้งกลัวและตกใจและรู้สึกขอบคุณเขาที่เข้ามาได้จังหวะพอดี ความรู้สึกที่เคยไม่พอใจเขาเธอจะวางไว้แป๊บนึงก่อน

“แล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยวะ” เสียงอีกฝ่ายตวาดดังลั่นเมื่ออนาคินเข้ามาขัดจังหวะของเขา อีกนิดเดียวแล้วเชียว อีกนิดเดียวเขาก็จะจับเธอดื่มเหล้าที่วางยาไว้สำเร็จแล้ว แต่ไอ้เด็กนี่มันดันมาขว้างไว้ซะก่อน

ตอนนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ทั้งสามคนเป็นทางเดียว เจฟกับเพทายที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ต้องรีบเดินเข้ามาสมทบเผื่อเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆจะได้ช่วยเพื่อนได้ ในขณะเดียวกันเพลินเดินออกจากห้องน้ำมาพอดีและเห็นเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า และที่ตกใจมากที่สุดคือเพื่อนของเธออยู่ตรงนั้น ไม่รู้แหละว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นในช่วงที่เธอไปเข้าห้องน้ำแต่ตอนนี้เธอต้องรีบเดินเข้าไปหาจูเน่แล้วพาออกมาก่อน

ทว่า เพลินยังเดินไปได้ไม่ถึงไหนข้อมือของเธอก็ถูกมือใหญ่ของใครบางคนคว้าเอาไว้

“พี่เจฟ” เพลินประหลาดใจที่เจอเขา ส่วนเจฟเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย จำได้ว่าวันนี้เขายังไม่ได้แนะนำชื่อของตัวเองให้เธอรู้จักเลย แล้วทำไมเพลินถึงพูดชื่อของเขาได้ แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อน

“อย่าพึ่งเข้าไป เดี๋ยวโดนลูกหลง” ก้มหน้าลงไปพูดใกล้ๆคนตัวเล็กกว่า เพลินตัวเล็กกว่าเจฟมาก พอได้ยืนใกล้ๆกันถึงได้รู้ว่าเธอสูงถึงแค่ช่วงอกของเขาเอง

“ลูกหลง!” ยิ่งได้ยินคำนี้เพลินยิ่งตกใจเป็นไก่ตาแตก ในใจก็เป็นห่วงจูเน่มากแต่แขนก็ถูกเจฟรั้งเอาไว้ พอก้มมองดูแขนของตัวเองที่โดนหนุ่มรุ่นพี่จับอยู่ ใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ‘ทำไมเขินพี่เจฟได้ละเนี่ย’

“เกิดอะไรขึ้นคะพี่เจฟ” เรื่องเขินช่างมันไปก่อน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ เธอจะช่วยเพื่อนได้ยังไง

“คือ...” จะเริ่มยังไงดีวะเนี่ย

“เอาเป็นว่า ตรงข้างหน้าของเราอาจจะเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดขึ้น” ขอใช้คำว่าอาจจะก่อนแล้วกัน เพราะเจฟเองก็ไม่รู้ว่าอนาคินจะควบคุมตัวเองได้มากแค่ไหน ก็ไอ้นี้มันใจร้อนจะตายไป

“แต่เพลินห่วงจูเน่ อู้ย....” เพื่อนก็ห่วงแต่ท้องไส้ก็ไม่เป็นใจ วันนี้เพลินจำไม่ได้ว่าเธอไปกินอะไรผิดสำแดงมาตอนไหน ถึงได้มีอาการคล้ายจะท้องเสียแบบนี้ นี่ก็เข้าห้องน้ำเป็นรอบที่สามแล้วเนี่ย

“เพลินเป็นอะไร” เจฟเห็นเพลินใช้มือกุมท้อง งอตัว มีท่าทางแปลกๆไป เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้

“เหมือนเพลินจะท้องเสียเลยค่ะ ฮือ ไม่ไหวแล้วค่ะ เพลินฝากพี่เจฟดูจูเน่ด้วยนะคะ” เพื่อนก็ห่วงแต่ถ้าเพลินไม่รีบวิ่งเข้าห้องน้ำตอนนี้เธอได้ทำเรื่องน่าอายตรงนี้แน่ๆ

“มึงตามไปดูน้องเพลินเถอะ เดี๋ยวกูดูทางนี้เอง”

เพทายที่เห็นเพื่อนดูเป็นห่วงสาวน้อยเพื่อนน้องจูเน่ เลยอาสาดูทางนี้เอง แล้วให้เจฟตามเพลินไปเผื่อว่าอีกคนเป็นอะไรขึ้นมาเพื่อนของเขาจะได้ช่วยดูแลได้

‘นี่มันวันอะไรครับเนี่ย...ซ้ายก็กำลังเลือดร้อน ปากบอกไม่ใช่ไทป์แต่เอาตัวเองเข้าไปช่วยเขา ส่วนขวาก็ดูใส่ใจทั้งที่ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้กับสาวที่ไหนมานานแล้ว’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel