บทที่ 3 เจอกันอีกครั้ง
“ผมไม่ใช่ซินเดอเรลล่านะครับที่จะต้องกลับถึงบ้านก่อนเที่ยงคืน”
“...” วิชาญจะไม่พูด จะขอฟังคุณหนูอนาคินบ่นไปก่อน เหนื่อยเดี๋ยวก็พักเอง
“แล้วผมก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วด้วยที่จะต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ผมอายุยี่สิบเอ็ดแล้วนะครับ ไม่ใช่สิบหกสิบเจ็ด โตแล้วดูแลตัวเองได้ครับ”
“ครับ คุณหนูอนาคินของผมโตแล้วและดูแลตัวเองได้”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะกลับไปแจ้งท่านประธานตามนี้นะครับ”
อันนี้วิชาญแกล้งพูดไปอย่างนั้นแหละ เพราะเขาเองก็รักและเอ็นดูคุณหนูอนาคินมาก เห็นกันมาตั้งแต่อยู่ในท้องจนคลอดและช่วยคุณเอบีเกลเลี้ยงมาเองกับมือ ถึงจะเป็นลูกของเจ้านาย เขาก็รักเด็กหนุ่มคนนี้เสมือนเป็นลูกเป็นหลานของตัวเองเหมือนกัน
วิชาญ เป็นทั้งเลขาและผู้ช่วยส่วนตัวของเอ็มเจ เขาดูแลตั้งแต่เอ็มเจขึ้นรับตำแหน่งท่านประธานบริษัทบริหารธุรกิจทั้งหมดที่เป็นของตระกูลโรเซนต์เบิร์ก จะพูดว่าดูแลตั้งแต่เจ้านายหนุ่มๆยันแก่ก็ได้ และตอนนี้เขาก็ยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้ดูแลทายาทของเอ็มเจด้วย
ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณหนูอนาคินจะยังมีความดื้อ มึน และเอาแต่ใจตัวเองไปบ้าง แต่วิชาญรู้ว่าสักวันเด็กหนุ่มคนนี้จะเติมโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพดั่งเช่นบิดาของเขาเคยเป็นมา เพราะเอ็มเจในวัย21ปีก็ดื้อรั้นแบบนี้เหมือนกัน
“มองอนาคิน เหมือนมองเห็นตัวเองตอนเด็ก”
เป็นคำพูดของเอ็มเจที่วิชาญมักจะได้ยินเจ้านายพูดออกมาบ่อยๆ ซึ่งเขาก็เห็นด้วยเพราะอนาคินถอดแบบพ่อของเขามาทุกกระเบียดนิ้ว เหมือนกันทุกอย่าง ทั้งรูปร่าง หน้าตาและทรงผม รวมถึงนิสัยใจคอด้วย เหมือนกันมากๆ ไม่มีอะไรที่อนาคินจะเอามาจากมารดาเลยสักนิดเดียว
“ไม่ได้นะครับ คุณชาญจะไปบอกแด๊ดดี้แบบนั้นไม่ได้ เดี๋ยวผมโดนกักบริเวณ” โครตอายเลย โตจนป่านนี้แล้วแต่พ่อยังใช้การลงโทษเป็นการกักบริเวณกับยึดบัตรเครดิต อันหลังนี้แหละที่ทำให้อนาคินยอมเป็นเด็กดีเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อ
“แล้วคุณหนูอยากให้ผมกลับไปบอกท่านประธานว่าอย่างไรครับ?” วิชาญถามกลับไปพร้อมเผยรอยยิ้มเอ็นดูให้กับท่าทางครุ่นคิดหาคำตอบของอนาคิน
“บอกแด๊ดดี้ว่า ครับ ผมจะเข้าบ้านก่อนเที่ยงคืน”
จำใจสุดๆ มาปาร์ตี้แต่ต้องกลับเร็ว วุ้ย! นี่ก็ไนต์คลับของพ่อตัวเองแท้ๆ จะกลับตอนไหนก็ได้เปล่าวะ จะนอนค้างที่ไนต์คลับยังได้เลย ลูกเจ้าของก็เท่ากับเจ้าของนั้นแหละโว้ย
“เท่านี้ใช่ไหมครับคุณหนู” วิชาญถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้งเผื่อว่าอนาคินยังมีอะไรที่อยากจะฝากไปบอกเพิ่ม
“แล้วก็...ฝากความคิดถึงไปให้แด๊ดดี้กับมัมมี้ด้วยครับ” เป็นการฝากความคิดถึงไปให้พ่อกับแม่ที่หน้างอมาก อาการเด็กโดนขัดใจมันเป็นแบบนี้เอง
ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยอนาคินได้ขอย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดของบิดาของเขา โดยให้เหตุผลว่า คอนโดของแด๊ดดี้อยู่ใกล้มหา’ลัยมากกว่า และให้สัญญาว่าจะไม่พาเพื่อนมาทำอะไรที่ไม่ดี ยกเว้นมาดื่มกันเล็กๆน้อยๆเท่านั้นจะไม่มีการมั่วสุมเด็ดขาด แล้วอีกข้อที่ต้องกระซิบขอให้ยินกันแค่สองคนพ่อลูกคือ
“ผมขอพาสาวขึ้นห้องนะแด๊ดดี้” ในเมื่อลูกกล้าขอ มีเหรอที่คนอย่างเอ็มเจจะไม่ให้ เขาเองก็ผู้ชาย แด๊ดดี้ก็สุดมาก่อนไม่อยากจะคุย และเข้าใจลูกชายเป็นอย่างดี ไอ้เรื่องอย่างว่ามันต้องมีอยู่แล้ว แต่เอ็มเจกำชับหนักแน่นว่า
“แด๊ดไม่ห้ามถ้าคินจะมีเซ็กซ์ แต่คินต้องระวังและป้องกันให้เป็น ตราบใดที่ลูกยังไม่เจอผู้หญิงคนนั้น คนที่หัวใจของลูกบอกว่าใช่ ลูกจะต้องดูแลตัวเองให้ดี และที่สำคัญ จะต้องไม่รังแกผู้หญิงถึงแม้จะเป็นคู่นอนชั่วคราวก็ตาม ตอนทำก็ต้องแฟร์ๆนะลูก แฟร์แต่ไม่ผูกพัน”
และอนาคินก็เชื่อฟังบิดาของตัวเองมากซะด้วย เพราะเขาซื้อกิน จบ จ่าย และแยกย้าย ไม่เคยกินซ้ำสอง ไม่มีแลกไลน์หรือขอช่องท่างติดต่อ เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ เรื่องถูกใจบนเตียงมันไม่เกี่ยวกับหัวใจและก็ไม่รู้ด้วยว่าเวลาเจอคนที่ชอบอาการจะเป็นแบบไหนเพราะยังไม่เคยเจอ
“กว่าจะเข้ามาได้นะมึง”
เพทายกับเจฟที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้วเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินเข้ามาด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ ทำหน้างี้สงสัยต้องชงเข้มๆให้มันแล้วว่ะ
“โทษทีว่ะ” เอ่ยขอโทษเพื่อนทั้งสองออกไปอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้นั่งรอเสียนาน พร้อมกับยื่นมือไปรับแก้วเหล่าจากเจฟ ยกขึ้นดื่มให้ชุ่มคอสักหน่อยก่อนจะพูดต่อ
“วันนี้กูต้องกลับบ้านพ่อก่อนเที่ยงคืนนะ คงหิ้วสาวไปกับพวกมึงไม่ได้แล้ว อย่างเซ็ง” วันนี้เจอแต่เรื่องเครียดกับเจอเรื่องหงุดหงิด อนาคินตั้งใจว่าจะต้องระบายความตึงเครียดของร่างกายออกสักหน่อยแล้วค่อยทำรายงายส่งอาจารย์ในวันถัดไป รายงานจะออกมาดีร่างกายต้องพร้อม ต้องเบาสบาย แต่อดครับเพราะพ่อตามให้กลับบ้าน
“มึงจะจัดก่อนเข้าบ้านไหมล่ะอนาคิน ถ้ามึงอยากมากพวกกูก็พร้อมนะ เราดื่มกันอีกชั่วโมงนึงก็ได้แล้วล็อกเป้า” เจฟเสนอทางเลือกให้เพื่อน ก็เห็นมันอยาก
“ตรงนี้มีแต่ๆสาวที่พร้อมใจให้มึงหิ้วขึ้นรถทั้งนั้น แค่มึงสบตาแล้วกวักมือเรียกสาวๆก็มาหามึงแล้ว” เพทายพูดเสริมพร้อมยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง อนาคินเสน่ห์แรงจะตายไป เห็นมันปากหมาๆแบบนี้แต่สาวๆชอบมาก และรับได้กับความปากดี ความไม่สนใจโลกของมันเพราะรูปหล่อ บ้านรวย มีดีกรีเป็นหลานเจ้าของมหาวิทยาลัย
และอย่างที่หลายๆคนรู้ ตระกูลโรเซนต์เบิร์กมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในสังคมแวดวงธุรกิจทั้งทางด้านการขนส่งนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศ และธุรกิจปลีกย่อยอีกมากมายที่ตระกูลของอนาคินเป็นเจ้าของ
พูดง่ายๆแบบให้เห็นภาพก็คือ ใครได้มันเป็นแฟนก็เหมือนหนูตกถังข้าวสารดีๆนี่เอง แต่ผู้โชคดี?คนนั้น ทั้งเพทายและเจฟก็ยังไม่เห็นวี่แววเลยสักคน เพราะอนาคินไม่เคยจีบใคร ไม่เคยคิดจะคบใครจริงจัง ไม่เคยคุยๆไปก่อนด้วย มันซื้อกินแล้วจบวันเดียวไม่สานต่อ ทำอย่างกับชาตินี้จะขออยู่เป็นหนุ่มโสดไปตลอดชีวิตอย่างไรอย่างนั้น
“กูก็อยากแต่มันมีเวลาแค่แป๊บเดียวไงมึง พวกมึงก็รู้ ว่ากูไม่จบที่ชั่วโมงสองชั่วโมง” อย่างเขาคือเอาคุ้ม ซื้อแล้วก็จัดเต็มสิครับ จะมาแค่น้ำสองน้ำมันไม่ใช่อนาคินว่ะ
“งั้นมึงกลับไปช่วยตัวเองที่บ้านพ่อมึงครับเพื่อน จะกี่น้ำมึงก็รีดเองเลย ส่วนกูกับเพทายตอนนี้เล็งเป้าไว้แล้วคืนนี้สบายตัวแน่” เจฟพูดพร้อมหันไปยักคิ้วให้เพทายที่นั่งยิ้มนิ่งๆอย่างคนรู้กัน
“ไหนวะ” มันพากันยิ้มฉ่ำขนาดนั้น กระตุกความอยากรู้ของเขาขึ้นมาทันทีเลย แต่เจฟกับเพทายไม่ยอมพูดเฉลยออกมาว่า สาวๆที่พวกเขาเล็งไว้คือคนไหน แต่ใช้สายตาบอกแทน
อนาคินมองตามสายตาของเพทาย(มันเป็นสายซุ่ม)เลื่อนไปทางหญิงสาวเป้าหมายแต่ในขณะที่อนาคินกำลังมองตามอยู่นั้น สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวสองคนที่กำลังยกแก้วเครื่องดื่มชนกัน ‘ยัยเด็กอวดดี!’
