บท
ตั้งค่า

6

เขาก้มลงจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ริมฝีปากหวานล้ำ คอเรียว ไหล่ขาว และเนินอกอวบอิ่มที่ยังเปียกชื้น มือของเขาลูบไล้ลงไปตามเนินเนื้อนุ่มนวล ไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะลูบวนที่ต้นขาเรียวด้านในอย่างอ่อนโยนแต่เร่าร้อน

กู้ฉิงอวิ๋นครางแผ่วในลำคอ ร่างกายสั่นไหวตามสัมผัสอันวาบหวามนั้น มือของนางเกาะไหล่เขาแน่น ราวกับจะผลักออก แต่กลับดึงเขาให้ใกล้ชิดมากกว่าเดิม ความปรารถนาเริ่มพุ่งสูงจนทั้งคู่แทบลืมหายใจ

ทันใดนั้น กู้ฉิงอวิ๋นก็ได้สติกลับคืนมา ในวินาทีหนึ่งเข่าเรียวของนางกระแทกขึ้นอย่างแรงตรงเข้าความแข็งแกร่งของเซียวเฉิงเฟิง

“อ๊าก!” เขาอ้าปากค้างด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่นางจะผลักอกเขาออกไปเต็มแรง ร่างสูงใหญ่เซถอยตกจากเตียงลงไปนั่งกับพื้นเสีงดังตุบ!

กู้ฉิงอวิ๋นรีบลุกขึ้น ห่อตัวด้วยผ้าที่แขวนอยู่ข้างเตียง แล้ววิ่งหนีไปมุมห้องด้วยใบหน้าแดงจัดทั้งด้วยความอายและโกรธ

“เซียวเฉิงเฟิง! ท่าน… ท่านหยาบคายเกินไปแล้ว!” นางคว้าเสื้อผ้าสะอาดมาสวมอย่างรวดเร็ว มือยังสั่นเทาเล็กน้อย

เซียวเฉิงเฟิงนั่งกุมหว่างขาอยู่กับพื้น ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บและจากความปรารถนาที่ยุติลงแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ดวงตากลับฉายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“ฮูหยินของข้าโกรธแล้วหรือ” เขาพึมพำเสียงแหบพร่า

“แต่ข้าว่า เจ้าก็ตอบรับข้าไม่น้อยเลยนะ”

กู้ฉิงอวิ๋นหันขวับไปมอง ดวงตาจ้องเขาเขม็งด้วยความเขินอายปนโมโห

“อย่ามาทะลึ่งนะ! คืนนี้ท่านนอนพื้น ข้าจะนอนบนเตียง” นางหันหลังให้อย่างรวดเร็ว แต่ใบหูแดงระเรื่อจนเซียวเฉิงเฟิงมองเห็นชัดเจน

ชายหนุ่มเพียงยิ้มกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงขอบเตียง มองแผ่นหลังบางที่กำลังสวมเสื้อผ้าของภรรยาโง่

ไม่สิ... ภรรยาฉลาดและน่าหลงใหลของเขาต่างหากเล่า

ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลและเขายินดีจะค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งในหัวใจของนาง

แสงแดดยามเช้าสาดลอดช่องไม้เข้ามาภายในเรือนหลังเล็ก เสียงนกร้องดังแว่วมาจากต้นท้อกลางลาน

สายลมอ่อนพัดผ่านผ้าม่านบางเบา ทุกอย่างดูสงบ

สงบเสียจนแทบไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือเรือนของ “คนโง่สองคน” ที่เพิ่งทำให้ทั้งจวนอกสั่นขวัญแขวนมาเมื่อคืน

เสียงเอี๊ยดเอี๊ยด ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

กลางลานเล็กใต้ต้นท้อ เซียวเฉิงเฟิงนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยก

ชุดชั้นในสีขาวหลวม ๆ เผยลำคอและแผ่นอกเล็กน้อย ผมดำยาวปล่อยลงมาอย่างไม่ใส่ใจ มือหนึ่งถือพัด อีกมือหนึ่งถือเมล็ดแตง

โยกไป โยกมา ราวกับบุรุษผู้นี้ไม่มีเรื่องทุกข์ใจใดในชีวิต

กรุบ เมล็ดแตงถูกโยนเข้าปากทีละเม็ด

กรุบ กรุบ

กู้ฉิงอวิ๋น นั่งจิบชาอยู่ฝั่งตรงข้าม มองสามีด้วยสายตาประหลาด ตั้งแต่แต่งงานมา นางยังไม่เคยเห็นบุรุษคนใด ขี้เกียจได้ถึงเพียงนี้

“ท่าน” นางวางถ้วยชาลงช้า ๆ

“วันนี้ไม่คิดจะทำอะไรบ้างหรือ”

เซียวเฉิงเฟิงลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนถอนหายใจยาว ยาวเสียจนกู้ฉิงอวิ๋นเกือบคิดว่าเขาจะหมดลมหายใจจริง ๆ

“ไม่ทำ ขี้เกียจ” เขาตอบ ก่อนคิดในใจคนเดียว

ชาติที่แล้ว เขาทำงานจนตาย ก่อนมองท้องฟ้าอย่างคนผ่านโลกมามาก เมื่อก่อนเขาประชุมตั้งแต่เช้า เซ็นเอกสาร เจอลูกค้า เขาหันมามองนาง สีหน้าจริงจังราวกำลังประกาศเรื่องสำคัญของชีวิต

“ดังนั้น ข้าจะเป็นคนไร้สาระ ไม่ทำงานทำการ”

กู้ฉิงอวิ๋นกะพริบตาปริบ ๆ เซียวเฉิงเฟิงยกนิ้วขึ้นทีละนิ้ว

“กิน”

นิ้วแรก

“นอน”

นิ้วที่สอง

“อาบแดด”

นิ้วที่สาม

จากนั้นหรี่ตาลง

“ใครใช้ข้า ข้าจะตายให้มันดูอีกรอบ”

กู้ฉิงอวิ๋นนิ่งไปสามลมหายใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะใสดังลั่นไปทั่วเรือน

“สามีข้า” นางส่ายหน้า

“เพี้ยนจริง ๆ”

เซียวเฉิงเฟิงยักไหล่

“เพี้ยนหน่อยไม่ได้หรือ” ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

จางกุ้ยกับอาหยวน เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะ ในมือของทั้งคู่ถือถาดไม้ขนาดใหญ่

ทันทีที่วางลงบนโต๊ะ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวก็ลอยฟุ้งไปทั่ว ข้าวแข็งจนเป็นก้อน เป็ดที่ขึ้นราเขียว ผักเหี่ยวจนดำ และซุปที่ส่งกลิ่นบูดจนแม้แต่แมลงวันยังบินหนี

จางกุ้ยยิ้มเยาะ

“คุณชายฮูหยิน โรงครัวเหลือเพียงเท่านี้ขอรับ”

อาหยวนหัวเราะ

“ถ้าช้าอีกนิด สุนัขในจวนคงกินหมดแล้ว”

ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน กู้ฉิงอวิ๋นหรี่ตาลง ปลายนิ้วเริ่มขยับ ถ้าเป็นเมื่อก่อน สองคนนี้คงโดนเตะจนฟันร่วงไปแล้ว แต่วินาทีต่อมา เซียวเฉิงเฟิงกลับยกมือขึ้นห้ามนาง

จากนั้น เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้โยก ยิ้มซื่อ ๆ แบบที่ทุกคนเคยเห็นจาก “คุณชายโง่”

“ของดีเช่นนี้” เขาพูดช้า ๆ

“ต้องแบ่งกันกินสิ”

จางกุ้ยชะงัก

“ขะขอรับ?”

วินาทีต่อมา เซียวเฉิงเฟิงคว้าช้อน ตักเป็ดขึ้นราทั้งชิ้น แล้วยัดเข้าปากจางกุ้ยเต็มแรง

“อื้อ...” ตาอีกฝ่ายแทบถลน น้ำตาไหลพราก ยังไม่ทันได้คาย

กู้ฉิงอวิ๋นยกชามซุปทั้งชาม สาดใส่อาหยวนเต็มหน้า

“อ๊าก!” น้ำซุปไหลย้อยลงมาตามผมและเสื้อ กู้ฉิงอวิ๋นหัวเราะเสียงใส

“ของดี ต้องแบ่งกันกินสิ”

เซียวเฉิงเฟิงหันไปมองนาง กู้ฉิงอวิ๋นหันกลับมามองเขา ต่างคนต่างนิ่ง ก่อนริมฝีปากทั้งคู่จะยกขึ้นพร้อมกัน โดยไม่ได้นัดหมาย แต่เข้าใจกันอย่างประหลาด

“วิ่ง!”

จางกุ้ยร้องลั่นแต่สายไปแล้ว กู้ฉิงอวิ๋นคว้าไม้กวาดด้ามยาวข้างประตู เซียวเฉิงเฟิงก็คว้าอีกอัน

“หืม”

เซียวเฉิงเฟิงยิ้มมุมปาก

“ดูเหมือนภรรยาข้าจะคิดเหมือนกัน”

“มากกว่าที่ท่านคิด”

กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มหวาน

ก่อน ฟาด! เต็มแรง

“โอ๊ย!”

ฟาด!

“อ๊าก!” เสียงร้องดังลั่นไปทั่วลาน คนใช้ที่แอบมุงอยู่รีบวิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน

“คุณชายบ้าแล้ว!”

“ฮูหยินผีเข้า!”

“ช่วยด้วย!” แต่ทั้งสองไม่คิดปล่อยง่าย ๆ กู้ฉิงอวิ๋นหมุนตัว

ศอก! ปึก!

เข่า! ตุบ!

เตะ! โครม!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel