บท
ตั้งค่า

5

กู้ฉิงอวิ๋นหลับตาลงช้า ๆ ปลายนิ้วลูบรอยแผลจาง ๆ ที่ข้อมือ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา นางแสร้งโง่ แสร้งพูดช้า แสร้งเชื่อฟัง เพื่อรอวัน หลุดออกจากจวนกู้ หลังจากบิดาสิ้นก็ไม่มีใครให้อาลัยอีก นางไม่สนิทกับมารดาเลี้ยงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดความอึดอัดขึ้นมา แม้จะไม่ได้โดนทุบตีทำร้ายหรือทารุณกรรม แต่ก็ไร้ซึ่งความรักความผูกพันใด ๆ ให้ต้องคะนึงหา

และวันที่รอคอยก็มาถึง วันที่หลี่ซูหรงผู้เป็นมารดาเลี้ยงบอกว่า

“ตระกูลเซียวกำลังหาเจ้าสาวให้คุณชาย เจ้าควรดีใจ ที่จะได้แต่งออกไปอยู่ที่นั่น”

กู้ฉิงอวิ๋นยังจำได้ ตอนนั้นมารดาเลี้ยงพูดอย่างเย็นชา แต่นางไม่ได้ปฏิเสธ เพราะนั่นไม่ใช่การถูกผลักลงเหว แต่มันคือประตูบานแรกของอิสรภาพ แต่สิ่งที่ทำให้นางตัดสินใจเร็วขึ้น ไม่ใช่การหนีออกจากจวน

หากเป็นอาเหลียน สาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน นางเป็นคนเดียว ที่รู้ว่าเจ้านายสาวไม่ได้โง่ คนเดียว ที่รักนางด้วยความจริงใจ

สามวันก่อนงานแต่ง อาเหลียนกลับมาหานาง ในสภาพวิญญาณเร่ร่อน ทั้งตัวเปื้อนเลือด ใบหน้าซีดขาว มือทั้งสองกุมท้องแน่น

อาเหลียนคือสาวใช้ที่นางรัก อีกฝ่ายมีชายที่ดีมาติดพัน นางเห็นว่าชายผู้นั้นเป็นคนดี จึงมอบสัญญาทาสให้อีกฝ่าย เพื่อให้เป็นอิสระสามารถมีครอบครัวได้ ก่อนแต่งงาน นางก็มอบสินเดิมติดตัวให้สาวใช้คนนี้ไปจำนวนหนึ่งให้ไปตั้งตัว

“ข้าขอบพระคุณคุณหนูมาก ๆ เจ้าค่ะ บุญคุณในครั้งนี้ข้าจะจำเอาไว้จนวันตาย มีโอกาสข้าจะตอบแทนคุณหนูแน่นอนเจ้าค่ะ” แม้อาเหลียนไม่อยากจากคุณหนูที่รักไป แต่เพราะเห็นว่าคุณหนูมีสาวใช้คนสนิทคนอื่นคอยดูแลอยู่ ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ไม่เช่นนั้นนางคงตัดใจไม่ยอมแต่งงาน อีกทั้งเจ้านายสาวก็สนับสนุนให้นางออกเรือนไปกับคนดี ๆ และจัดการทุกอย่างให้ จนไม่สามารถขัดความประสงค์ได้

กู้ฉิงอวิ๋นยังจำเสียงร้องไห้ในคืนนั้นได้ชัดเจน

“คุณหนู…ช่วยลูกข้าด้วย พวกมัน…เอาลูกข้าไป” แล้ววิญญาณของอาเหลียนก็ร้องไห้จนตัวสั่น ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้าย

“คุณหนูต้องช่วยข้านะเจ้าค่ะ แต่เวลาของข้าหมดแล้ว ไม่สามารถปรากฏกายให้คุณหนูเห็นอีก คุณหนูต้องช่วยล้างแค้นให้ข้ากับลูกและสามีของข้า ฮึก ๆ ฮือ ๆ ข้าต้องไปแล้ว” เสียงนั้นสั่นสะท้าน ต่อมาภายหลังนางจึงรู้ว่าสามีของอาเหลียนก็เสียชีวิตอย่างปริศนาเช่นกัน

กู้ฉิงอวิ๋นลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาคู่งามเย็นเฉียบขึ้นทีละน้อย

“อาเหลียน…” นางพึมพำเบา ๆ

“ข้าสัญญาแล้ว ข้าจะหาคนที่ฆ่าเจ้าให้พบ” นางให้หอฟังลมช่วยสืบแต่ไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลย และมีหญิงท้องอีกหลายคนโดนฆ่าควักลูกไป ก่อนที่ร่องรอยจะหายไปตามสืบไม่พบ

หอฟังลมที่นางตั้งขึ้นมาหลายปีแล้ว คอยสืบข่าวต่าง ๆ ให้คนที่มาขอซื้อข่าว และขายข่าว แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของหอคือใคร

สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างอีกครั้ง คล้ายมีใครบางคนกำลังร้องไห้อยู่ในความมืด

กู้ฉิงอวิ๋นค่อย ๆ หันกลับไปมองเตียงด้านหลัง มองบุรุษที่นอนนิ่งอยู่ในความมืด เซียวเฉิงเฟิง เดิมทีนางคิดเพียงว่า แต่งกับคนโง่ ควบคุมง่าย ใช้เป็นสะพานออกจากจวน แต่ตอนนี้ ดูเหมือนสามีของนางจะไม่เป็นเช่นนั้น

กู้ฉิงอวิ๋นยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนเป่าเทียนให้ดับ ห้องทั้งห้องจมสู่ความมืด และในความมืดนั้น ริมฝีปากของเซียวเฉิงเฟิง ค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ เขา ไม่ได้หลับเลยแม้แต่น้อย

ค่ำคืนถัดมา เรือนหลังเล็กยังคงเงียบสงัดเช่นเคย กู้ฉิงอวิ๋นแช่ตัวอยู่ในอ่างไม้แกะสลักที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นผสมกลิ่นดอกบัวและสมุนไพรหอมอ่อน ๆ ไอควันลอยคลุ้งบางเบา ผมดำยาวของนางถูกมัดขึ้นหลวม ๆ เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องที่ยังมีหยาดน้ำเกาะเป็นเม็ดเล็ก ๆ

ผิวเนียนละเอียดแดงระเรื่อจากความร้อนของน้ำ นางเอนหลังพิงขอบอ่าง หลับตาพริ้ม พลางถอนหายใจยาว ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง น้ำอุ่นไหลไล้ตามส่วนเว้าของร่างกายนางอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังลูบไล้ความเหนื่อยล้าทั้งปวง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ไม่เบามากนักก็ดังขึ้นจากด้านนอกผ้าม่าน

“ฮูหยิน… ฮูหยินของข้า…” เสียงเรียกของเซียวเฉิงเฟิง แบบซื่อ ๆ ราวกับเด็กน้อย ทำให้กู้ฉิงอวิ๋นลืมตาพรวด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบยกแขนขึ้นกอดอกปกปิดทรวงอกที่โผล่พ้นน้ำพอดี

“เซียวเฉิงเฟิง! เจ้าเข้ามาทำอะไรที่นี่! ออกไปเดี๋ยวนี้!” นางร้องเสียงแหลม แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มเขิน ๆ ใบหน้าบริสุทธิ์ราวกับคุณชายโง่คนเดิม ก้าวยาว ๆ เข้ามาใกล้โดยไม่สนใจคำห้าม

“ฮูหยิน… ข้าก็อยากอาบน้ำเหมือนกัน… วันนี้เหนื่อยมาก… อาบด้วยกันเถอะนะ…” เขาพูดพลางถอดเสื้อคลุมออกจากตัว

ร่างกายกำยำที่ซ่อนไว้ใต้ชุดเริ่มเผยออกมา กู้ฉิงอวิ๋นหน้าแดงก่ำทั้งโกรธ ทั้งอาย

“กล้าดียังไง! ข้ารู้หมดแล้วว่าเจ้าไม่ได้โง่! อย่ามาลามกนะ” นางยกมือขึ้นตีไหล่เขาแรง ๆ แต่เซียวเฉิงเฟิงกลับเซถอยไปข้างหลัง ราวกับเสียหลัก แล้วร่างสูงใหญ่ของเขาก็ตกลงไปในอ่างน้ำพร้อมกับเสียงกระแทกดัง ‘พลั่ก!’

น้ำกระเซ็นกระจายไปทั่วพื้น กู้ฉิงอวิ๋นกรีดร้องเสียงดัง เมื่อร่างกายทั้งสองปะทะกันใต้ผิวน้ำ

ร่างบางของนางถูกกดทับด้วยน้ำหนักที่อบอุ่นและแน่นหนา

“เจ้านี่มัน!” ทั้งสองยื้อยุดกันในอ่างน้ำแคบ ๆ มือของนางผลักไหล่เขา มือของเขากลับโอบรอบเอวบางไว้

ผิวสัมผัสกันตรง ๆ ผ่านน้ำอุ่นที่ตอนนี้ร้อนยิ่งขึ้นราวกับไฟลามทุ่ง

เซียวเฉิงเฟิงก้มลงต่ำ ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนลมหายใจปะปนกัน ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องริมฝีปากสีแดงระเรื่อของนางด้วยความปรารถนาที่ซ่อนไว้ไม่มิด

“ฉิงอวิ๋น” เขาก้มลงจะจูบ กู้ฉิงอวิ๋นรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

เขาชะงัก แล้วถอยออกเล็กน้อย แต่เพียงพริบตาเดียวที่นางลดมือลงเพื่อจะด่าทอเขา

เซียวเฉิงเฟิงอาศัยจังหวะนั้น ก้มลงจูบอย่างรวดเร็วและมั่นคง ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงบนริมฝีปากนุ่มของนางอย่างไม่ให้ตั้งตัว

“อื้อ…”

กู้ฉิงอวิ๋นดิ้นรนในคราแรก มือทั้งสองผลักอกเขาแรง ๆ แต่ยิ่งดิ้น น้ำยิ่งกระเพื่อม และร่างกายของทั้งคู่ยิ่งแนบชิดกันมากขึ้น ริมฝีปากของเขาอ่อนโยนแต่เร่าร้อน จูบไล้ซ้ำ ๆ จนกระทั่งลิ้นอุ่น ๆ แทรกเข้าไปชิมรสหวานภายในโพรงปากนุ่ม

นางตัวสั่นเทา ความร้อนจากริมฝีปากแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ราวกับมีไฟลาม ไหม้ทุกส่วนที่สัมผัสกัน เซียวเฉิงเฟิงโอบกอดนางแน่นขึ้น มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเรียบเนียนที่เปียกชุ่ม ไล่ลงไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวบาง ก่อนจะกอบกุมสะโพกนุ่มนวลไว้ในฝ่ามือ ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความทะนุถนอมและปรารถนาอันลึกซึ้ง

เขาจูบลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนกระทั่งกู้ฉิงอวิ๋นอ่อนระทวยในอ้อมแขน ริมฝีปากของนางเผลอตอบรับอย่างไม่รู้ตัว ลิ้นเล็ก ๆ พัวพันกับเขาเบา ๆ ด้วยความหวานละมุนที่ทำเอาใจของเขาร้อนรุ่ม

“ฉิงอวิ๋น… ข้าต้องการเจ้า” เขากระซิบแผ่วที่ริมฝีปากของนาง ก่อนจะอุ้มร่างเปลือยเปียกชุ่มของนางขึ้นจากอ่างน้ำอย่างง่ายดาย น้ำไหลย้อยจากเรือนร่างทั้งสอง

เซียวเฉิงเฟิงเดินตรงไปที่เตียงไม้กว้าง พลางวางนางลงบนผ้าปูที่นุ่มนวลอย่างทะนุถนอม ร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่แนบชิดกันอีกครั้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel