คดีปริศนา กุนซือเหนือบัลลังก์

128.0K · จบแล้ว
B.J.
73
บท
884
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นางถูกตราหน้าว่าไร้ค่า เขาถูกมองว่าเย็นชาไร้หัวใจ คนหนึ่งแสร้งอ่อนแอเพื่อมีชีวิตรอด คนหนึ่งซ่อนตัวตนเพื่อรอเวลาบางอย่าง เมื่อสองคนที่เต็มไปด้วยความลับต้องมาผูกพันกัน เกมลวง จึงเริ่มต้นขึ้น ใครกำลังล่า ใครกำลังถูกล่าและใครกันแน่ที่กำลังหลอกทุกคนอยู่ นิยายเรื่องนี้พระเอกธงเขียว รักเดียวใจเดียว นางเอกน่ารัก เก่ง ฉลาด บู๊ล้างผลาญ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ

นิยายรักโรแมนติกรักหวานๆดราม่าจีนโบราณโรแมนติกกำลังภายในผู้ชายอบอุ่น

1

เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบเจ็ดของคืน หลี่หมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนตัวอักษรตรงหน้าคล้ายจะซ้อนทับกันเป็นเงาดำ เขายกกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ปลายนิ้วข้างขวายังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว

สามวันแล้วที่เขานอนรวมกันไม่ถึงห้าชั่วโมง ในฐานะประธานบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ หลี่หมิงไม่มีสิทธิ์ป่วย ไม่มีสิทธิ์พัก และไม่มีสิทธิ์พลาด

บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารสัญญา รายงานการเงิน แผนควบรวมกิจการ และหน้าจอที่เปิดกราฟมูลค่าหุ้นเรียงกันสามจอ แสงเย็นจากหน้าจอกระทบใบหน้าซีดขาวของชายหนุ่มวัยสามสิบสอง ทำให้เขาดูคล้ายคนไร้ชีวิตมากกว่าคนที่กำลังนั่งทำงานอยู่

โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นอีกครั้ง ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือเลขาฯ ส่วนตัว

หลี่หมิงกดรับสาย เสียงปลายสายรีบร้อนดังขึ้นทันที

“ประธานหลี่ คณะกรรมการฝั่งอเมริกาต้องการแก้ตัวเลขประมาณการกำไรไตรมาสหน้า อีกอย่าง ฝ่ายกฎหมายบอกว่าเอกสารฉบับสุดท้ายต้องส่งภายในเจ็ดโมงเช้าค่ะ”

เขาหลับตาลงชั่วขณะ ก่อนตอบเสียงเรียบ

“ส่งไฟล์ทั้งหมดมาให้ผม”

“แต่ประธานหลี่ คุณยังไม่ได้นอนเลยนะคะ”

“ส่งมา”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนรับคำเบา ๆ

เมื่อสายถูกตัด หลี่หมิงก้มหน้าทำงานต่อ นิ้วมือยังเคลื่อนไหว แต่หน้าอกกลับเริ่มแน่นขึ้นทีละน้อย เขาขมวดคิ้ว กดมือลงบนอกซ้าย หายใจเข้าลึก ๆ ทว่าความเจ็บกลับทวีขึ้นราวกับมีใครใช้มือบีบหัวใจไว้แน่น

เอกสารตรงหน้าพร่ามัว เสียงแจ้งเตือนยังดังไม่หยุด

หลี่หมิงพยายามเอื้อมมือไปหยิบยาในลิ้นชัก แต่ปลายนิ้วกลับหมดแรง แก้วกาแฟตกลงพื้นแตกกระจาย เสียงแก้วแตกเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนร่างทั้งร่างจะฟุบลงบนโต๊ะ

ในวินาทีที่สติสุดท้ายกำลังเลือนหาย เขาคิดเพียงอย่างเดียว

น่าเสียดาย…

ยังมีงานอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้เซ็น

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ

เสียงร้องไห้ดังอยู่ข้างหู

ไม่ใช่เสียงของเลขาฯ ไม่ใช่เสียงของพนักงาน ไม่ใช่เสียงเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาล แต่เป็นเสียงร้องไห้แหลม ๆ ของสตรีหลายคน

“คุณชาย! คุณชายเจ้าคะ!”

“แย่แล้ว คุณชายใหญ่ไม่หายใจแล้ว!”

“รีบไปตามฮูหยินมาเร็ว!”

หลี่หมิงรู้สึกเหมือนศีรษะหนักอึ้ง ร่างกายปวดร้าวราวกับถูกใครทุบตีมาทั้งคืน กลิ่นสมุนไพรฉุนจัดลอยเข้าจมูก ผสมกับกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นควันธูปบางเบา

เขาพยายามลืมตา เปลือกตาหนักราวกับมีหินทับอยู่ เสียงรอบตัวดังขึ้นอีก

“ตายแล้วจริง ๆ หรือเจ้าคะ”

“อย่าพูดเหลวไหล! ถึงเขาจะโง่ แต่ก็ยังเป็นคุณชายใหญ่ของจวนเซียว!”

“โง่แล้วอย่างไรเล่า ตายไปจวนคงเบาขึ้นตั้งเยอะ…”

คำพูดสุดท้ายเบามาก แต่หลี่หมิงได้ยินชัดเจน

โง่?

ใครโง่?

เขาฝืนลืมตาขึ้นในที่สุด

สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานห้องทำงาน ไม่ใช่โคมไฟสีขาว ไม่ใช่กำแพงกระจกสูงเสียดฟ้าของบริษัท แต่เป็นม่านเตียงสีเทาหม่น ปักลายเมฆด้วยด้ายเงินเก่าซีด เพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ และคนรับใช้แต่งกายด้วยชุดจีนโบราณกำลังยืนล้อมเตียงด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด

ทันทีที่เขาขยับนิ้ว สาวใช้คนหนึ่งก็ร้องเสียงหลง

“คุณชายฟื้นแล้ว!”

เสียงนั้นดังจนหลี่หมิงปวดหัว เขาขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นกุมขมับ แต่เมื่อเห็นมือของตัวเอง เขาก็ชะงัก

มือนี้ไม่ใช่มือของเขา นิ้วเรียวยาวก็จริง แต่ผิวขาวซีด บอบบางเกินไป ไม่มีรอยกดจากปากกา ไม่มีเส้นเลือดเด่นชัดแบบคนอดนอนเรื้อรัง และที่สำคัญ ข้อมือสวมกำไลหยกเก่า ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

หลี่หมิงพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายอ่อนแรงจนเกือบล้มกลับลงไป

สาวใช้คนหนึ่งรีบเข้ามาประคอง ทว่าแววตาของนางไม่มีความห่วงใย มีเพียงความรังเกียจที่ซ่อนไว้ไม่มิด

“คุณชาย ค่อย ๆ ลุกเจ้าค่ะ ท่านตกสระจนเกือบตาย หากเป็นอะไรไปอีก บ่าวอย่างพวกข้าคงถูกฮูหยินลงโทษ” น้ำเสียงเหมือนเคารพ แต่คำพูดกลับเหมือนกล่าวโทษ

หลี่หมิงมองนางนิ่ง ๆ

ตกสระ?

คุณชาย?

ฮูหยิน?

นี่คือที่ไหน

ความทรงจำบางอย่างพลันพุ่งเข้ามาในศีรษะอย่างรุนแรง

ภาพเด็กชายคนหนึ่งถูกคนใช้หัวเราะเยาะ ภาพหญิงวัยกลางคนแต่งกายงดงามแต่แววตาเย็นชา ภาพงานแต่งงานที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกแขกล้อว่า “คู่โง่” ภาพชายหนุ่มถูกผลักตกน้ำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนในจวน

เซียวเฉิงเฟิง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเซียว บิดาเสียชีวิตไปหลายปี มารดาแท้ ๆ ตายตั้งแต่เขายังเล็ก ปัจจุบันอยู่ใต้อำนาจแม่เลี้ยงที่ทุกคนเรียกว่า เซียวฮูหยิน เพราะป่วยไข้ตั้งแต่วัยเยาว์ สติจึงไม่สมบูรณ์ ถูกทั้งจวนเรียกว่าคุณชายโง่

หนึ่งปีก่อน เขาถูกจับแต่งงานกับบุตรีตระกูลกู้ที่ถูกเรียกว่าหญิงโง่เช่นกัน นางคือกู้ฉิงอวิ๋น ภรรยาของเขา

หลี่หมิงหลับตาลงช้า ๆ

ทะลุมิติ?

ตายแล้วมาอยู่ในร่างคนอื่น?

เรื่องเหลวไหลเช่นนี้ หากเป็นเมื่อวาน เขาคงหัวเราะใส่คนเล่า แต่ตอนนี้ร่างกาย ความทรงจำ และทุกอย่างตรงหน้าล้วนบังคับให้เขายอมรับความจริง

เขาไม่ได้อยู่ในโลกเดิมอีกแล้ว และเจ้าของร่างเดิมก็ตายไปแล้วจริง ๆ

เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้อง ก่อนม่านประตูจะถูกเปิดออกอย่างแรง

สตรีวัยกลางคนแต่งกายหรูหราเดินเข้ามา ใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากแต้มชาด ดวงตายกสูงเต็มไปด้วยความเย็นชา นางคือเซียวฮูหยิน มารดาเลี้ยงของเจ้าของร่างนี้

ด้านหลังนางมีสาวใช้สองคนตามมา หนึ่งในนั้นถือผ้าเช็ดหน้า อีกคนถือถ้วยยา

เซียวฮูหยินเห็นเขาฟื้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเพียงชั่วแวบ ก่อนปรับเป็นท่าทีเป็นห่วงจอมปลอม