7
อาหยวนกลิ้งลงบันไดสามขั้น ส่วนจางกุ้ยเพิ่งลุกขึ้น ก็โดนเซียวเฉิงเฟิงใช้ไม้กวาดฟาดเข้าก้นเต็มแรง
เพียะ!
“อ๊าก!”
“เมื่อก่อน” เซียวเฉิงเฟิงยิ้มซื่อ ๆ
“เจ้าชอบตีข้าไม่ใช่หรือ”
เพียะ!
“วันนี้”
เพียะ!
“ข้าคืนให้”
เพียะ!
จางกุ้ยร้องจนเสียงแหบ แต่ความวุ่นวายยังไม่จบ กู้ฉิงอวิ๋นเหลือบเห็นถังน้ำใบใหญ่
นางยกยิ้ม ก่อนจะเตะถัง
ซ่า!
น้ำทั้งถังสาดใส่คนใช้ที่กำลังวิ่งหนี
“หนาว!”
“ช่วยด้วย!”
เซียวเฉิงเฟิงหัวเราะลั่น ก่อนผลักคนใช้สองคนที่เคยขโมยอาหารเขา
ตูม!
ตูม!
ตกบ่อน้ำไปพร้อมกัน เสียงน้ำกระเซ็นดังลั่น
“ช่วยด้วย!”
“ข้าว่ายน้ำไม่เป็น!”
“งั้นก็ฝึกเสีย”
เซียวเฉิงเฟิงยักคิ้ว ลานทั้งลานวุ่นวายราวสนามรบ คนใช้วิ่งกันอลหม่าน
โต๊ะล้ม ถังน้ำคว่ำ ไก่บินว่อน ห่านร้อง ไล่จิกคน แม้แต่เซียวฮูหยินที่ออกมาดู ยังตกใจจนพูดไม่ออก
“นี่มัน เกิดอะไรขึ้น!”
ไม่มีใครตอบ เพราะทุกคนมัวแต่วิ่งหนี
ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งจวนเงียบกริบ คนใช้ทุกคนคุกเข่าเรียงกันเป็นแถว ตัวสั่นงันงก เสื้อเปียก ผมยุ่ง บางคนมีรอยไม้กวาด บางคนหน้าเลอะซุป บางคนยังคายเป็ดบูดไม่หมด
ส่วนกลางลาน มีเก้าอี้โยกสองตัวถูกวางไว้ใต้ต้นไม้ โต๊ะไม้เตี้ยถูกตั้งขึ้น
บนโต๊ะ หม้อทองเหลืองใบใหญ่กำลังเดือดปุด ๆ กลิ่นหอมฉุนลอยไปทั่วจวน เนื้อบาง ๆ เห็ด ผัก ลูกชิ้น เรียงเต็มโต๊ะ
กู้ฉิงอวิ๋นตาโต
“นี่อะไร”
“หม้อไฟ”
นางคีบเนื้อเข้าปาก วินาทีต่อมาดวงตาคู่งามเบิกกว้าง
“สวรรค์”
“ข้าไม่เคยกินอะไรอร่อยเช่นนี้มาก่อน”
เซียวเฉิงเฟิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนคีบเนื้อใส่ชามให้นาง
“ของอร่อยในหัวข้า ยังมีอีกเยอะ”
กู้ฉิงอวิ๋นมองเขา ก่อนยิ้มหวาน
“สามีข้า ดูเหมือนจะมีประโยชน์กว่าที่คิด”
“ภรรยาข้าก็เช่นกัน” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน โยกเก้าอี้ไปมา กินหม้อไฟอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่คนใช้ทั้งจวนนั่งคุกเข่า สภาพเละเป็นโจ๊กเพราะโดนฤทธิ์เดชของคุณชายและฮูหยินโง่โจมตีอย่างหนัก
ทุกคนน้ำลายแทบไหลเพราะกลิ่นหอมเย้ายวนใจ เซียวเฉิงเฟิงค่อย ๆ วางตะเกียบลง ก่อนลุกขึ้นช้า ๆ สายตาแปรเปลี่ยนไปในพริบตา
“ต่อไปนี้ ใครเชื่อฟังข้า จะได้กินดี นอนดี มีเงินใช้ไม่ขัดสน” เสียงของเขาเรียบเฉย แต่ทำให้ทั้งลานหนาวสะท้าน
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนใช้นิ้วปาดผ่านลำคอตัวเองเบา ๆ
“แต่ใครกล้าแตะภรรยาข้า หรือคิดแกล้งข้าอีก ข้าจะทำให้มันเสียใจที่เกิดมา” เขายิ้มซื่อ ๆ แต่ดวงตากลับน่าขนลุก คนใช้ทั้งลานตัวสั่น ก่อนก้มหน้าพร้อมกัน
“บ่าวไม่กล้าแล้วขอรับ!”
“บ่าวไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ!”
กู้ฉิงอวิ๋นเอนตัวพิงเก้าอี้โยก มองสามีข้างกาย ก่อนหัวเราะเบา ๆ
โอ้โห... โหดซะด้วย แสดงว่าข่าวลือที่บอกว่าเขาโง่ไม่จริงใช่ไหม เหมือนนางที่แกล้งโง่มานานหลายปี ไม่ได้โง่จริง
ในวันนั้น คนทั้งจวนก็เข้าใจตรงกันว่าคุณชายโง่ กับฮูหยินโง่ คือคนที่ไม่ควรไปยุ่งที่สุดในจวนเซียว
ขณะที่ทั้งสองกำลังกินหม้อไฟกันอย่างเอร็ดอร่อย สายลมเย็นก็พัดผ่านลาน ต่างคนก็ต่างคิดเรื่องของตัวเองและปัญหาที่ต้องแก้ไข ตอนนี้แก้ปัญหาได้เปราะหนึ่งแล้วคือการจัดการคนทั้งจวนให้สยบแทบเท้า ใครกล้ามาหืออีกจะจัดการให้น่วม ทั้งสองยกยิ้มร้ายมุมปากแต่ไม่ได้พูดออกมา
ยามเย็น แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ของจวนเซียว
โต๊ะอาหารไม้หวงฮวาหลีถูกจัดวางอย่างประณีต บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารชั้นดี เป็ดย่าง ปลานึ่ง ผัดผัก ซุปบำรุง และชาอุ่น ๆ ที่กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ หากมองจากภายนอก คงเป็นภาพของครอบครัวใหญ่ที่กำลังกินข้าวพร้อมหน้ากัน แต่ความจริง ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า
คืนนี้ ไม่มีคำว่าครอบครัวมีเพียงผู้ล่าและเหยื่อ
เซียวฮูหยิน นั่งอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นเคย งดงาม อ่อนหวาน เหมือนแม่ผู้แสนดี หากไม่รู้จักนาง คงไม่มีวันรู้ว่า ใต้รอยยิ้มนั้น ซ่อนพิษเอาไว้มากเพียงใด ดวงตาของนางมองไปยังเซียวเฉิงเฟิง ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาเย็นเฉียบเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาอ่อนโยนดังเดิม นางไม่มีลูกเป็นของตัวเองก็ไม่เป็นไร แต่นางก็ไม่ต้องการลูกคนอื่นเหมือนกัน สิ่งที่นางทำก็เพื่อตัวนางเอก มีความสุขในบั้นปลายกับเงินทองมากมายในจวนแห่งนี้ แล้วค่อยรับหลานชายและหลานสาวที่เป็นสายเลือดเดียวกันมาเลี้ยงดู ก็ดีกว่าเลี้ยงลูกคนอื่น
“เฟิงเอ๋อร์” เสียงของนางหวานจนชวนขนลุก
“ช่วงนี้เจ้าดูเหนื่อย แม่ให้โรงครัวต้มชาบำรุงให้โดยเฉพาะ”
ข้างกายนางคือหลี่มามา คนสนิทวัยกลางคน รีบเดินเข้ามา ในมือถือกาชาใบเล็ก นางก้มหน้าต่ำ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นเล็กน้อยยามรินชา
กู้ฉิงอวิ๋นเห็นทุกอย่าง รวมถึง ไอสีดำจาง ๆ ที่ลอยอยู่เหนือถ้วยชา จากผีบ้านผีเรือนที่มาเตือนว่าอย่าดื่ม นางหรี่ตาลง เพราะนั่นไม่ใช่ไอน้ำแต่คือกลิ่นพิษ
ใต้โต๊ะ ปลายเท้าเล็กของกู้ฉิงอวิ๋นค่อย ๆ แตะเข้าที่ข้อเท้าของสามีเบา ๆ เพียงครั้งเดียว แต่เซียวเฉิงเฟิงเข้าใจทันที
เขาเหลือบมองนางเพียงเสี้ยววินาที นางไม่ได้พูดอะไร
“ท่านพี่นั่นอะไร” ทุกคนหันไปมอง ถ้วยชาของนางก็ถูกเปลี่ยนในทันที
“ไม่เห็นมีอะไรนี่” เซียวฮูหยินเอ่ยขึ้น
“สงสัยข้าจะตาฝาดไป” กู้ฉิงอวิ๋นยิ้มเหมือนคนโง่ ก่อนยกชาขึ้นดื่ม
“ชาดีนะ เจ้าก็ดื่มเถอะ ชาสูตรนี้จะบำรุงกำลังเจ้าโดยเฉพาะ” เซียวฮูหยินคิดว่าพูดอะไรทั้งสองก็เชื่อ เพราะเป็นคนโง่มาตลอด วันนี้ที่อาละวาดก็คงเพราะโดนรังแกหนักไป ไม่เป็นไร ตอนนี้นางก็ทำหน้าที่แม่เลี้ยงที่ดี เลี้ยงดูลูกเลี้ยงมานานหลายปี จนผู้คนทั้งเมืองยกย่อง ถึงเวลาปิดฉากส่งลูกเลี้ยงกับภรรยาโง่ไปยมโลกได้แล้ว
ที่ทนมาหลายปีเพราะชื่อเสียงและการยกย่องช่วยเหลือ ทำให้นางสบาย ไม่งั้นหลังสามีตายนางไม่ทนกับลูกเลี้ยงคนนี้เด็ดขาด
เซียวเฉิงเฟิงยิ้มบาง ๆ ก่อนกลับไปทำสีหน้าโง่งมเช่นเดิม
