ไม่ยอมเด็ดขาด
"ก็ฮูหยินใหญ่กับคุณหนูรั่วรั่วน่ะสิเจ้าคะ ยามที่บิดาของท่านไม่อยู่พวกนางมักหาทางกลั่นแกล้งท่านอยู่บ่อย ๆ"
"ฮูหยินใหญ่ นางไม่ใช่แม่ของข้าหรอกรึ"
"คุณหนูนี่ท่านจำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ"
"ใช่ ข้าจำอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่งตัวข้าเป็นใคร ข้ายังไม่รู้เลย"
"ฮูหยินใหญ่คนปัจจุบันเดิมทีนางเคยเป็นอนุของนายท่าน แต่เมื่อมารดาของท่านที่เป็นอดีตฮูหยินใหญ่สิ้นชีพไป นางก็กลายมาเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลหลิวแทนมารดาท่าน"
"นางแกล้งข้าอย่างไรบ้าง"
เม่ยหลินไม่ได้ตอบคำถามผู้เป็นนายในทันที แต่นางกลับเดินไปหยิบชุดมาสามสี่ชุดแล้วยื่นให้หวังลี่จิ่นดู เธอรับชุดนั้นมาก็พบว่าชุดพวกนี้สีเริ่มซีด เพราะผ่านการใช้งานมานาน
"ชุดพวกนี้เริ่มเก่าแล้ว จวนของเราก็ดูไม่ได้ยากจนข้นแค้น แล้วเหตุใดข้าจึงได้สวมชุดพวกนี้เล่า"
"ที่จริงนายท่านส่งผ้าแพรมาให้ท่านมากมาย แต่ฮูหยินใหญ่ กับคุณหนูรองเก็บผ้าพวกนั้นเอาไว้ผู้เดียว โดยนางอ้างว่าคุณหนูไม่ได้ออกไปไหนผ้าสวย ๆ พวกนี้จะเหมาะกับคนไร้ค่าเช่นท่านได้อย่างไร"
"คนไร้ค่างั้นรึ หน็อยนางแม่เลี้ยงใจร้ายกล้ามาว่าฉันเป็นคนไร้ค่างั้นเหรอ เดี๋ยวจะได้รู้กันว่าคนไร้ค่าอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง!" หวังลี่จิ่นพูดอย่างอารมณ์เสีย
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครว่าเธอแบบนี้เลย ทุกคนต่างเอ่ยชมเธอทั้งนั้น ในโลกที่เธอจากมาเธอเป็นถึงคุณหนูตระกูลหวังที่ทำธุรกิจส่งออกอัญมณีรายใหญ่ของจีน แถมยังมีดีกรีได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะบริหารธุรกิจ จะมาถูกยายแม่เลี้ยงนี่ดูถูกง่าย ๆ ก็ไม่ใช่นิสัยของเธอ เตรียมตัวได้เลยอะไรที่หลิวม่านโหรวเคยยอม ฉันหวังลี่จิ่นจะไม่มีวันยอมเป็นอันขาด!
“ไปกัน”
“ไปไหนหรือเจ้าคะ”
“อันดับแรกข้าจะไปห้องเก็บผ้าของจวนเราก่อนเจ้านำทางที”
“คุณหนูจะไปห้องเก็บผ้าทำไมหรือเจ้าคะ”
“ข้าอยากได้ชุดใหม่น่ะสิ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ข้าจะสวมชุดซอมซ่อนี่” ว่าพลางก้มหน้าลงมองชุดที่ตนสวมอยู่
“เช่นนั้น เชิญทางนี้เจ้าค่ะ บ่าวจะพาท่านไปเอง”
ครั้นมาถึงห้องเก็บผ้า คนรับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องไม่ยอมให้เธอกับเม่ยหลินเข้าไปด้านใน เพราะฮูหยินใหญ่สั่งไว้ว่านอกจากนางกับรั่วรั่วแล้วห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาในนี้เด็ดขาด
“บังอาจ! เจ้ามีสิทธิ์อันใดถึงไม่ให้คุณหนูของข้าเข้าไปในห้อง”
“เจ้านั่นแหละเป็นใคร ถึงได้บังอาจให้คุณหนูตกอับดั่งเจ้านายเจ้าเข้ามาในนี้” นางรับใช้หน้าห้องสวนกลับด้วยถ้อยคำรุนแรง จนเธอที่ยืนหัวโด่อยู่ทนไม่ไหว
“ถอยไป!” เธอตะคอกเสียงดัง เป็นครั้งแรกตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาที่คุณหนูม่านโหรวพูดจาตะคอกคน หญิงรับใช้ตกใจเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งเม่ยหลินที่เห็นคุณหนูของตนตะคอกผู้อื่น ปกติคุณหนูของนางไม่เคยมีแม้แต่ปากเสียงกับผู้ใด อย่าว่าแต่ตะคอกเลย แม้แต่ทวงความยุติธรรมให้ตัวเองนางก็ยังไม่เคยทำ
“ข้าไม่ถอย” หญิงรับใช้ผู้นั้นปฏิเสธเสียงหวั่น
“ได้ ไม่ถอยก็ไม่ถอย” พูดจบ เธอก็ผลักสาวใช้คนนั้นกระเด็นไปอีกทาง พร้อมกับพาตัวเองเดินเข้าไปข้างในอย่างถือวิสาสะ
“เม่ยหลิน เจ้าช่วยเลือกผ้าที่แพงที่สุดมาให้ข้าที”
“เจ้าค่ะ”
ผ้าแพรหลากสีถูกเลือกมาอย่างระมัดระวัง ลวดลายบนผ้าช่างงดงามวิจิตร บ่งบอกว่าผ้าผืนนี้ราคาแพงเพียงใด กระทั่งเธอหันไปเห็นผ้าผืนหนึ่งจึงได้เลือกผ้าผืนนั้นขึ้นมา เพื่อมอบให้เม่ยหลิน สาวใช้ข้างกาย ชุดที่นางสวมอยู่ในขณะนี้กับชุดของเธอไม่ได้ต่างกันมากมายนัก ดูก็รู้ว่าทั้งหลิวม่านโหรวและเม่ยหลินถูกกดขี่ห่มเหงเพียงใด
“ผ้าผืนนี้ข้ายกให้เจ้า” เธอว่า พร้อมกับยกผ้าขึ้นมาเทียบกับนาง
“คุณหนู ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” สาวใช้ของนางปฏิเสธทันควัน
