ข้าไม่ใช่สตรีไร้ค่า

27.0K · จบแล้ว
ม่านซู/มาดาฬา/พร้อมพิลาส
26
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

’หวังลี่จิ่น’ ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในร่างของหลิวม่านโหรว บุตรสาวคนโตของตระกูลหลิวที่มีนิสัยอ่อนแอ และยอมคน นางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของอดีตฮูหยินใหญ่ที่ลาโลกไปตั้งแต่นางยังเยาว์วัย นางมักถูกแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดารังแก แถมยังถูกดูแคลนว่าเป็นเพียงสตรีไร้ค่าที่ไม่มีบุรุษใดอยากแต่งงานด้วย ใคร ๆ ต่างก็บอกว่านางมีดีแค่เป็นลูกฮูหยินเอก ทั้งโง่งม ไม่มีความมักใหญ่ใฝ่สูง แต่คนอย่างเธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกอีก จากนี้ไปเธอขอเอาคืน! ตัวอย่าง “คุณหนู เม่ยหลินมีเรื่องอยากถามท่านเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจะเหมาะสมหรือไม่” “เชิญเจ้าถามมาได้” “บ่าวอยากถามท่านว่า หากท่านต้องแต่งงานกับชินอ๋องท่านจะเต็มใจแต่งกับเขาหรือไม่” “เดิมทีเรื่องแต่งงานก็ไม่ใช่ข้าที่จะสามารถตัดสินใจได้เอง หากข้าตัดสินใจเองได้ข้าจะแต่งกับชินอ๋องผู้นั้น ขอเพียงจิตใจของเขาไม่ได้อัปลักษณ์ดังใบหน้าของเขาก็พอ” “คุณหนูยินดีแต่งกับบุรุษที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ แทนที่จะแต่งกับบุรุษรูปงามงั้นหรือเจ้าคะ” “ใช่ สำหรับข้ารูปโฉมไม่ได้สำคัญ สิ่งสำคัญคือนิสัยใจคอของเขาต่างหาก แม้เขาจะมีแผลเป็นเต็มตัวข้าก็จะแต่ง เจ้ามีอันใดจะถามอีกหรือไม่” “ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ”

นิยายจีนโบราณท่านอ๋องนางเอกเก่งรักหวานๆดราม่าข้ามมิติจีนโบราณโรแมนติกพระชายานิยายย้อนยุค

โลกที่ไม่คุ้นเคย

หวังลี่จิ่นลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงกว้าง พร้อมกับเสียงหญิงสาวนางหนึ่งที่เรียกชื่อใครก็ไม่รู้

“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ” เอ่ยอย่างดีอกดีใจ น้ำตาของเธอไหลอาบทั้งสองแก้ม หวังลี่จิ่นได้แต่มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความงุนงง

“ที่นี่คือที่ไหน” ถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“ที่นี่คือเรือนนอนของคุณหนูไงเจ้าคะ”

“เรือนนอน เธอหมายถึงห้องนอนใช่ไหม”

“คุณหนูเหตุใดท่านถึงพูดจาแปลกประหลาดเช่นนี้ บ่าวจะไปตามท่านหมอให้มาที่นี่ ท่านอย่าหนีไปไหนนะเจ้าคะ” พูดจบเม่ยหลินก็เดินจากไปด้วยความเร่งรีบ

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนคุณหนูของนางพลัดตกน้ำขณะอยู่ตามลำพัง ยามที่นางมาถึงก็เห็นคุณหนูของตนตัวเปียกโชกสลบอยู่ที่พื้น โดยมีบุรุษแปลกหน้ายืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาบอกนางว่ามีใครบางคนผลักคุณหนูจากทางด้านหลังในขณะที่นางเผลอ

“ม่านโหรว เจ้าฟื้นแล้ว” เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น ท่าทางเป็นห่วง พร้อมกับสาวเท้าเดินมาหาเธอที่เตียง

“คุณเป็นใครคะ”

“ท่านหมอ ลูกข้านางเป็นอะไร เหตุใดนางจึงพูดจาฟังไม่รู้ความเช่นนี้” ใต้เท้าหลิวถามท่านหมอทันที เมื่อเห็นว่าลูกสาวของตนดูแปลกไปจากเดิม

“ข้าตรวจดูชีพจรของแม่นางหลิวดูแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแต่...”

“แต่อะไร”

“ข้าคิดว่านางน่าจะความจำเสื่อม”

“ความจำเสื่อมงั้นรึ”

“ขอรับ”

“แล้วนางจะหายดีหรือไม่”

“ใต้เท้าท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป โรคนี้มีทางรักษาเพียงแค่ให้นางพักผ่อนให้ดี คอยเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวนางเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ แล้วความจำของนางจะค่อย ๆ กลับคืนมาเอง เพียงแต่ต้องใช้เวลา”

“แล้วต้องใช้เวลานานเท่าใด ความจำของนางถึงจะกลับมาเป็นดังเดิม”

“เรื่องนี้ข้าบอกไม่ได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแม่นางหลิว ความจำของนางจะฟื้นคืนเร็วเพียงใดไม่มีผู้ใดทราบได้”

“ขอบคุณท่านหมอ เม่ยหลินเจ้าไปส่งท่านหมอที่หน้าจวนด้วย”

“เจ้าค่ะ นายท่าน” หันไปสั่งสาวใช้เสร็จเขาก็เดินมานั่งข้างเตียงของบุตรสาว พลางใช้มือลูบหัวอย่างรักใคร่

“สรุปว่าคุณคือพ่อของฉันใช่ไหมคะ”

“ม่านโหรว แม้พ่อฟังเจ้าไม่รู้เรื่อง แต่พ่ออยากขอโทษเจ้าที่มิได้ดูแลเจ้าให้ดี จึงได้เกิดเรื่องขึ้น”

หวังลี่จิ่นนอนฟังชายวัยกลางคนพูดภาษาโบราณ ไหนจะชุดที่เขาใส่อีก อย่าบอกนะว่าเธอตายแล้วถึงได้มาอยู่ที่นี่ แถมยังมาอยู่ในร่างผู้หญิงที่ชื่อม่านโหรวอีก เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง กระทั่งเธอได้หักพวงมาลัยหลบเด็กที่อายุไม่เกินเจ็ดขวบที่จู่ ๆ ก็โผล่มาที่กลางถนนจนรถของเธอไถลออกข้างทางแล้วพลิกคว่ำจากนั้นสติของเธอก็ดับวูบไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ที่นี่เสียแล้ว

“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เอ้ยเจ้าค่ะ” หวังลี่จิ่นพยายามพูดภาษาโบราณอย่างติด ๆ ขัด ๆ

“เจ้าพักผ่อนให้ดีจะได้หายไว ๆ หากเจ้าหายดีเมื่อไรพ่อถึงวางใจ”

หวังลี่จิ่นส่งยิ้มให้ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเธอในชาตินี้ ต่อไปเห็นทีเธอคงมีเรื่องให้ต้องเรียนรู้อีกมาก ไหนจะเรื่องภาษา เย็บปักถักร้อยตามสไตล์สาวโบราณที่ต้องเป็นกุลสตรีทุกระเบียดนิ้วอีก แค่คิดก็อยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปเสียดื้อ ๆ

หลายวันที่ผ่านมาเธอไม่ได้ออกจากห้องนอนเลยแม้สักวันเดียว เพราะบิดาของเธอสั่งห้ามกลัวว่าเธอจะอาการทรุดลงกระทั่งหายดีจึงได้ออกมานอกเรือน เธอเบื่อเต็มทนอดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมมานาน

"คุณหนู จะออกไปไหนรึเจ้าคะ"

"ข้าอยากออกไปสูดอากาศเสียหน่อย"

"อย่าเพิ่งออกไปเลยเจ้าค่ะ"

"ทำไมรึ" เธอถามสาวใช้

"วันนี้นายท่านไม่อยู่ หากคุณหนูออกไปคงได้ถูกกลั่นแกล้งอีก"

"กลั่นแกล้ง? ใครจะกลั่นแกล้งข้ากัน"