โลกที่ไม่คุ้นเคย
หวังลี่จิ่นลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงกว้าง พร้อมกับเสียงหญิงสาวนางหนึ่งที่เรียกชื่อใครก็ไม่รู้
“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ” เอ่ยอย่างดีอกดีใจ น้ำตาของเธอไหลอาบทั้งสองแก้ม หวังลี่จิ่นได้แต่มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความงุนงง
“ที่นี่คือที่ไหน” ถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ที่นี่คือเรือนนอนของคุณหนูไงเจ้าคะ”
“เรือนนอน เธอหมายถึงห้องนอนใช่ไหม”
“คุณหนูเหตุใดท่านถึงพูดจาแปลกประหลาดเช่นนี้ บ่าวจะไปตามท่านหมอให้มาที่นี่ ท่านอย่าหนีไปไหนนะเจ้าคะ” พูดจบเม่ยหลินก็เดินจากไปด้วยความเร่งรีบ
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนคุณหนูของนางพลัดตกน้ำขณะอยู่ตามลำพัง ยามที่นางมาถึงก็เห็นคุณหนูของตนตัวเปียกโชกสลบอยู่ที่พื้น โดยมีบุรุษแปลกหน้ายืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาบอกนางว่ามีใครบางคนผลักคุณหนูจากทางด้านหลังในขณะที่นางเผลอ
“ม่านโหรว เจ้าฟื้นแล้ว” เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้น ท่าทางเป็นห่วง พร้อมกับสาวเท้าเดินมาหาเธอที่เตียง
“คุณเป็นใครคะ”
“ท่านหมอ ลูกข้านางเป็นอะไร เหตุใดนางจึงพูดจาฟังไม่รู้ความเช่นนี้” ใต้เท้าหลิวถามท่านหมอทันที เมื่อเห็นว่าลูกสาวของตนดูแปลกไปจากเดิม
“ข้าตรวจดูชีพจรของแม่นางหลิวดูแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแต่...”
“แต่อะไร”
“ข้าคิดว่านางน่าจะความจำเสื่อม”
“ความจำเสื่อมงั้นรึ”
“ขอรับ”
“แล้วนางจะหายดีหรือไม่”
“ใต้เท้าท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป โรคนี้มีทางรักษาเพียงแค่ให้นางพักผ่อนให้ดี คอยเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวนางเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำ แล้วความจำของนางจะค่อย ๆ กลับคืนมาเอง เพียงแต่ต้องใช้เวลา”
“แล้วต้องใช้เวลานานเท่าใด ความจำของนางถึงจะกลับมาเป็นดังเดิม”
“เรื่องนี้ข้าบอกไม่ได้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแม่นางหลิว ความจำของนางจะฟื้นคืนเร็วเพียงใดไม่มีผู้ใดทราบได้”
“ขอบคุณท่านหมอ เม่ยหลินเจ้าไปส่งท่านหมอที่หน้าจวนด้วย”
“เจ้าค่ะ นายท่าน” หันไปสั่งสาวใช้เสร็จเขาก็เดินมานั่งข้างเตียงของบุตรสาว พลางใช้มือลูบหัวอย่างรักใคร่
“สรุปว่าคุณคือพ่อของฉันใช่ไหมคะ”
“ม่านโหรว แม้พ่อฟังเจ้าไม่รู้เรื่อง แต่พ่ออยากขอโทษเจ้าที่มิได้ดูแลเจ้าให้ดี จึงได้เกิดเรื่องขึ้น”
หวังลี่จิ่นนอนฟังชายวัยกลางคนพูดภาษาโบราณ ไหนจะชุดที่เขาใส่อีก อย่าบอกนะว่าเธอตายแล้วถึงได้มาอยู่ที่นี่ แถมยังมาอยู่ในร่างผู้หญิงที่ชื่อม่านโหรวอีก เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง กระทั่งเธอได้หักพวงมาลัยหลบเด็กที่อายุไม่เกินเจ็ดขวบที่จู่ ๆ ก็โผล่มาที่กลางถนนจนรถของเธอไถลออกข้างทางแล้วพลิกคว่ำจากนั้นสติของเธอก็ดับวูบไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ที่นี่เสียแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เอ้ยเจ้าค่ะ” หวังลี่จิ่นพยายามพูดภาษาโบราณอย่างติด ๆ ขัด ๆ
“เจ้าพักผ่อนให้ดีจะได้หายไว ๆ หากเจ้าหายดีเมื่อไรพ่อถึงวางใจ”
หวังลี่จิ่นส่งยิ้มให้ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเธอในชาตินี้ ต่อไปเห็นทีเธอคงมีเรื่องให้ต้องเรียนรู้อีกมาก ไหนจะเรื่องภาษา เย็บปักถักร้อยตามสไตล์สาวโบราณที่ต้องเป็นกุลสตรีทุกระเบียดนิ้วอีก แค่คิดก็อยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปเสียดื้อ ๆ
หลายวันที่ผ่านมาเธอไม่ได้ออกจากห้องนอนเลยแม้สักวันเดียว เพราะบิดาของเธอสั่งห้ามกลัวว่าเธอจะอาการทรุดลงกระทั่งหายดีจึงได้ออกมานอกเรือน เธอเบื่อเต็มทนอดอู้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมมานาน
"คุณหนู จะออกไปไหนรึเจ้าคะ"
"ข้าอยากออกไปสูดอากาศเสียหน่อย"
"อย่าเพิ่งออกไปเลยเจ้าค่ะ"
"ทำไมรึ" เธอถามสาวใช้
"วันนี้นายท่านไม่อยู่ หากคุณหนูออกไปคงได้ถูกกลั่นแกล้งอีก"
"กลั่นแกล้ง? ใครจะกลั่นแกล้งข้ากัน"
