บท
ตั้งค่า

หากเป็นท่านจะแต่งหรือไม่

“ฝ่าบาททรงเรียกนายท่านเข้าวังเจ้าค่ะ”

“ฝ่าบาททรงเรียกบิดาข้าไปเข้าเฝ้าด้วยเหตุอันใดกัน”

“ข้าได้ยินนายท่านพูดกับเสี่ยวสือว่าฝ่าบาทหมายตาจะพระราชทานสมรสให้ตระกูลหลิวของเรา แต่ไม่ทราบว่านายท่านจะให้ใครแต่งกับท่านอ๋อง”

“ท่านอ๋องงั้นรึ ใครกันที่ฝ่าบาทจะให้แต่งกับตระกูลเรา”

“ข้าเดาว่าคงจะเป็นชินอ๋องเจ้าค่ะ เพราะในบรรดาพระโอรสขององค์ฮ่องเต้มีเพียงเขาผู้เดียวที่ยังมิได้แต่งงาน”

“เหตุใดเขาถึงยังไม่ได้แต่งงานเล่า เขาเป็นถึงชินอ๋องตำแหน่งสูงส่งกว่าเหล่าองค์ชาย เป็นรองเพียงแค่องค์รัชทายาทเท่านั้น ข้าว่าสตรีทั่วแผ่นดินต่างหมายปองเขา”

“จริงอยู่ที่ชินอ๋องมีอำนาจทั้งในและนอกราชสำนัก เสียอย่างเดียวที่พระองค์ทรงอัปลักษณ์ไม่ใช่เช่นนั้นคงแต่งงานนานแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

“อัปลักษณ์งั้นรึ”

“เจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาว่าที่ใบหน้าด้านซ้ายของชินอ๋องมีแผลเป็นขนาดครึ่งฝ่ามืออยู่ด้วย ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีขุนนางตระกูลใดยินดีให้ธิดาของตนแต่งเข้าจวนชินอ๋อง”

“แค่ใบหน้าเขามีแผลเป็นที่นี่ก็ถือว่าเขาขี้เหร่งั้นเหรอ” เธอพูดกับตัวเอง ผู้ชายมีแผลเป็นที่หน้าแล้วเรียกว่าอัปลักษณ์ก็ออกจะเกินไปหน่อย หวังลี่จิ่นคิดว่าทุกคนก็มีแผลเป็นกันทั้งนั้นแหละ เพียงแต่จะอยู่ที่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง

“คุณหนู ท่านพูดอะไรรึเจ้าคะ บ่าวฟังไม่เข้าใจ” เม่ยหลินเอ่ยถาม เมื่อได้ยินคนเป็นนายเอ่ยภาษาแปลก ๆ ออกมา

“ข้าหมายความว่า แค่ใบหน้าเขามีแผลเป็นทุกคนก็หาว่าเขาอัปลักษณ์ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วบุคคลใดจะอัปลักษณ์หรือไม่ควรดูที่ธาตุแท้ที่อยู่ข้างในจิตใจของคนผู้นั้นมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก”

“คุณหนูท่านช่างมีความคิดล้ำลึกยิ่งนัก ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ นิสัยใจคอย่อมสำคัญกว่าภาพลักษณ์ภายนอก”

“คุณหนู เม่ยหลินมีเรื่องอยากถามท่านเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจะเหมาะสมหรือไม่”

“เชิญเจ้าถามมาได้”

“บ่าวอยากถามท่านว่า หากท่านต้องแต่งงานกับชินอ๋องท่านจะเต็มใจแต่งกับเขาหรือไม่”

“เดิมทีเรื่องแต่งงานก็ไม่ใช่ข้าที่จะสามารถตัดสินใจได้เอง หากข้าตัดสินใจเองได้ข้าจะแต่งกับชินอ๋องผู้นั้น ขอเพียงจิตใจของเขาไม่ได้อัปลักษณ์ดังใบหน้าของเขาก็พอ”

“คุณหนูยินดีแต่งกับบุรุษที่มีใบหน้าอัปลักษณ์ แทนที่จะแต่งกับบุรุษรูปงามงั้นหรือเจ้าคะ”

“ใช่ สำหรับข้ารูปโฉมไม่ได้สำคัญ สิ่งสำคัญคือนิสัยใจคอของเขาต่างหาก แม้เขาจะมีแผลเป็นเต็มตัวข้าก็จะแต่ง เจ้ามีอันใดจะถามอีกหรือไม่”

“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ”

ชินอ๋องที่วันนี้มาหาหลิวเฉิงอี้ที่จวน บังเอิญได้ยินสิ่งที่แม่นางผู้หนึ่งที่ลูกน้องของตนเคยช่วยชีวิตไว้กำลังเอ่ยถึงตัวเองอยู่ เขาเพียงยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยภายใต้หน้ากากสีทมิฬที่เขามักสวมมันอยู่เสมอ จะถอดออกก็ต่อเมื่อยามบรรทมเท่านั้น นอกจากมารดาของเขา กับเยว่เผิงคนรับใช้ข้างกายก็ไม่มีผู้ใดเคยเห็นใบหน้าของเขา...นับตั้งแต่วันนั้น วันที่ไฟไหม้ตำหนักเหยียนสี่ สิ่งที่เขาได้รับหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ก็คือแผลเป็นที่ใบหน้าซ้าย แผลเป็นที่ทุกคนไม่ปรารถนาที่จะเห็นมัน ไม้เว้นแม้แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของเขา

“นางเป็นใคร หลิวม่านโหรวหรือหลิวรั่วรั่ว”

“ทูลท่านอ๋อง นางคือแม่นางหลิวม่านโหรว บุตรสาวคนโตของใต้เท้าหลิวพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นรึ” ตอบเยว่เผิงเสียงเรียบ ทว่าในใจกลับรู้สึกสนใจสตรีนางนี้ไม่น้อย หลิวม่านโหรวงั้นรึ อีกไม่นานเจ้ากับข้าคงได้พบกัน

“ท่านอ๋องจะรอใต้เท้าหลิวอยู่ที่นี่ก่อนหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ล่ะ กลับกันเถิด”

ทางฝั่งของหลิวเฉิงอี้ที่ถูกฮ่องเต้เรียกเข้าเฝ้าที่ตำหนักไท่จี๋ พอมาถึงก็เห็นจินกงกงยืนอยู่หน้าประตู รอต้อนรับเขาให้เข้าไปด้านในตำหนัก

“ใต้เท้าหลิว ท่านมาแล้วรึ ฝ่าบาททรงรอท่านอยู่ด้านใน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel