ไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น
“ฝ่าบาทรอข้าอยู่งั้นรึ” จินกงกงไม่ตอบ แต่เอ่ยรายงานองค์ฮ่องเต้แทน ว่าคนที่พระองค์รอเดินทางมาถึงแล้ว
“ทูลฝ่าบาท ใต้เท้าหลิวมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เชิญเขาเข้ามา”
“ใต้เท้าหลิว เชิญทางนี้”
เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพระตำหนัก หลิวเฉิงอี้ก็เดินเข้าไปด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
“ถวายพระพรฝ่าบาท”
“ไม่ต้องมากพิธี ที่ข้าเรียกท่านมาในวันนี้ก็เพราะเรื่องพระราชทานสมรส ข้าหมายให้บุตรสาวของท่านแต่งกับบุตรชายของข้า”
“พระองค์หมายถึงองค์ชายคนไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ” ถามอย่างสงสัย
“จะใครซะอีกเล่า ถ้าหากไม่ใช่องค์ชายสี่”
“ชะ...ชินอ๋องหรือพ่ะย่ะค่ะ” หลิวเฉิงอี้ถามย้ำอีกรอบ ไม่แน่ใจว่าตนได้ยินผิดไปหรือไม่
“ทำไม เจ้ารังเกียจบุตรชายข้าหรืออย่างไร” ฮ่องเต้ถามด้วยสายตาคาดคั้น
“ไม่ใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะ กระหม่อมเพียงแปลกใจก็เท่านั้น ขุนนางในท้องพระโรงต่างรู้ดีว่าพระองค์ไม่เคยตรัสให้ชินอ๋องทรงอภิเษกกับตระกูลใดมาก่อน แล้วเหตุใดครานี้พระองค์ถึงประสงค์ให้ชินอ๋องแต่งงานกับตระกูลหลิวของกระหม่อม”
“ในบรรดาพี่น้อง เขาเป็นโอรสองค์เดียวที่ยังไม่ได้แต่งงาน ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนองค์ชายอื่น อีกอย่างข้าเห็นควรให้เขาแต่งกับตระกูลหลิว เพราะเจ้าซื่อสัตย์ในหน้าที่ สร้างผลงานมากมาย ทั้งยังไม่เคยฉ้อราษฎร์บังหลวง”
“หลิวเฉิงอี้ หรือเจ้าไม่อยากเกี่ยวดองกับบุตรชายข้า แม้เขาจะโดนผู้อื่นนินทาลับหลังว่าอัปลักษณ์เช่นไร แต่เขาเป็นถึงชินอ๋อง เขาย่อมช่วยส่งเสริมตระกูลหลิวได้อย่างแน่นอน”
“กระหม่อมไม่ได้รังเกียจเลยสักนิด เพียงแต่พระองค์อยากให้ชินอ๋องแต่งกับแม่นางคนใดในตระกูลหลิวหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าหมายมั่นอยากให้เขาแต่งกับลูกสาวของท่าน ใต้เท้าหลิว ท่านมีบุตรสาวสองคนนี่ ข้าไม่ได้บังคับว่าจะต้องเป็นบุตรคนโตหรือคนเล็ก ข้าให้เจ้าตัดสินใจเองว่าจะให้บุตรสาวคนใดแต่งเข้าจวนชินอ๋อง”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“ข้าหวังว่าเจ้าจะตัดสินใจได้ในเร็ววัน”
“กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา”
“เจ้าไปเถิด”
หลังจากกลับมาจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้ หลิวเฉิงอี้ก็ตรงดิ่งกลับจวนตระกูลหลิวทันที ขณะนั่งรถม้ากลับจวนเขาก็ครุ่นคิดเรื่องที่ฝ่าบาทเอ่ยในวันนี้ เมื่อคิดจนตกผลึกและตัดสินใจได้แล้วว่าจะให้บุตรสาวคนใดแต่งกับชินอ๋องก็บอกให้เสี่ยวสือไปตามฮูหยินมาที่ห้องทำงานของตน
“ท่านพี่ เรียกข้ามามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ” เหม่ยซิวถามสามีของตนทันทีที่มาถึง
“ข้าจะให้รั่วรั่วแต่งเข้าจวนชินอ๋อง” ใต้เท้าหลิวนายใหญ่ของตระกูลหลิวเอ่ยกับภรรยา
“ท่านพี่ นี่ท่านจะฆ่ารั่วรั่วของเราทางอ้อมรึเจ้าคะ ท่านก็รู้ดีว่าชินอ๋องผู้นั้นมีนิสัยเหี้ยมโหด ทั้งยังอัปลักษณ์อีก”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาอัปลักษณ์ ชินอ๋องผู้นั้นไม่เคยเปิดเผยใบหน้าให้ผู้ใดเห็นเสียด้วยซ้ำ”
“ข้าได้ยินมาว่าใบหน้าของเขานั้นมีแผลไฟไหม้ขนาดครึ่งฝ่ามือ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ยอมให้ลูกของเราแต่งกับบุรุษเช่นนี้แน่”
“เรื่องนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น”
“ท่านพี่ ท่านลองคิดดูเถิด บุตรสาวคนโตของท่านยังไม่ได้ออกเรือนแล้วจะให้รั่วรั่วของข้าแต่งก่อนนางได้เช่นไร ข้าว่าให้ม่านโหรวแต่งกับชินอ๋องเหมาะสมกว่า” เหม่ยซิวโน้มน้าวสามี ฝั่งของหลิวเฉิงอี้คิดตามคำพูดของฮูหยินแล้วทำหน้าครุ่นคิดเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ก็ได้ ข้าจะให้ม่านโหรวแต่งกับชินอ๋องแล้วให้รั่วรั่วแต่งกับคุณชายเจิ้งแทน ฮูหยินเจ้าคงพอใจแล้วนะ”
“ขอบคุณท่านพี่” นางตอบอย่างอารมณ์ดี แม้คุณชายเจิ้งจะไม่ได้มีเชื้อพระวงศ์แต่ป้าของเขาเป็นถึงฮองเฮา ย่อมมีอำนาจบารมีมากกว่าชินอ๋องที่มีแม่เป็นเพียงสนม
