ฟ้องบิดา
“ข้าเปลี่ยนไปที่ไหนกัน ข้าก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว หลังจากผ่านความตายมาได้ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกข้าอีก หลิวม่านโหรวคนเก่าได้ตายไปแล้ว เหลือแต่ข้าหลิวม่านโหรวคนปัจจุบัน”
“เรียนนายท่าน คุณหนูใหญ่มาแล้วขอรับ”
“เชิญนางเข้ามาเร็วเข้า” หลิวเฉิงอี้เอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“ม่านโหรวทำความเคารพท่านพ่อ ท่านแม่” เธอพูด พร้อมกับโน้มตัวทำความเคารพทั้งคู่ หลังจากที่ได้เรียนเรื่องขนบธรรมเนียมต่าง ๆ จากเม่ยหลิน หวังลี่จิ่นก็จำได้ขึ้นใจ
“เจ้านั่งลงเถิด” บิดาของบอกม่านโหรว เมื่อได้ยินดังนั้นนางจึงเดินไปนั่งลงที่ที่สาวใช้ได้จัดเตรียมไว้ให้ ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงสาวใช้กล่าวรายงานว่าคุณหนูรอง หรือรั่วรั่ว เดินทางมาถึงแล้ว
“เรียนนายท่าน คุณหนูรองมาแล้วขอรับ”
“ให้นางเข้ามา”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกขอโทษที่มาช้า พอดีว่าลูกเกิดปัญหานิดหน่อยจึงทำให้พวกท่านต้องรอ”
“รั่วรั่ว ไปนั่งเร็วเข้า” ฮูหยินชิงพูดขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นสายตาตำหนิของสามี
“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
“ยากนักที่พวกเราจะได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้” หลิวเฉิงอี้เอ่ยกับทุกคน
“ท่านพี่ ข้าได้ยินมาว่าท่านจะได้เลื่อนขั้นในเร็ววันนี้ ข้าขอดื่มหนึ่งจอกเพื่อฉลองให้ท่าน”
“เจ้าได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใด” เขาถามฮูหยินสายตาคาดคั้น เรื่องนี้นอกจากเขา ฝ่าบาท และเสี่ยวสือแล้วก็ไม่มีผู้ใดรู้
“ข้าได้ยินท่านพูดกับเสี่ยวสือไงเจ้าคะ”
“เช่นนั้นรึ”
“ว่าแต่วันนี้ม่านโหรวของข้าช่างงดงามเป็นพิเศษ เจ้าไปตัดเย็บชุดมาใหม่รึ”
“เจ้าค่ะ ลูกนำผ้าไปให้ช่างข้างนอกจวนตัดเย็บเป็นอาภรณ์ชุดใหม่ให้ ชุดของลูกเก่าหมดแล้ว”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน เมื่อครึ่งเดือนก่อนพ่อสั่งฮูหยินให้สาวใช้ห้องตัดเย็บในจวนเราทำชุดให้เจ้าใหม่แล้วมิใช่รึ”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือเจ้าคะ เมื่อหลายวันก่อนข้าไปที่ห้องตัดเย็บ พวกนางบอกข้าว่าพวกนางกำลังยุ่งอยู่กับการตัดเย็บชุดให้กับน้องรั่วรั่ว ไม่มีเวลาตัดเย็บชุดให้ข้า ข้าจึงต้องออกนอกจวนให้ช่างข้างนอกตัดเย็บให้” เธอร่ายยาวบอกบิดา
“ฮูหยิน!” เรียกฮูหยินของตนเสียงดัง
“ท่านพี่ เรื่องนี้ข้าอธิบายได้”
“ว่ามา ข้ารอฟังอยู่”
“รั่วรั่วของข้า ตอนนี้นางถึงวัยที่ต้องออกเรือนแล้ว ข้าจึงได้สั่งให้สาวใช้ห้องตัดเย็บตัดชุดให้นางใหม่”
“แล้วม่านโหรวของข้าล่ะ นางอายุมากกว่ารั่วรั่วเหตุใดเจ้าถึงไม่ตัดชุดให้นางด้วย นางก็ถึงวัยที่ต้องแต่งงานแล้วเหมือนกัน
ฮูหยิน เจ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่าข้ามีลูกสาวสองคน” บอกภรรยาอย่างข่มอารมณ์โกรธ
“ท่านพี่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะสั่งให้คนตัดชุดให้ม่านโหรวด้วยเจ้าค่ะ”
“ก็ดี เสี่ยวสือเจ้านำผ้าที่ฝ่าบาททรงพระราชทานให้ข้า นำไปตัดเย็บเป็นชุดให้ม่านโหรว นางเป็นบุตรสาวคนโตของข้านางจะต้องเฉิดฉายที่สุด”
“ท่านพี่ ท่านลำเอียงเกินไปรึไม่ รั่วรั่วก็เป็นลูกท่านเช่นกัน เหตุใดจึงมอบผ้าให้ม่านโหรวผู้เดียว”
“ฮูหยิน เจ้าอยากให้ข้าพูดไหมว่าเจ้าทำอะไรกับม่านโหรวไว้บ้างในตอนที่ข้าไม่อยู่ที่จวน ตอนนี้ข้ายังมีความอดทนเหลืออยู่ หากความอดทนของข้าหมดเมื่อไหร่ เจ้าก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน”
“รั่วรั่ว เจ้าไม่ต้องน้อยใจพ่อ พ่อย่อมรักลูกเท่ากันอยู่แล้ว เพียงแต่ผ้าที่ข้าเคยมอบให้พี่สาวเจ้า มารดาของเจ้ากลับนำไปตัดเป็นชุดให้เจ้าหมด ม่านโหรวนางต้องได้ชดเชยบ้าง”
“ลูกเข้าใจเจ้าค่ะ” แม้ปากจะบอกว่าเข้าใจ แต่ลึก ๆ แล้วหลิวรั่วรั่วก็ริษยาม่านโหรวอยู่มากทีเดียว
หลังจากที่ท่านพ่อเอ่ยปากครานั้น มารดาเลี้ยงของนางก็ไม่ได้มาตอแยตามรังแกนางอีก เพราะช่วงนี้บิดาของนางทำงานอยู่ในวังหลวงเสียส่วนใหญ่ ไม่ได้เดินทางไปต่างมณฑลดังเช่นเคย
“เม่ยหลิน ท่านพ่อไปที่ใดรึ ข้าไปหาท่านที่เรือนแต่ไม่พบ” หวังลี่จิ่นถาม
