ตอนที่ 5 กิจการเยว่ฉีเขย่าเมือง - 1
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน หลังจากที่หลินเยว่ได้รับตั๋วเงิน 5,000 ตำลึงมาจาก หยางอ๋อง นางมิได้เก็บมันไว้เฉยๆ เพื่อรอวันหมด แต่สมองอันปราดเปรื่องของอดีตนักธุรกิจสาวได้เริ่มทำงานทันที
"เงินตราย่อมต้องหมุนเวียน หากฝังดินไว้ก็เป็นเพียงเศษกระดาษ"
หลินเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งวันในการเดินสำรวจเมืองหลวง แฝงตัวในคราบคุณชายเจ้าสำราญ จนไปสะดุดตากับตึกแถวสองชั้นขนาดกะทัดรัดตรงหัวมุมถนนสายรอง ทำเลนี้แม้ไม่ใช่ตลาดกลางที่พลุกพล่านที่สุด แต่กลับเป็นเส้นทางลัดที่เหล่าเกี้ยวขุนนางและรถม้าตระกูลมั่งคั่งนิยมใช้เพื่อเลี่ยงรถติดยามเช้าที่จะเข้าวัง
ทว่าร้านแห่งนี้กลับถูกปิดตาย มียันต์กันผีแปะอยู่เต็มหน้าประตู
"ร้านนี้หรือขอรับคุณชาย" นายหน้าค้าที่ดินถามด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ร้านนี้เปลี่ยนมือมาห้าคนแล้ว เจ๊งทุกราย! ชาวบ้านลือกันว่าเจ้าที่แรง ฮวงจุ้ยพิฆาต ใครมาเปิดก็มีอันเป็นไป ข้าแนะนำร้านอื่นเถอะขอรับ"
หลินเยว่สะบัดพัดจีบเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างร้านอย่างพินิจพิเคราะห์ นางมิได้มีตาทิพย์มองเห็นวิญญาณ แต่สายตาของนางมองทะลุเปลือกนอกของความงมงาย เข้าไปถึงแก่นแท้ของปัญหาด้วยหลักวิทยาศาสตร์
"ฮวงจุ้ยพิฆาตรึ? ไร้สาระ" นางพึมพำมุมปาก "ที่คนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะผีหลอก แต่เป็นเพราะโครงสร้างสถาปัตยกรรมต่างหาก ทิศทางลมที่อับทึบทำให้เกิดความชื้นสะสมจนเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ แสงสว่างที่ไม่พอทำให้ดูมืดมนน่ากลัวส่งผลต่อจิตใจผู้อยู่อาศัย แค่เจาะหน้าต่างเพิ่มทิศตะวันออก แล้วทาสีใหม่ด้วยโทนสว่างผีที่ว่าดุก็จะหายไปเอง"
"ข้าเอาที่นี่แหละ" นางโยนถุงเงินหนักอึ้งใส่มือนายหน้า "ข้าจ่ายสด เต็มจำนวนแต่มีข้อแม้ว่าต้องโอนโฉนดให้ข้าภายในหนึ่งชั่วยาม และข้าต้องการช่างไม้ฝีมือดีที่สุดมาเริ่มงานทันที ข้าจะจ่ายค่าแรงสามเท่า!"
เงินมา ผีโม่แป้งได้ด้วยอำนาจเงิน 5,000 ตำลึงของท่านอ๋อง ร้านที่เคยทรุดโทรมและเต็มไปด้วยหยากไย่ ถูกเนรมิตใหม่ภายในเวลาเพียงสองวันสองคืน!
ยามเช้าตรู่ของวันมงคลฤกษ์ แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมากระทบป้ายไม้จันทน์หอมสลักอักษรสีทองคำว่าเยว่ฉีที่ถูกแขวนขึ้นเหนือประตูร้านอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงประทัด ไม่มีคณะสิงโตเฉลิมฉลอง มีเพียงกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยออกมา
กลิ่นหอมนั้นมิใช่กลิ่นฉุนของเครื่องหอมทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมเย็นระรื่นชื่นใจคล้ายดอกบัวสวรรค์ผสมกับสมุนไพรฤทธิ์เย็น สูตรน้ำหอมระเหยบำบัดหรืออโรมาเธอราพีจากมิติเพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมารู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบลงราวกับได้ชำระล้างจิตวิญญาณ
ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา บนชั้นวางไม้แดงขัดเงา มีเพียงตลับกระเบื้องเคลือบสีขาวมุกวางเรียงกันอยู่อย่างมีระเบียบ จำนวนไม่มากนักแต่ทุกชิ้นดูเลอค่าประหนึ่งงานศิลปะ
หลินเยว่ในชุดแพรพรรณสีม่วงอ่อน สวมผ้าคลุมหน้าบางเบาอำพรางโฉม ยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ โดยมีเจ้าถั่วแดงจิ้งจอกน้อยขนสีเพลิงนอนหมอบอยู่ข้างกาย
"คุณหนู... เอ้ย เถ้าแก่เยว่ เจ้าค่ะ จะมีลูกค้ามาจริงๆ หรือเจ้าคะ"
เสี่ยวเถาเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเอ่ยถามด้วยความกังวล นางคือเด็กสาวกตัญญูที่หลินเยว่ไปพบเข้าเมื่อวานซืน ขณะที่เสี่ยวเถากำลัง นั่งคุกเข่าแขวนป้ายขายตัวเป็นทาสอยู่กลางตลาดเพื่อหาเงินไปซื้อยารักษาแม่ที่ป่วยหนัก หลินเยว่ผู้มองเห็นแววความซื่อสัตย์ในดวงตาคู่นั้น จึงยื่นมือเข้าช่วยโดยการมอบเงินให้และตามไปรักษาแม่ของนางจนหายดี
แทนที่จะให้เสี่ยวเถาลงนามในสัญญาขายตัวเป็นทาสตลอดชีพเพื่อชดใช้หนี้ หลินเยว่กลับมอบสัญญาจ้างงานให้แทนเพื่อให้นางทำงานชดใช้เงินที่ยืมไป พร้อมให้เงินเดือนเลี้ยงชีพ ทำให้เสี่ยวเถารักและเทิดทูนนางยิ่งกว่าชีวิต เพราะหลินเยว่ไม่ได้ซื้อนางมาเป็นสิ่งของแต่ช่วยชีวิตนางและแม่ในฐานะเพื่อนมนุษย์
"เสี่ยวเถา จำไว้ของดีย่อมมีคนแสวงหา ยิ่งเงียบ ยิ่งน่าค้นหา" หลินเยว่ตอบเสียงเรียบ พลางหยิบตลับแป้งขึ้นมาเช็ดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริง "อีกไม่เกินหนึ่งก้านธูป แขกคนสำคัญของเราจะมาถึง"
