บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เจ้าก้อนขนสื่อรัก - 1

เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับสายหมอกจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดไผ่เขียวขจี อากาศยามเช้าหลังฝนตกสดชื่นและบริสุทธิ์ยิ่งนัก เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วปลุกให้หลินเยว่ลืมตาตื่นขึ้นจากนิทรา นางขยับกายลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปที่แคร่ไม้ไผ่อีกฝั่งของห้อง

ว่างเปล่า... บุรุษผู้นั้นหายไปแล้ว

ผ้าห่มผืนเก่าถูกพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับไม่เคยมีใครใช้งานมันมาก่อน ไร้ร่องรอยของบุรุษร่างยักษ์ที่บาดเจ็บสาหัสเมื่อคืน หากมิใช่เพราะกลิ่นยาสมุนไพรและกลิ่นอายบุรุษเพศที่ยังคงจางๆ อยู่ในอากาศ หลินเยว่คงคิดว่านางฝันไปเอง

"ไปเร็วดีนี่สมกับเป็นคนใหญ่คนโต"

นางพึมพำพลางเดินไปที่แคร่นั้น สายตาพลันเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างวางอยู่บนตั่งไม้ข้างหัวเตียง มันคือป้ายหยกขาวมันแพะแกะสลักเป็นรูปพยัคฆ์คำราม ฝีมือการแกะสลักวิจิตรบรรจงจนดูเหมือนมีชีวิต ดวงตาของพยัคฆ์ฝังด้วยทับทิมสีเลือดส่องประกายวาววับ

หลินเยว่หยิบมันขึ้นมาพิจารณา เนื้อหยกเย็นเฉียบแต่ให้สัมผัสที่นุ่มนวลราวกับไขมันแพะ นี่คือหยกชั้นดีที่สุดที่ประเมินค่ามิได้ แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับตัวอักษรคำว่าสั่งการ ที่สลักอยู่ด้านหลัง

"ป้ายพยัคฆ์ขาว!" หลินเยว่สูดหายใจเข้าลึก ในนิยายเรื่องนี้ป้ายพยัคฆ์ขาวคือสัญลักษณ์ประจำตัวของหยางอ๋องผู้ใดที่ถือครองป้ายนี้ เปรียบเสมือนตัวแทนของอ๋องปีศาจ สามารถสั่งการกองทัพเงาและหน่วยข่าวกรองหอหมื่นอักษรได้ทั่วแผ่นดิน! แม้แต่ขุนนางขั้นหนึ่งเห็นป้ายนี้ยังต้องคุกเข่า

"ทิ้งของสำคัญขนาดนี้ไว้กลัวข้าตามทวงหนี้ไม่เจอหรืออย่างไร?" นางแค่นยิ้มแต่ในใจกลับลิงโลด การได้ป้ายนี้มาครอบครองชั่วคราว ย่อมมีประโยชน์มหาศาลกว่าเงินทองเสียอีก มันคือยันต์กันภัยชั้นดีที่ทำให้นางสามารถเดินกร่างในเมืองหลวงได้โดยไม่ต้องกลัวใครหน้าไหน

"ถือว่าเป็นค่ามัดจำที่สมน้ำสมเนื้อ" หลินเยว่เก็บป้ายหยกเข้ามิติอย่างระมัดระวัง แล้วเดินไปเปิดประตูเรือนเพื่อสูดอากาศ แต่ทันทีที่ประตูเปิดออก

"ฟึ่บ!"

เงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคาเรือนมายืนขวางหน้านางอย่างเงียบเชียบ หลินเยว่สะดุ้งเฮือกมือคว้ามีดสั้นโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าเป็นบุรุษชุดดำสวมหน้ากากปกปิดใบหน้า แผ่กลิ่นอายเย็นชาดุจน้ำแข็ง

องครักษ์เงา?

"แม่นางหลิน" องครักษ์ผู้นั้นประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมแต่แข็งทื่อ "นายท่านฝากของสิ่งนี้มาให้ท่าน ท่านกล่าวว่านี่คือดอกเบี้ยสำหรับหนี้ชีวิตที่ติดค้าง ส่วนเงินต้นและค่ารักษา ท่านจะนำมาคืนด้วยตัวเองในภายหลัง" เขายื่นตะกร้าสานใบเล็กที่มีผ้าคลุมอยู่มาให้นาง

"ดอกเบี้ย?" หลินเยว่ขมวดคิ้ว "เงินก็ไม่ได้ให้ ยังจะเอาของแปลกๆ มาให้อีก ข้าไม่รับของโจรนะบอกไว้ก่อน"

"มิใช่ของโจรขอรับ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่นายท่านรักมาก ฝากแม่นางดูแลด้วย" พูดจบ องครักษ์เงาก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะหายวับไปในป่าหมอกราวกับภูตผี ทิ้งให้หลินเยว่ยืนงงอยู่กับตะกร้าปริศนา

"อะไรของเขากัน" นางก้มลงเปิดผ้าคลุมตะกร้าออก

"งิ้ด~"

ดวงตากลมโตสีดำขลับคู่หนึ่งจ้องมองนางตาแป๋ว สิ่งที่นอนขดตัวอยู่ในตะกร้าคือลูกสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย ขนของมันเป็นสีแดงเพลิงสดใสราวกับเปลวไฟ ตัดกับปลายหางและอุ้งเท้าที่เป็นสีขาวราวหิมะ ขนของมันฟูนุ่มน่าสัมผัสหูตั้งชันกระดิกไปมาอย่างน่าเอ็นดู

"จิ้งจอกแดง?" หลินเยว่ร้องอุทาน

เจ้าตัวน้อยยันกายลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้าสู่อ้อมอกของนางอย่างถือวิสาสะ มันเอาหัวทุยๆ ถูไถที่แขนของนางอย่างออดอ้อน ลิ้นสีชมพูเล็กๆ เลียที่มือของนางเบาๆ ทำเอาหัวใจที่แข็งกระด้างของนางเริ่มอ่อนยวบ

"ร้ายกาจนัก ส่งตัวกินล้างกินผลาญมาให้ข้าเลี้ยงเนี่ยนะ!" ปากบ่นแต่ทว่ามือกลับลูบขนมันไม่หยุด "แต่เอาเถอะ เห็นแก่ที่เจ้าหน้าตาดีเหมือนข้า ข้าจะเลี้ยงไว้ก็ได้" นางสังเกตเห็นแผ่นไม้เล็กๆ ห้อยที่คอของมันเขียนว่าถั่วแดง

"ชื่อถั่วแดงรึ? เชยชะมัด แต่ก็เข้ากับสีขนเจ้าดี" หลินเยว่หัวเราะเบาๆ "เอาล่ะเจ้าถั่วแดง นับจากนี้เจ้าคือพนักงานรักษาความปลอดภัยเบอร์หนึ่งของเรือนไผ่เขียว เข้าใจไหม"

"บรู๊ววว!" เจ้าถั่วแดงเห่าตอบรับเสียงใส ราวกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง

เมื่อได้สมาชิกใหม่หลินเยว่ก็เริ่มดำเนินแผนการขั้นต่อไปทันทีการปรับปรุงฐานทัพนางนำตั๋วเงินส่วนหนึ่งออกไปจ้างวานหัวหน้าช่างไม้ในหมู่บ้านใกล้เคียง ให้มาซ่อมแซมเรือนไผ่เขียว โดยกำชับให้สร้างรั้วรอบขอบชิดที่สูงและแน่นหนา เพื่อป้องกันสายตาคนภายนอก และสร้างโรงเรือนสำหรับตากสมุนไพรแยกต่างหาก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel