ตอนที่ 3 ผู้บุกรุกยามวิกาล - 2
"แน่นอน ท่านต้องตอบแทนแน่" หลินเยว่สวนกลับทันควันขณะที่มือก็สาละวนกับการเตรียมอุปกรณ์ นางทำท่าล้วงเข้าไปในแขนเสื้อแต่ความจริงคือดึงของจากห้องแล็บในมิติหยิบขวดแก้วบรรจุแอลกอฮอล์และน้ำพุจิตวิญญาณออกมา
"ดื่มนี่ซะ มันจะช่วยประคองชีวิตท่าน" นางกรอกน้ำพุจิตวิญญาณใส่ปากเขา ทันทีที่น้ำทิพย์ไหลลงคอ ดวงตาของหยางอ๋องก็เบิกกว้าง ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง พลังวัตรที่แตกซ่านเริ่มกลับมารวมตัวกัน ลมหายใจที่ติดขัดเริ่มโล่งขึ้น
"นี่คือน้ำ..."
"น้ำแพง" หลินเยว่ตัดบท "ขวดละหนึ่งพันตำลึงทอง จดบัญชีไว้ด้วย" นางไม่รอช้าฉีกเสื้อผ้าเขาออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำ นางราดแอลกอฮอล์ลงบนบาดแผลสดๆ
หยางอ๋องกัดฟันกรอดจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ แสบ! แสบยิ่งกว่าถูกไฟเผา!
"ทนหน่อย ข้าไม่มียาชา เอาล่ะท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ฟังข้าให้ดี" หลินเยว่หยิบมีดผ่าตัดเนื้อเยื่อและเข็มเย็บแผลออกมา นางก้มหน้าลงมาจนใบหน้าห่างจากเขาเพียงคืบ ดวงตาสบประสานกัน
"ลูกธนูนี้อาบพิษสลายเกล็ด ข้าต้องคว้านเนื้อเน่าออกและเย็บปิดปากแผล" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แม้ชาติก่อนนางจะไม่ใช่หมอผ่าตัด แต่การวิจัยเครื่องสำอางสมุนไพรทำให้นางต้องศึกษาโครงสร้างผิวหนัง กายวิภาค และจุดชีพจรอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับมือของนางที่ผ่านการใช้มีดตัดแต่งเนื้อเยื่อพืชในระดับเซลล์มานับครั้งไม่ถ้วน ความนิ่งและความแม่นยำของนางจึงเหนือกว่าหมอทั่วไปหลายขุม
"การรักษานี้ต้องใช้ทักษะขั้นสูง ดังนั้นค่ารักษาจะคิดตามจำนวนเข็ม เข็มละ 100 ตำลึงทอง ท่านตกลงหรือไม่?"
หยางอ๋องมองสตรีหน้าเลือดตรงหน้าด้วยความอึ้งระคนขบขัน ทั้งที่เขากำลังจะตาย แต่นางกลับมานั่งต่อรองราคาราวกับแม่ค้าขายผัก แต่ความเจ็บปวดทำให้เขาไม่มีทางเลือก
"ตกลง เปิ่นหวังยอมจ่าย"
"ดี! งั้นเริ่ม!" หลินเยว่ลงมือทันที นางใช้มีดกรีดเปิดปากแผลอย่างชำนาญ มือของนางนิ่งสนิทราวกับหินผา เลือดสีดำพุ่งออกมา นางใช้ผ้าซับอย่างรวดเร็วก่อนจะคีบหัวลูกธนูออกมาโยนลงถาดเสียงดัง
เคร้ง!
จากนั้นคือขั้นตอนที่ทรมานที่สุด นางเริ่มแทงเข็มลงบนเนื้อสดๆ ของเขาเพื่อเย็บปิดบาดแผล
"หนึ่งเข็ม... ร้อยตำลึง" นางนับเสียงดังฟังชัดทุกครั้งที่ดึงด้าย "สองเข็ม... สองร้อยตำลึง..."
หยางอ๋องเจ็บจนเหงื่อท่วมกาย แต่เขากัดผ้าที่นางยัดใส่ปากไว้แน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ เขาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนาง แสงตะเกียงตกกระทบขนตายาวงอน สมาธิของนางจดจ่ออยู่กับบาดแผล ความมุ่งมั่นและสายตาที่เฉียบคมนั้นช่างงดงามและน่าหลงใหลอย่างประหลาด
สตรีผู้นี้นางรู้ฐานะของเขาแต่นางไม่เกรงกลัว นางเห็นเลือดแต่นางไม่ขวัญหนีดีฝ่อ ซ้ำยังกล้าขูดรีดเขาในเวลาหน้าสิวหน้าขวาน
"สิบห้าเข็ม... พันห้าร้อยตำลึง..." หลินเยว่ผูกปมไหมเส้นสุดท้าย ก่อนจะทายาสมานแผลที่บดจากสมุนไพรในมิติปิดทับลงไป
"เรียบร้อย" นางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แล้วหันมามองคนไข้กิตติมศักดิ์ที่นอนหอบหายใจรวยรินแต่สายตายังคงจ้องนางเขม็ง
"ท่านโชคดีที่มาเจอข้า ไม่อย่างนั้นคงได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" หลินเยว่กล่าวพลางเก็บอุปกรณ์ "คืนนี้ท่านจะมีไข้สูงจากพิษที่ตกค้าง ข้าจะให้ท่านนอนที่นี่หนึ่งคืน แต่พรุ่งนี้ก่อนรุ่งสาง ท่านต้องรีบจากไปข้าไม่อยากเดือดร้อน"
หลินเยว่หยิบผ้าห่มผืนเก่าๆ แต่สะอาดมาคลุมร่างให้เขา ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปที่อีกมุมห้อง ทันใดนั้นมือใหญ่ที่สั่นเทาก็คว้าข้อมือนางไว้ แม้แรงจะน้อยนิดแต่ก็แสดงถึงเจตจำนงที่แน่วแน่
"เจ้า... ชื่ออะไร?" หยางอ๋องถามเสียงแหบพร่า
หลินเยว่ก้มลงมองมือที่จับนางอยู่ แล้วค่อยๆ แกะออกอย่างนุ่มนวล เพราะกลัวลูกค้าเจ็บแล้วตาย
"ข้าคือเจ้าหนี้ของท่าน" นางตอบพร้อมรอยยิ้มการค้า
"ชื่อแซ่ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าท่านต้องรอดชีวิตกลับมาจ่ายหนี้ข้าให้ได้" นางยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขาประโยคที่นางเอ่ยออกมานั้นดังก้องอยู่ในใจของแม่ทัพหนุ่มไปอีกนานแสนนาน
"ห้ามตายนะ ท่านอ๋อง ชีวิตของท่านตอนนี้มีค่าเท่ากับกองภูเขาเงินที่ติดค้างข้าอยู่ หากท่านตายข้าจะถือว่าเป็นการขาดทุนย่อยยับ และข้าเกลียดการขาดทุนที่สุด!"
หยางอ๋องมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มจางๆ ก่อนที่สติจะดับวูบลงด้วยความอ่อนเพลีย แต่ในห้วงความคิดสุดท้ายก่อนหลับใหล ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มที่แสนงกเงินของนางกลับประทับแน่นยิ่งกว่าความเจ็บปวดใดๆ
หลินเยว่มองดูคนป่วยที่หลับไปแล้ว นางถอนหายใจยาว แล้วเดินไปหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กออกมาจดรายการยิกๆ
ค่าผ่าตัด 1,500 ตำลึงทอง ค่าน้ำทิพย์ 1,000 ตำลึงทอง ค่าที่พัก 500 ตำลึงทอง ค่าเสี่ยงภัย 2,000 ตำลึงทอง...
"ฮิฮิ กำไรเห็นๆ งานนี้รวยเละ!"
หลินเยว่นางร้ายสาวผู้หลงใหลในเงินตราหารู้ไม่ว่าการลงทุนครั้งนี้ นางไม่ได้จะได้แค่เงินกลับคืนมา แต่กำลังจะได้บุรุษที่อันตรายและคลั่งรักที่สุดในแผ่นดินแถมมาเป็นดอกเบี้ยก้อนโต!
