บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ผู้บุกรุกยามวิกาล - 1

ราตรีนี้ท้องนภาพิโรธหนักสายฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนปฐพี ลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำเรือนไผ่เขียวจนหน้าต่างไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดหวั่น ทว่าสำหรับหลินเยว่แล้วเสียงธรรมชาติเหล่านี้กลับเป็นดนตรีกล่อมเกลาจิตใจชั้นดี เพราะมันหมายความว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าย่างกรายออกมาเพ่นพ่านในยามนี้

ภายในเรือนที่นางเพิ่งทำความสะอาดไปอย่างลวกๆ มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กที่ส่องสว่าง หลินเยว่นั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ในมือถือซาลาเปาไส้เนื้อร้อนๆ ที่นำออกมาจากอาคารวิจัยในมิติ

มิติวิเศษของนางไม่ได้มีเพียงแปลงสมุนไพร แต่ยังพ่วงเอาห้องแล็บวิจัยที่นางใช้ทำงานในชาติก่อนติดมาด้วย ภายในนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ตู้เก็บสารสกัด หน้ากากอนามัย และเครื่องมือแปรรูปสมุนไพรครบครัน ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่คนยุคนี้ไม่อาจจินตนาการถึง

"ทำเลตรงนี้ดีจริงๆ ด้านหลังติดป่าหมอก ด้านหน้าห่างไกลผู้คน เหมาะแก่การซ่อนสมบัติและเพาะเลี้ยงสมุนไพรพิษ" นางพึมพำกับตนเองอย่างพึงพอใจ ทันใดนั้นจมูกที่ไวต่อกลิ่นสารเคมีและกลิ่นแปลกปลอมของนางก็กระตุกวูบ

กลิ่นคาวเลือด...

ไม่ใช่กลิ่นเลือดสัตว์ป่าแต่เป็นกลิ่นคาวคลุ้งเข้มข้นของมนุษย์ ผสมปนเปมากับกลิ่นโคลนและสายฝน หลินเยว่ดับตะเกียงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้อง นางวางซาลาเปาลงแล้วเรียกมีดผ่าตัดเนื้อเยื่อออกมาจากมิติ มันคือมีดสแตนเลสขนาดเล็กแต่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน ใช้สำหรับเฉือนเนื้อเยื่อพืชเพื่อการเพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง แต่ในยามคับขันเช่นนี้มันคืออาวุธสังหารชั้นดี นางกระชับมันไว้ในมือแน่น

"ตึง!"

เสียงของหนักบางอย่างกระแทกเข้ากับประตูเรือน ตามด้วยเสียงหอบหายใจที่โรยรินและหนักหน่วง หลินเยว่ไม่ได้กรีดร้องถามว่า "ใครน่ะ?" อย่างนางเอกในนิยายทั่วไป นางเพียงแค่ย่องฝีเท้าเบากริบไปที่ประตู แนบหูฟังเสียงการเคลื่อนไหวเมื่อมั่นใจว่าไม่มีเสียงฝีเท้าอื่นตามมานางจึงตัดสินใจแง้มประตูออกดู

แสงอัสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมาทำให้ลานหน้าเรือนสว่างวาบชั่วขณะ เผยให้เห็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ท่ามกลางโคลนตม อาภรณ์สีดำสนิทแนบไปกับลำตัวที่เปียกโชก แต่ไม่อาจปกปิดบาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังและไหล่ซ้ายได้ เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุดยั้ง ย้อมน้ำฝนจนกลายเป็นสีชาด หลินเยว่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดูร่างนั้นด้วยสายตาประเมินค่า

"จะตายก็ไปตายที่อื่น มาตายหน้าบ้านข้า ข้าขี้เกียจขุดหลุมฝัง"

น้ำเสียงของนางเย็นชายิ่งกว่าสายฝน ร่างนั้นกระตุกเฮือก บุรุษผู้นั้นพยายามใช้ดาบปักลงดินเพื่อยันกายลุกขึ้น ใบหน้าที่ขาวซีดจนแทบไร้สีเลือดเงยขึ้นมองนาง เส้นผมสีดำยาวเปียกลู่ปรกใบหน้า แต่ไม่อาจซ่อนเร้นดวงตาสีรัตติกาลที่คมกริบดุจพญาอินทรี แม้จะอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต แววตานั้นก็ยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจสังหารที่ไม่ยอมจำนน

ทันทีที่เห็นใบหน้านั้นชัดเจนหลินเยว่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้น คิ้วกระบี่พาดเฉียงนัยน์ตาดุจเหยี่ยวและที่สำคัญคือป้ายหยกพยัคฆ์ขาวที่ห้อยอยู่ที่เอว แม้จะเปื้อนโคลนแต่นางจำลักษณะของมันได้แม่นยำจากในนิยาย

หยางอ๋องหรือจ้าวหยางหลง อนุชาแท้ๆ ของฮ่องเต้ แม่ทัพปีศาจผู้รบชนะสิบทิศ ในนิยายเขาคือตัวละครลับผู้ทรงอิทธิพลที่สุด เป็นเสาหลักค้ำจุนราชบัลลังก์ เขาโหดเหี้ยม เย็นชา และเป็นผู้กุมอำนาจเบื้องหลังกองทัพและหน่วยข่าวกรองทั้งหมด ตามเนื้อเรื่องเดิม เขาจะถูกลอบสังหารในคืนนี้และหายสาบสูญไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาล้างบางศัตรูจนเลือดนองเมือง สมองของหลินเยว่ประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องคิดเลข

ช่วยเขา = เสี่ยงตายจากนักฆ่าที่อาจตามมา

แต่ถ้าเขารอด... ผลตอบแทนคือเส้นสายที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน

ปล่อยให้ตาย = ปลอดภัยไร้กังวล แต่นางจะเสียโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

หลินเยว่นึกถึงคำกล่าวโบราณที่ว่าความมั่งคั่งร่ำรวยล้วนต้องแสวงหาในดงอันตราย

"เอาวะ! อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ" มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หลินเยว่ตัดสินใจในวินาทีนั้น นางก้าวออกไปกลางสายฝน ลากแขนบุรุษร่างยักษ์นั้นเข้ามาในเรือนอย่างทุลักทุเล

"เจ้า..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าพยายามจะเอ่ยบางอย่าง

"หุบปาก เก็บแรงไว้หายใจเถอะ" หลินเยว่ตวาดนางทิ้งร่างเขาลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ทะนุถนอมนัก ก่อนจะรีบลงกลอนประตูแน่นหนาแล้วจุดตะเกียงอีกครั้ง แสงไฟเผยให้เห็นบาดแผลสยดสยอง ลูกธนูหักคาอยู่ที่หัวไหล่ซ้าย เนื้อรอบปากแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ

พิษ!

หยางอ๋องพยายามฝืนลืมตามองสตรีตรงหน้า นางดูบอบบางดั่งกิ่งหลิวแต่แววตากลับนิ่งสงบไร้ความตื่นตระหนก นางมองเลือดของเขาเหมือนมองสินค้าชิ้นหนึ่งที่ต้องซ่อมแซม

"ข้า... จะตอบแทน" เขาเค้นเสียงออกมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel