บท
ตั้งค่า

บทที่ 2: บุรุษผู้มีค่าตัวแพงกว่าทองคำ

บทที่ 2: บุรุษผู้มีค่าตัวแพงกว่าทองคำ

ระยะทางจากแปลงผักร้างไปยังกระท่อมปลายนาห่างกันเพียงไม่กี่ร้อยก้าว แต่สำหรับ จางหลิวหลี ในยามนี้ มันช่างดูยาวไกลราวกับเส้นทางจาริกแสวงบุญไซอิ๋ว

"อึ๊บ! ขยับสิโว้ย! พ่อคุณเอ๊ย ตัวหรือควายธนูเนี่ย หนักชะมัด!"

เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังแทรกเสียงลมหายใจหอบถี่ หลิวหลีในสภาพเหงื่อท่วมกายกำลังทำท่าทางประหลาด นางใช้ผ้าคาดเอวเก่าๆ ผูกข้อมือทั้งสองข้างของบุรุษร่างยักษ์เอาไว้ แล้วคล้องผ่านบ่าของตัวเอง ออกแรงลากเขาทีละก้าวเหมือนวัวแก่ๆ ที่กำลังลากเกวียนหนักอึ้ง

ร่างสูงใหญ่ของบุรุษชุดดำไถลไปกับพื้นหญ้า ทิ้งรอยทางเป็นแนวยาว โชคดีที่นางฉลาดพอที่จะหาใบตองแห้งมารองใต้ตัวเขาไว้ ไม่อย่างนั้นแผ่นหลังที่เหวอะหวะของเขาคงได้ถลอกปอกเปิกจนไส้ไหลก่อนถึงบ้านแน่

"หนึ่ง... สอง... ฮึบ!"

นางกัดฟันกรอด รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายลากเขาข้ามธรณีประตูผุๆ เข้ามาในกระท่อมได้สำเร็จ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หราข้างๆ ร่างนั้นอย่างหมดสภาพ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความหิวที่เคยมีถูกความเหนื่อยล้ากลบจนมิด

"ถ้ารอดไปได้... ข้าจะคิดดอกเบี้ยท่านวันละร้อยตำลึง!" นางชี้หน้าด่าร่างที่นอนสลบไสล "ค่าขนย้าย ค่าที่พัก แล้วก็ค่าเสียสุขภาพจิตของข้า!"

หลังจากนอนพักจนหายใจทัน หลิวหลีก็ยันกายลุกขึ้นนั่ง มองสำรวจ "คนงาน" คนใหม่ของนางอย่างพิจารณา แสงแดดยามสายเริ่มลอดผ่านรอยแตกของฝาบ้านเข้ามา ทำให้เห็นสภาพของเขาชัดเจนขึ้น

ชุดเกราะสีดำที่เขาสวมใส่อยู่นั้น แม้จะเปื้อนโคลนและมีรอยฟันยับเยิน แต่เนื้อวัสดุกลับดูประณีตยิ่งนัก ลวดลายพยัคฆ์คำรามที่สลักอยู่ตรงแผ่นอกดูมีมนต์ขลังและน่าเกรงขาม ไม่ใช่ชุดของทหารเลวทั่วไป... ต่อให้หลิวหลีจะไม่มีความรู้เรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ยุคนี้ แต่นางก็ดูออกว่าคนผู้นี้ 'ไม่ธรรมดา'

"ดูท่าจะรวย..." หลิวหลีพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวูบหนึ่ง "หรือจะเอาไปเรียกค่าไถ่ดี? ไม่ๆ เดี๋ยวโดนฆ่าปิดปาก... รักษาไว้ใช้งานปลอดภัยสุด"

นางขยับเข้าไปใกล้ เริ่มปฏิบัติการปฐมพยาบาล ปัญหาน่าหนักใจอย่างแรกคือ 'ชุดเกราะ' มันหนัก หนา และแกะยากมาก!

"ไอ้นี่มันปลดยังไงเนี่ย? มีซิปไหม? หรือต้องใช้รหัสผ่าน?" นิ้วมือเล็กๆ ง่วนอยู่กับเชือกหนังและตัวล็อคโลหะอยู่นานสองนาน จนในที่สุดนางก็ตัดสินใจใช้มีดทำครัวทื่อๆ (สมบัติอีกชิ้นในบ้าน) มาเฉือนเชือกที่รัดเกราะออกจนหมด

เคร้ง! ชิ้นส่วนเกราะหนักอึ้งถูกโยนกองไว้มุมห้อง เผยให้เห็นชุดตัวในสีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสีแดงฉานเพราะเลือดที่ซึมออกมา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องแคบๆ

หลิวหลีกลืนน้ำลาย ความเป็นมืออาชีพเริ่มเข้ามาแทนที่ความงก นางฉีกเสื้อผ้าตัวในของเขาออกเพื่อเปิดบาดแผล "โอ้โห..." นางสูดปากด้วยความเสียวไส้ แผลพาดเฉียงที่แผ่นหลังนั้นลึกจนเห็นกล้ามเนื้อสีสด และเริ่มมีอาการอักเสบ ปากแผลเปิดกว้างน่ากลัว หากเป็นคนปกติคงช็อกตายไปตั้งแต่กลางทางแล้ว แต่หมอนี่ยังหายใจอยู่ได้ แสดงว่าพลังชีวิตต้องอึดระดับแมลงสาบ

"แผลใหญ่ขนาดนี้ ยาแดงก็ไม่มี ผ้ากอซก็ไม่มี... เอาไงดีล่ะหลิวหลี" นางหลับตาลง จิตดำดิ่งเข้าสู่ 'ระบบนิเวศส่วนตัว' อีกครั้ง

ภายในมิติเรือนกระจกที่เงียบสงบ หลิวหลีเดินวนรอบบ่อน้ำพุ "ระบบ... มีอะไรช่วยรักษาคนตาย... เอ้ย คนเจ็บได้บ้างไหม?"

‘ติ๊ง! ตรวจพบความต้องการยารักษาบาดแผลฉกรรจ์’ ‘ขอแนะนำ: หญ้าเกล็ดมังกร (Dragon Scale Grass) สรรพคุณ: ห้ามเลือด สมานแผล และฆ่าเชื้อ’ ‘เงื่อนไข: ปลดล็อคด้วยคะแนนสะสม 0 คะแนน (โปรโมชั่นสำหรับผู้ใช้ใหม่) ’

ภาพโฮโลแกรมปรากฏขึ้นเหนือแปลงดินสีดำ ตรงมุมหนึ่งมีต้นหญ้าหน้าตาประหลาด ใบสีเขียวเข้มรูปร่างคล้ายเกล็ดปลามันวาว งอกขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล

"ของฟรี! ข้าชอบที่สุด!" หลิวหลีไม่รอช้า รีบถอนหญ้านั้นออกมาหนึ่งกำมือ พร้อมกับวักน้ำทิพย์ใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ (นำจิตสิ่งของเข้าออกได้แต่ต้องมีขนาดไม่ใหญ่เกินไป)

เมื่อลืมตาขึ้นในโลกความจริง ในมือนางมีกำหญ้าสีเขียวสดและกระบอกน้ำ นางรีบนำหญ้าเกล็ดมังกรมาเคี้ยวๆๆ จนละเอียด (รสชาติเฝื่อนคอพิลึก) แล้วพอกลงไปบนแผลเหวอะหวะที่หลังของเขา

"อึก..." ร่างใหญ่กระตุกเกร็งทันทีที่สมุนไพรสัมผัสเนื้อ เสียงครางต่ำในลำคอบ่งบอกถึงความเจ็บปวด "ทนหน่อยพ่อหนุ่ม ยาดีมักจะแสบแบบนี้แหละ"

นางเทน้ำทิพย์ล้างรอบๆ บาดแผล แล้วใช้เศษผ้าที่สะอาดที่สุดเท่าที่หาได้ (ฉีกมาจากชายกระโปรงตัวเอง) พันแผลให้เขาอย่างทุลักทุเล อัศจรรย์นัก... เลือดที่ไหลโกรกหยุดลงทันทีที่พอกสมุนไพร ลมหายใจของเขาเริ่มลึกและสม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเลือดฝาด

เมื่อจัดการบาดแผลเสร็จ หลิวหลีก็ทรุดฮวบลงข้างเตียงฟาง สายตาของนางเลื่อนต่ำลง... จากแผ่นหลังกว้าง มาที่เอวสอบ และ... สะโพก นางเพิ่งสังเกตว่าตอนที่กระชากเสื้อเขาออก กางเกงของเขาก็หลุดรุ่ยลงไปเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงามราวกับขนมปังอบใหม่ๆ

แก้มของสาวโสดวัยยี่สิบแปด (ในร่างสิบหก) ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "หุ่นดีใช้ได้... ถือว่าเป็นอาหารตาชดเชยค่าเหนื่อยก็แล้วกัน"

ขณะที่นางกำลังจะดึงผ้าห่ม (ที่เป็นผ้ากระสอบเก่าๆ) มาคลุมร่างให้เขา สายตาตาวาวๆ ก็เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างห้อยอยู่ที่เอวของเขา มันคือ 'ป้ายหยก' สีขาวนวลเนื้อดี แกะสลักเป็นรูปพยัคฆ์คาบดาบ พู่ห้อยสีแดงสดถักทอด้วยด้ายไหมทองคำ ดูแพง... แพงระยับ!

มือไวเท่าความคิด หลิวหลีคว้าป้ายหยกนั้นมาถือไว้ สัมผัสเย็นวาบแต่ให้ความรู้สึกถึงพลังอำนาจบางอย่าง "หยกเนื้อดีขนาดนี้... ถ้าเอาไปจำนำคงซื้อข้าวสารกินได้ทั้งปี! ไม่สิ ซื้อที่นาเพิ่มได้อีกสิบหมู่เลยมั้ง!"

นางแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลิกป้ายหยกไปมา "เจ้าหนุ่ม... ในเมื่อเจ้าไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา ข้าขอยึดเจ้านี่ไว้เป็นมัดจำก่อนนะ ถ้าตื่นมาแล้วไม่มีเงินไถ่คืน ก็เตรียมตัวขายแรงงานใช้หนี้ข้าจนแก่ตายได้เลย!"

นางยัดป้ายหยก (ซึ่งแท้จริงคือ 'ตราพยัคฆ์ทมิฬ' ที่ใช้สั่งการกองทัพนับแสน) ใส่เข้าไปในอกเสื้อของตัวเองอย่างแนบเนียน โดยหารู้ไม่ว่า การกระทำนี้เท่ากับนางได้เอาหัวตัวเองไปพาดไว้บนเขียงประหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

โครก...

เสียงท้องเจ้ากรรมร้องประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง ดึงสติของหลิวหลีกลับสู่โลกแห่งความจริง คนเจ็บก็ช่วยแล้ว สมบัติก็ริบแล้ว... แต่ปัญหายิ่งใหญ่ระดับชาติยังคงอยู่ "ไม่มีอะไรกิน!"

หลิวหลีมองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับไปมองในมิติ ในมิติมีดิน มีน้ำ มีหญ้าสมุนไพร... แต่ยังไม่มีของกิน! ระบบบอกว่านางต้อง 'ปลูก' เองถึงจะได้ผลผลิต แต่ตอนนี้ไม่มีเมล็ดพันธุ์สักเม็ด

"เวรกรรม... มีมิติวิเศษแต่ต้องมานั่งหิวตายเนี่ยนะ?" นางถอนหายใจ เดินออกไปหน้ากระท่อม มองไปยังป่ารกทึบด้านหลัง ในเมื่อเป็นนักพฤกษศาสตร์เก่า การเข้าป่าหาของป่าคงไม่ใช่เรื่องยากเกินมือ

"รออยู่นี่นะเจ้าลูกหนี้ ข้าจะไปหาอะไรมาใส่ท้องหน่อย ห้ามตาย ห้ามหนี แล้วก็ห้ามฟื้นจนกว่าข้าจะกลับมา!"

นางสั่งร่างที่ไร้สติ ก่อนจะคว้าตะกร้าไม้ไผ่สานและจอบคู่ใจ เดินมุ่งหน้าเข้าสู่ชายป่าด้วยความมุ่งมั่น ทิ้งให้แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร นอนเปลือยท่อนบน อวดซิกแพคอยู่ท่ามกลางกองฟางในกระท่อมร้างเพียงลำพัง...

โดยที่มุมปากของคนเจ็บ... กระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel