บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.5

“ปวดศีรษะอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

“เล็กน้อย”

หูซื่อพยักหน้า “เช่นนั้นให้ข้าน้อยเคี่ยวน้ำแกงให้ท่านดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่ต้อง ข้าไม่เป็นอะไร ท่านทำงานเสร็จก็ไปพักผ่อนเถิด ที่นี่ไม่ใหญ่มาก มีเพียงข้าท่านไม่ต้องคอยเฝ้าหรอก ข้าจะออกไปนั่งที่สวนกับอวี๋เอ๋อร์” นางพบว่าตัวเองชอบปล่อยผมสยายมากกว่า ทุกคนคิดว่านางถือสาเรื่องแผลเป็นที่หางคิ้ว ไม่อยากรวบผมเพราะกลัวมีคนสังเกตเห็น นางคร้านจะอธิบายดังนั้นจึงปล่อยเลยตามเลยทั้งที่ความจริงคือการปล่อยผมยายสยายเช่นนี้รู้สึกสบายกว่ามาก บางครั้งหากร้อนมากนางก็จะรวบมัดหลวมๆ เอาไว้หลังคอ

ในหนึ่งเดือนนี้ข้ออ้างเกี่ยวกับอาการที่ยังไม่หายดี ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้ามารบกวนนางกับบิดาที่เรือนพำนัก กระทั่งวันหนึ่งหูอวี๋ที่ออกไปซื้อของกลับมาก็รีบเล่าให้นางฟัง “ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์??”

“เจ้าค่ะคุณหนู มีข่าวลือว่าบางทีขบวนต่างๆ ที่ถูกดักปล้นก็เพราะคนของราชสำนักกำลังจะนำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กลับมา”

ตำนานเล่าขานส่งต่อมารุ่นต่อรุ่น ผู้คนแคว้นต้าเยวี่ยไม่มีใครไม่เคยได้ยิน อวิ๋นซูเหยานิ่งฟังเพราะนางเองก็คล้ายรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง แม้ไม่ถามก็ตระหนักรู้ถึงเรื่องของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้

“ช่วงนี้เมืองหลวงคึกคักมากเลยเจ้าค่ะ ขบวนสตรีสูงศักดิ์นอกเมืองหลวงกำลังทยอยเข้ามา เดือนสองเดือนนี้จะมีการคัดเลือกชายาองค์รัชทายาท ได้ยินมาว่าที่มาก็มาแล้ว ที่ไม่มาตามกำหนดก็เกิดเรื่องขึ้นกลางคัน เหล่าคนคุ้มกันจากขบวนเดินทางมากมายน่าดูชม นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าน้อยได้เห็นจอมยุทธ์ถือดาบ”

ท่าทางไร้เดียงสาของหูอวี๋ทำให้นางรู้สึกเอ็นดู “ก็แค่จอมยุทธ์ถือดาบมีสิ่งใดน่าดูชม ใครบ้างจะไม่เคย...เห็น” อยู่ๆ เสียงของนางก็แผ่วลง

“คุณหนูท่านเคยเห็นหรือเจ้าคะ??” แม้แต่หูอวี๋ยังรู้สึกตกใจ นับประสาอะไรกับคนที่จำอะไรไม่ได้อย่างอวิ๋นซูเหยา

ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าพร้อมประตูที่ถูกเปิดออก บิดาของนางกลับมาแล้วมาพร้อมกับท่านหมอ “ไปชงชามาเถิด” อวิ๋นซูเหยายังคงขมวดคิ้วมุ่น ทว่าก็ปรับสีหน้าแล้วรวบผมมัดเดินไปยังโถงของเรือนพำนัก

ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้วที่เข้ามาพำนักยังสำนักศึกษาหลวง บางคราบิดาก็จะนำบทความของเหล่าศิษย์ในสำนักมานั่งอ่านนั่งตรวจที่เรือน นางมองผ่านๆ รู้สึกน่าเบื่ออยู่บ้าง ทว่าเมื่อเห็นบิดาเดินหมากล้อมก็จะให้ความสนใจขึ้นหลายส่วน บางครั้งถึงขั้นชวนบิดาประลองหมากล้อมจนดึกดื่น อวิ๋นหยวนชมนางไม่ขาดปาก บอกว่าฝีมือเดินหมากของนางดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน

วันนี้...บิดาลืมเขียนรายการของที่ต้องซื้อ สายมากแล้วหูอวี๋รอที่จะออกไปกับรถม้าของสำนักศึกษาหลวง อวิ๋นซูเหยาเห็นว่าบิดายังไม่ออกมาจากห้องจึงตัดสินใจเขียนด้วยตัวเอง ทว่าเมื่อจรดพู่กันลงก็ต้องมุ่นคิ้วอีกครั้ง นางเขียนลงไปอีกหลายรายการสีหน้าของนางก็ยิ่งประหลาด จ้องมองลายมือของตนที่ทั้งเข้มแข็ง มั่นคง หนักแน่น แม้หูอวี๋จะสูดปากชื่นชมทว่านางกลับรู้สึกตรงข้าม

ส่งสาวใช้ออกไปซื้อของเสร็จแล้วนางเดินกลับเข้าไปในห้อง รื้อค้นอยู่สองสามหีบจึงพบตำราที่อวิ๋นซูเหยาเคยคัดลอกก่อนหน้านี้ นาง...พบว่าลายมือในนั้นแตกต่างกับลายมือของนางลิบลับ!!!

นางทั้งสับสน งุนงง ไม่เข้าใจ ทว่าอยากสนทนากับบิดากลับมีขันทีมารับเขาเข้าวังหลวงเสียก่อน ช่วงเที่ยงของวันนั้นหูอวี๋เพิ่งกลับมาก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นที่หน้าประตู ดูแล้วมีศิษย์ของสำนักศึกษาหลวงรู้ว่าบิดาของนางไม่อยู่ที่เรือนพำนัก หมายใจจะบุกเข้ามาดูหน้านางสักครา เพราะตั้งแต่นางย้ายเข้ามาก็ไม่ได้ออกไปที่ใด ไม่ได้พบใครนอกเหนือจากท่านหมอที่เข้าๆ ออกๆ

หูอวี๋ถูกผลักล้มลงหน้าประตูเรือน อวิ๋นซูเหยาหรี่ตาคว้าไม้กวาดจากนั้นพุ่งเข้าไปพร้อมฟาดด้ามไม้กวาดเข้าใส่บุรุษสี่คนด้วยความคล่องแคล่ว ร่างกายนี้คล้ายไม่ใช่ตัวนาง นางหงุดหงิดที่เคลื่อนไหวได้ช้า ทว่าไม้ที่ฟาดลงก็ตรงจุดสำคัญทั้งสิ้น บุรุษสี่คนที่เพิ่งฉวยโอกาสผลักประตูเรือนและสาวใช้ ล้มลงไปกองกันบนพื้นพร้อมเสียงร้องโอดโอย เข่า...ข้อเท้า ข้อพับ ศอก หลัง ขา สันคอ ล้วนถูกด้ามไม้กวาดฟาดจนเจ็บแปลบ

นาง...มองมือของตัวเองที่สั่นเทาเจ็บร้าว คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่เข้าใจตัวเอง นางถึงกับขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วถึงเพียงนี้!!!

เงาของใครบางคนขยับเข้ามาใกล้จากด้านข้าง อวิ๋นซูเหยากุมด้ามไม้กวาดแน่นหมายตวัดออกไป ทว่ามืออีกข้างของใครอีกคนก็คว้าเอาไว้ก่อนที่มันจะฟาดลงไปยังบุรุษที่ย่องเข้ามาใกล้ เสี้ยวหน้าหล่อเหลาโฉบผ่าน เขาไม่ได้มองนางทว่ามองไปยังไม้กวาดในมือ

“คุณหนูอวิ๋นลงมือหนักเกินไปแล้ว พวกเขาเพียงซุกซนไปชั่วขณะเท่านั้น”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel