บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 แต่งฮูหยินรอง

จวนเจ้ากรมโยธา

“นังแพศยานั่นทำอะไรบ้างในแต่ละวัน” เสียงเคร่งขรึมของบุรุษถามลูกน้องของตน

“ไปทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้าทุกวันขอรับ”

“อ่อ นางทำงานเป็นด้วยหรือ คิดว่าจะใช้เงินเป็นอย่างเดียว” ว่านเฉินคุนเลิกคิ้วประหลาดใจ

“บุตรสาวคหบดีใหญ่เชียวนะขอรับ แม้จะถูกเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในจวน แต่เรื่องเรียนนางคงได้เรียนแทบทุกอย่างอยู่แล้ว” ผู้ถูกถามอธิบายตามความเข้าใจของตน

“นั่นสินะ ข้าก็ลืมไป ว่าแต่ซินเอ๋อร์นางกลับมาหรือยัง” บุรุษเปลี่ยนหัวข้อ ถามถึงสตรีอีกนาง

“คุณหนูซินเอ๋อร์กลับจวนวันก่อนขอรับ ข้าน้อยได้ยินสาวใช้ที่จวนพูดกันว่านางไปวัดถือศีล เพื่อให้การแต่งงานราบรื่นและเป็นสิริมงคล ”

“ซินเอ๋อร์ของข้านอกจากจะหน้าตางดงามแล้วยังจิตใจดียิ่งนัก” มุมปากของบุรุษยิ้มด้วยความพึงพอใจ

“คุณหนูเชียนจะได้มาเป็นฮูหยินที่จวนแล้ว บรรดาสาวใช้ต่างตื่นเต้นมากเลยขอรับ นางน่าจะทำให้จวนเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาได้ ยิ่งหากมีนายน้อยเพิ่มขึ้นมาคงมีสีสันทีเดียว”

“อืม ข้าก็คิดเช่นนั้น” ว่านเฉินคุนพูดจบก็ลุกขึ้นบิดกายอย่างขี้เกียจ แล้วก็เข้านอนห้องตนเอง

........

“ไฉ่หง พรุ่งนี้ไปหาซื้อบ้านกัน” กู้เหอซีนับเงินที่รวบรวมได้มาเป็นเงินจำนวนมากที่พอซื้อบ้านหลังเล็กในเมืองหลวง

“ไม่ได้เจ้าค่ะคุณหนู พรุ่งนี้ใต้เท้าจะแต่งฮูหยินรองเข้าจวน คุณหนูต้องอยู่ให้นางยกน้ำชา”

กู้เหอซีเบ้ปาก สีหน้าไม่ยินดี “นางไม่อยากยกน้ำชาให้ข้าหรอก อีกอย่าง ข้าทายว่าคนอย่างไอ้ชั่วนั่นคงไม่ให้ฮูหยินสุดที่รักต้องมาเสียเกียรติให้หญิงแพศยาอย่างข้าหรอก ดังนั้นนะ พอเข้ายามเหม่าเราก็ออกกันเลย”

“แต่ว่า” ไฉ่หงพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ไม่ต้องแต่ เอาตามนี้” กู้เหอซีตัดบท นางกำลังคิดว่าหากมีบ้านแล้วจะทำห้องตรวจกับห้องหัตถการแยกกัน และจะเพิ่มศัลยกรรมเข้ามา ‘ได้เวลาเหลาซิลิโคน เสริมหน้าอกแล้วสินะ’ คิดไปก็เฝ้ารอพรุ่งนี้เช้าอย่างใจจดจ่อ

นางนอนอย่างกระสับกระส่าย หลับไม่สนิท จนเข้าสู่ยามเหม่าก็ตาสว่างลุกขึ้นมาจากเตียง อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย แล้วก็ใช้ผ้าคาดหน้าออกจากเรือนของตน

เห็นบรรดาสาวใช้ต่างวุ่นวายอยู่กับการตกแต่งจวน จัดเตรียมสถานที่และอาหารเลี้ยงแขก ก็เริ่มหมดอารมณ์ขึ้นมาทันใด

“ไฉ่หง ตอนที่ข้าแต่งเข้าคึกคักเช่นนี้หรือไม่” กู้เหอซีถามด้วยความอยากรู้

“วันที่คุณหนูแต่งเข้าก็คึกคักเจ้าค่ะ แต่เป็นคนที่จวนของเรามาจัดเตรียม นายท่านและฮูหยินมาคุมงานด้วยตัวเองเลยนะเจ้าคะ”

“อ่อ เจ้าหมายความว่าทางนี้ไม่ได้อยากจัดงาน เป็นฝ่ายหญิงที่กระตือรือร้นจัดงานและส่งลูกสาวมาให้สินะ”

ไฉ่หงนึกขึ้นได้ หน้าเสียทันที “ขอโทษเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องขอโทษ ใช้โอกาสชุลมุนนี้ออกจากจวนกันเถอะ” พูดจบนางและไฉ่หงก็อาศัยจังหวะที่แต่ละคนต่างยุ่งอยู่กับงานออกจากจวนโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

เนื่องจากพวกนางออกมาในเวลาที่ค่อนข้างเช้ามาก ร้านค้าต่างๆ ยังไม่ค่อยตั้งร้าน กู้เหอซีจึงให้ไฉ่หงพาไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่ริมทะเลสาบกลางเมือง

ทะเลสาบตงเยี่ยน ทะเลสาบขนาดใหญ่ ริมทะเลสสาบทุกด้านถูกทำเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ หากนั่งฝั่งตัวเมืองชมวิวทะเลสาบ จะเห็นฉากหลังทะเลสาบที่เต็มไปด้วยภูเขาสลับซับซ้อน แต่ถ้านั่งชมวิวจากฝั่งเขา ก็จะเห็นฉากหลังของทะเลสาบเป็นตึกรามบ้านช่องที่โอ่อ่าสวยงาม

“ถ้ามีบ้านแถวนี้ก็ดีนะ ข้าชอบบรรยากาศแบบนี้จัง” กู้เหอซีนั่งมองวิวทิวทัศน์ ปล่อยอารมณ์ให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ

........

“นายท่าน ใกล้ได้เวลาแล้วขอรับ” บุรุษชุดดำสวมหน้ากากเงินพูดกระซิบกับเจ้านายของตน

บุรุษร่างสูงใหญ่สวมหน้ากากสีนิลยืนอยู่ไม่ไกลจากกู้เหอซี เขาเพิ่งมาชมบรรยากาศยามเช้า สายตาก็สังเกตเห็นหญิงสาวที่เคยพบเจอนั่งอยู่ริมทะเลสาบ

“ไหนว่าวันนี้จวนเจ้ากรมโยธามีงานแต่งอนุ เหตุใดนางจึงไม่อยู่ในงาน” เขาถามชายข้างกายตน

“เอ่อ ข้าคิดว่า เพราะแม่นางกู้หน้าตาอัปลักษณ์ ใต้เท้าว่านเลยรังเกียจ ไม่ได้ดูแลนางดั่งเช่นฮูหยิน แค่ให้อยู่ในจวนใช้สถานะฮูหยินเฉยๆ ขอรับ”

“อ่อ นางจึงเลือกที่จะไม่อยู่ในงานสินะ” เขาพูด นัยน์ตาคมสังเกตร่างบางของหญิงสาวก่อนสาวเท้าออกจากพื้นที่บริเวณทะเลสาบ

........

กู้เหอซีนั่งได้สักพัก เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงสว่างบนท้องฟ้าก็ลุกขึ้นยืน “ไปกันได้แล้ว วันนี้เราต้องเดินหาบ้านทั้งวัน”

นางเดินหาบ้านทั้งในละแวกตลาด ย่านร้านค้า แต่ก็ยังไม่ได้สถานที่ถูกใจ จนกระทั่งเดินถึงย่านเมืองโบราณ บ้านเรือนสร้างด้วยหิน มีลำธารไหลผ่านรอบเมือง สามารถพายเรือขนาดเล็กได้ เดินทางสัญจรได้ทั้งทางบกและทางน้ำ

กู้เหอซีมองบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่น ต้นไม้ดอกไม้ถูกปลูกไว้อย่างมีระเบียบและสวยงาม ผู้คนต่างคนต่างอยู่อาศัยไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของกันและกัน นางเดินเข้าไปและเริ่มหาบ้านในย่านนั้นทันที

เดินเข้าไปได้ไม่ลึกนักก็พบบ้านหินหลังไม่ใหญ่มากอยู่หลบสายตาผู้คน นางเดินไปหน้าประตูบ้านเห็นว่าไม่มีคนอยู่อาศัย จึงผลักประตูเข้าไปข้างใน เห็นสวนหย่อมขนาดย่อมถูกตกแต่งด้วยหินรูปร่างต่างๆ ดอกไม้หลากหลายสี ตัวบ้านมีโถงใหญ่ ห้องนอนสามห้อง ห้องนั่งเล่นสองห้อง และห้องครัวอยู่ทางด้านหลัง ทางหลังบ้านมีประตูเล็กติดกับลำธาร มีท่าน้ำส่วนตัว สามารถลงเรือจากตรงนี้ได้

“ข้าชอบที่นี่จัง” กู้เหอซีเดินมองรอบๆ บริเวณ หัวใจพองโตราวกับได้เจอเนื้อคู่ที่ใฝ่ฝันถึง

“แม่นางมาดูบ้านที่นี่หรือ” เสียงสตรีนางหนึ่งเอ่ยถามกู้เหอซี

“ใช่” กู้เหอซีหันไปทักทายและเอ่ยตอบสตรีนางนั้น

“ไม่ทราบว่าที่นี่ขายหรือให้เช่าหรือไม่”

“ตอนนี้เจ้าของยังไม่ขาย แต่ว่าปล่อยเช่า หากเจ้าสนใจข้าจะพาชมโดยรอบแล้วจึงคุยเรื่องค่าเช่าและสัญญากัน”

“ไม่ต้องดูแล้ว ข้าถือวิสาสะเดินดูจนทั่วแล้ว สามารถคุยรายละเอียดเรื่องการเช่าได้เลย”

สตรีนางนั้นยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร เดินนำกู้เหอซีและไฉ่หงเข้าไปคุยรายละเอียดด้านใน ผ่านไปไม่นาน นางก็ออกมาส่งกู้เหอซี

“หากจะย้ายของมาเมื่อไหร่ก็บอกข้าได้ ข้ายินดีช่วยเหลือเต็มที่”

“ไม่ทราบว่าจะให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไรดี” กู้เหอซีถามนางอย่างเกรงใจ

“ข้าน่าจะแก่กว่าเจ้า เรียกข้าว่าพี่หลิวก็ได้ ข้าชื่อหลิวถงถง”

“ได้พี่หลิว ข้าชื่อกู้เหอซี เรียกข้าว่าซีซีก็ได้ ส่วนนี่ไฉ่หง ผู้ติดตามข้า” กู้เหอซีผายมือแนะนำไฉ่หงให้นางรู้จัก

สตรีทั้งสามอยู่พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนลากลับ

“คุณหนูนี่ก็เย็นมากแล้ว กลับกันเถอะเจ้าค่ะ”

“หาอะไรกินกันก่อนกลับเถอะ ข้าหิวแล้ว” กู้เหอซีลูบท้องของตน พลางเดินหาร้านอาหาร “ช่วงนี้ข้าหิวบ่อยจังเลย”

นางเห็นร้านขายบะหมี่จึงรีบเข้าไปสั่ง “บะหมี่แห้งน้ำมันต้นหอมกับเกี๊ยวนึ่ง” ก่อนหาโต๊ะนั่งแล้วหันไปบอกไฉ่หง “เจ้าอยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ”

เมื่ออาหารถูกวางลงบนโต๊ะ กู้เหอซีก็ปลดผ้าที่คาดปิดบังใบหน้าออกแล้วนั่งกินด้วยความหิว ในขณะนั้นก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของสตรีนางหนึ่งตามด้วยเสียงเยาะเย้ยดูถูกจากสตรีอีกสองนาง

“เหอะ นังขี้เหร่อัปลักษณ์ ใบหน้ามีแต่หลุม จมูกก็แบน ชาตินี้ทั้งชาติก็หาสามีไม่ได้หรอก”

เสียงหัวเราะด้วยความดูถูกทำให้กู้เหอซีไม่สามารถทนฟังได้ นางเปลี่ยนเป็นหยิบหน้ากากมาใส่แล้วลุกขึ้นไปยังบริเวณนั้น

“คุณค่าของคนไม่ได้วัดที่ลักษณะรูปร่างหรอกนะ พวกเจ้าหน้าตาสวยแล้วอย่างไร พูดแต่ละคำเหมือนอมสุขาไว้ในปาก ถ้าเด็กคนใดมีสตรีเช่นพวกเจ้าเป็นมารดาคงน่าสงสารยิ่งนัก ไม่แน่นะ พวกลูกๆ เจ้าอาจจะอายจนไม่กล้ามาเกิดเลยก็ได้”

นางต่อว่ากลางที่สาธารณะจนทำให้สตรีทั้งสองนางนั้นเดินหนีไปด้วยความอับอาย

“มานี่ มากับข้า” กู้เหอซีส่งมือให้หญิงสาวที่ร้องไห้เอื้อมมือมาจับ ออกแรงดึงร่างของสตรีขึ้นแล้วพามานั่งบนโต๊ะอาหาร

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” กู้เหอซีถามอย่างอ่อนโยน

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าชินแล้ว” หญิงสาวเช็ดน้ำตาอย่างน่าสงสาร

“เจ้าอยากแปลงโฉมหรือไม่ ข้าทำให้เจ้าได้นะ ฟรี เอ่อ แปลว่าไม่คิดเงินน่ะ”

สตรีนางนั้นมองหน้ากู้เหอซีอย่างฉงนแวบหนึ่งก่อนคลี่ยิ้มดีใจ

“ท่านใช่ท่านหมอที่ทำให้คนงามขึ้นเหมือนงามตั้งแต่ออกจากท้องแม่ งามอย่างเป็นธรรมชาติหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าท่านหมอจะใส่หน้ากากตอนรักษา”

กู้เหอซียิ้มตอบ “ใช่ ข้าเอง เจ้าสนใจหรือไม่”

“สนใจเจ้าค่ะ ข้าไม่มีเงินมากนัก แต่ข้าจะทำงานตอบแทนนะเจ้าคะ” สตรีนางนั้นตอบรวดเร็วโดยไม่ผ่านการคิดไตร่ตรอง

“ดี พรุ่งนี้ยามซื่อ มารอข้าที่นี่ล่ะ”

กู้เหอซีบอกหญิงสาว แต่มือเรียวคีบอาหารตรงหน้าใส่ปากไม่หยุด “ขอโทษที พอดีข้าหิวน่ะ”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” สตรีนางนั้นตอบ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มปลื้มปริ่มดีใจ

........

กู้เหอซีและไฉ่หงกลับถึงจวนก็ล่วงเลยเวลาเย็น พวกนางเดินเข้าจวนอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อถึงหน้าประตูเรือนของตนก็พบกับว่านเฉินคุนและเจิงฮุยลูกน้องของเขา

“กลับมาได้แล้วหรือนางตัวดี” ว่านเฉินคุนในชุดแต่งงานสีแดงสดกล่าวน้ำเสียงเย็นเยียบ

กู้เหอซียืนประจันหน้า ไม่มีความหวาดกลัวต่อท่าทีของเขา

“ทำไมเจ้าไม่ไปเข้าหอ จะมารอข้าไปทำพิธีเปิด เทสุรามงคล ถอดชุดเจ้าสาวงั้นหรือ อ๊ะ อ๊ะ ชักช้าเดี๋ยวมีบุรุษไปเข้าหอแทนนะ แล้วอย่ามาโทษข้าก็แล้วกันที่มีฮูหยินสกปรกเพิ่ม”

ว่านเฉินคุนที่หงุดหงิดมาตั้งแต่แรก เมื่อได้ยินคำพูดยั่วยุอารมณ์โทสะ ทำให้เขาขาดสติทันใด

“ปากดีนักนะ” เขาเดินเข้าไปหากู้เหอซีอย่างรวดเร็ว มือแกร่งยกบีบลำคอของหญิงสาว

กู้เหอซีรู้สึกเจ็บที่คอและอึดอัดทรมานคล้ายคนใกล้จะตายเพราะหายใจไม่ออก จ้องบุรุษด้วยแววตาอาฆาต

นางเค้นคำพูดออกทีละคำอย่างกระท่อนกระแท่น “ข้าตาย แต่หนี้เจ้ายังอยู่”

นัยน์ตาของว่านเฉินคุนที่มีแววต้องการสังหารกลับมาเป็นปกติทันที มือแกร่งปล่อยออกจากลำคอของหญิงสาว

“เจ้าไม่อยู่ทำให้พิธีไม่สมบูรณ์ แขกผู้ใหญ่ ขุนนางขั้นสูงมากมายต้องมานั่งรอเจ้า เจ้าทำให้ข้าได้รับความอับอาย”

“ทั้งเจ้าและข้าไม่เคยคิดว่าเป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว ไหนเลยที่จำเป็นจะต้องให้ข้าอยู่ หย่ากันเลยดีกว่าหรือไม่ ฮูหยินใหม่ของเจ้าจะได้สบายใจ ข้าก็จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าเจ้า”

“ฝันไปเถอะ พรุ่งนี้มารับน้ำชาซินเอ๋อร์ด้วย” ว่านเฉินคุน กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างไม่ใยดี

กู้เหอซีมองตามหลัง ‘อย่าให้รวยนะ เดี๋ยวจะใช้หนี้แทนเอง และจะจ้างหย่าด้วย ไอ้ผู้ชายเฮงซวย’

นางลูบคอของตนเอง ก่อนรีบเข้าเรือนอย่างรวดเร็ว “คันฉ่องๆ คอข้ามีรอยหรือเปล่าเนี่ย”

เมื่อเห็นว่ารอยแดงที่ลำคอเริ่มจางลง กู้เหอซีก็เอายามาทา ก่อนล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนเพลีย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel