ข้ามมิติมาเป็นหมอเสริมความงามที่สามีไม่รัก

100.0K · จบแล้ว
Yuyue Yuan
30
บท
3.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

กู้เหอซี แพทย์เสริมความงามข้ามมิติมาในยุคโบราณ อยู่ในร่างหญิงอัปลักษณ์ที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ฟื้นขึ้นมาถึงรู้ว่าถูกสามีรังเกียจไปอยู่กับสาวใช้อุ่นเตียงในคืนวิวาห์ จนมีคนมาสวมรอยเป็นเจ้าบ่าวเข้าหอแทน

นิยายจีนโบราณประธานแม่ทัพท่านอ๋องหมอ

ตอนที่ 1 ชีวิตใหม่

ในค่ำคืนที่มืดมิดไร้แสงดาวสาดส่อง ท้องฟ้าผืนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆสีดำทะมึน คล้ายกับว่าจะเกิดพายุในอีกไม่ช้า

ณ บริษัทลึกลับแห่งหนึ่ง นักวิจัยจำนวนมากกำลังทดลองสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นและพัฒนาผลงานมาร่วมสิบปี พลังงานจำนวนมากลอยออกจากอาคารด้านล่างของฐานวิจัยแล้วพุ่งสู่ชั้นบรรยากาศ ก่อให้เกิดประกายแสงสว่างบนแผ่นฟ้าที่มืดมิด

‘เปรี้ยง’ เสียงของฟ้าผ่าหลายสาย แหวกอากาศลงมายังพื้นดินเบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง ผู้คนและสัตว์ต่างๆ ล้วนหวาดกลัวและหาที่หลบด้วยความอลหม่าน

กู้เหอซี หมอศัลยกรรมสาวสวยที่เพิ่งผ่าตัดเสริมหน้าอกคนไข้เสร็จ เธอเดินตากฝนเพื่อที่จะไปขึ้นรถของตัวเอง ขณะเดียวกับสายฟ้าปล่อยแสงน่ากลัวลงมายังเสาไฟฟ้าที่อยู่ห่างจากเธอไม่กี่ก้าว

‘เปรี้ยง’ เสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างเพรียวบางของกู้เหอซีที่ล้มลงหมดสติในทันใด

........

ภายในเรือนไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนัก บนเตียงไม้หลังเล็กมีร่างของหญิงสาวนอนไม่ได้สติ สตรีน้อยนางหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ด้านข้าง

“ฮือ ฮือ คุณหนู ไม่น่าคิดสั้นเลย”

“คนก็ตายไปแล้วจะคร่ำครวญไปทำไม คุณหนูของเจ้าฆ่าตัวตายเอง นางได้ตายสมใจ เจ้าก็ควรดีใจกับนางถึงจะถูก” เสียงสตรีร่างท้วมที่แต่งกายเหมือนหญิงรับใช้ในซีรีส์ย้อนยุค ยิ้มเหยียดมองด้วยความสะใจ

“สตรีชั่วช้า คบชู้ ตายไปเสียได้ก็ดี” นางพูดจบก็เดินออกไปจากเรือน แต่ว่ายังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตูก็ได้ยินเสียง

“คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้ว”

แพขนตางอนสวยของสตรีบนเตียงค่อยๆ เปิดขึ้นพร้อมกับเผยให้เห็นดวงตาดอกท้อที่งดงาม เพียงแต่แววตานั้นคล้ายกับยังงุนงง

“อืม ที่ไหนเนี่ย” ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยถามเป็นอย่างแรกหลังจากที่ฟื้น

“ที่จวนของเจ้ากรมโยธาเจ้าคะ คุณหนูจำไม่ได้หรือ” หญิงสาวตัวเล็กตอบด้วยความดีใจพลางเทยาสมุนไพรที่ต้มไว้แล้วเตรียมยกให้เจ้านายตน

สตรีร่างท้วมเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนหมุนตัวมาพูดกับสองนายบ่าว

“ตายยากเสียจริงนะ แต่ไม่เป็นไร สภาพแบบนี้ทายได้เลยว่าอายุไม่ยืน ฮ่าฮ่า” นางหัวเราะแล้วก็จากไปรายงานเจ้านายของตน

........

“ว่าอะไรนะ นังสารเลวนั่นฟื้นแล้วหรือ” ชายร่างสูงพูดอย่างตกใจ ก่อนเห็นสายตาคมกริบของบุรุษสวมอาภรณ์สีน้ำเงินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้กับโต๊ะหนังสือ

“ขอโทษขอรับ” เขาพูดกับชายผู้นั้น แล้วยืนสงบปากสงบคำอยู่ด้านข้าง

“อืม เช่นนั้นก็ดูแลนาง ตามที่นางสมควรได้รับ” บุรุษที่นั่งอยู่ท่าทางไม่ยินดีกับข่าวที่ได้ยิน

“ข้าน้อยจะบอกให้สาวรับใช้ดูแลนางให้สาสมเองเจ้าค่ะ” บ่าวผู้มารายงานรีบตอบรับและสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

“สืบข่าวชายชู้ของนางได้หรือยัง” บุรุษผู้นั้นเอ่ยถามน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ไม่ได้เลยขอรับ ชายชู้ของสตรีชั่วนั่นคงมีฝีมืออยู่มิใช่น้อย”

“จับตาดูนางไว้ สักวันมันคงโผล่มาเอง” ผู้กล่าวเงียบเสียงครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ

“แต่ก็ดี อย่างน้อยมันก็เข้าหอแทนข้า จึงได้ผ้าเปื้อนโลหิตของนางมา ส่งผ้าผืนนั้นไปให้บิดาของนางซะ”

“ขอรับ” ชายร่างสูงรับคำแล้วออกไปทำตามคำสั่ง

“หึ นางตัวดีกู้เหอซี หยามข้าเกินไปแล้ว”

........

“เจ้าว่า คืนแต่งงานของข้า มีบุรุษอื่นเข้ามาทำมิดีมิร้ายข้าอย่างนั้นหรือ แล้วเจ้าบ่าวหายหัวไปไหนล่ะ” กู้เหอซีถามสาวใช้ด้วยความสงสัย

“เอ่อ ใต้เท้ากลับเรือนของตนไปอยู่กับสาวใช้อุ่นเตียงเจ้าค่ะ”

“อ่อ เวลานั้นก็เลยมีชายคนอื่นมาเข้าหอกับข้าแทนเขาสินะ” มือเรียวยกขึ้นมาลูบคางของตนเอง ก่อนที่ปลายนิ้วไปถูกรอยนูนข้างแก้ม “ขอคันฉ่องหน่อย”

สาวใช้รีบไปหยิบคันฉ่องแล้วส่งให้นางอย่างรวดเร็ว

‘ใบหน้าของสตรีนางนี้เหมือนกับฉันไม่มีผิดเพี้ยน เสียอย่างเดียว’

“รอยแผลเป็นนูนยาวนี้ ข้ามีมานานหรือยัง” นางถูกรอยแผลเป็นเบี่ยงเบนความสนใจไปเสียจนหมด หมอศัลยกรรมที่ดูแลแต่ความสวยความงาม เมื่อเห็นรอยแผลเป็นก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

คันไม้คันมืออยากกำจัดออก

“สักห้าเดือนได้แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู” สาวใช้ตอบและเรียกจนนางหลุดออกจากภวังค์

กู้เหอซีจึงนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“เจ้าว่าข้ากินยาฆ่าตัวตายใช่หรือไม่ เห็นทีว่าผลข้างเคียงของยาน่าจะแรงมิใช่น้อย ข้าจำอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งชื่อแซ่ของตนเอง ชื่อของเจ้าข้าก็จำไม่ได้ เห็นทีวันนี้เจ้าต้องมาเล่าให้ข้ารู้เรื่องของตัวเองแล้วล่ะ”

กู้เหอซีไม่มีอารมณ์ตื่นตกใจแม้แต่น้อย เพราะเวลาหลังจากเลิกงานในแต่ละวัน นางก็เปิดดูซีรีส์เนื้อหาประมาณนี้เป็นประจำ

“ไม่รู้ว่านิยายแต่ละเรื่อง เรื่องไหนสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงบ้าง”

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากปากของสาวใช้ นางก็รู้มาว่า ตนเองนั้นชื่อเหมือนเดิมกับชาติก่อนหน้า ‘กู้เหอซี’ หากซื้อหวยก็คงถูกรางวัลไปแล้ว และเรื่องราวชีวิตก็แทบไม่ต่างจากนิยายเรื่องอื่นๆ ที่เคยอ่าน คือถูกบังคับแต่งงานเพราะผลประโยชน์ของครอบครัว เป็นหญิงสาวอัปลักษณ์ที่ไม่มีบุรุษคนใดหมายปอง แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ไม่รู้ว่ามีชายชั่วคนไหนที่มองเห็นความงามผ่านรอยแผลเป็น จนยอมมาขึ้นเตียงกับสตรีร่างนี้

“หรือว่าไอ้ใต้เท้านั่นจะจ้างคนมา” กู้เหอซีถามไฉ่หงสาวใช้ของตน

“ไม่น่านะเจ้าคะ เพราะตอนเช้าของอีกวัน ใต้เท้าว่านมาหาท่านที่ห้อง เมื่อเห็นว่าคุณหนู เอ่อ ถูกทำมิดีมิร้ายก็หัวเสีย โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยเจ้าค่ะ”

“เหอะ เขาอาจจะแสดงละครตบตาก็เป็นได้ แต่ถ้าหากว่าจริง ก็คงทนไม่ได้ที่ถูกหยามเกียรติ จริงสิ สุดท้ายเขาก็เอาผ้าที่เปื้อนเลือดผืนนั้นไป เห๊อะ”

กู้เหอซีเอนตัวลงนอน ดูท่าว่ามาอยู่ยุคนี้ร่างนี้คงไม่ง่ายเสียแล้ว ถูกบิดาบีบบังคับให้แต่งงานกับเจ้ากรมโยธาว่านเฉินคุน ฝ่ายผู้ชายก็ไม่ได้เต็มใจ จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เห็นทีคงต้องรีบหาเรื่องหย่าแล้วแยกย้ายกันไปซะให้จบ

คิดเสร็จนางก็ลุกขึ้นมาจากเตียง “ไฉ่หง มาช่วยข้าแต่งตัวหน่อย”

ชุดของยุคสมัยนี้นางใส่ไม่เป็น หากให้ใส่เองวันทั้งวันก็คงไม่เสร็จ ยังไม่รวมทำผมที่รุงรังอีก ยากตั้งแต่เริ่มต้น

“จริงสิ เมื่อก่อนข้ามีนิสัยอย่างไรบ้าง เช่นใจดี ใจร้าย ใจเย็น ใจร้อน ยอมคน สู้คน ประมาณนั้น”

ไฉ่หงพูดตอบโดยไม่จำเป็นต้องคิดใคร่ครวญ “คุณหนูใจดีมากเจ้าค่ะ ใครร้ายมาก็ทำดีตอบทุกคน ใช้ใจและความดีเอาชนะ ที่เป็นรอยแผลเป็นก็เพราะคุณหนูเอาร่างปกป้องบุรุษที่ถูกทำร้าย แต่คุณหนูก็ไม่ได้โวยวายอะไรเลยนะเจ้าคะ ขนาดรอยแผลเป็นยาวเช่นนี้”

กู้เหอซีถอนหายใจ เป็นคนดีแล้วอย่างไร สุดท้ายมากินยาฆ่าตัวตายเสียเอง แต่ไม่เป็นไรนะ ตอนนี้เป็นกู้เหอซีคนใหม่ รับประกันว่าเป็นคนดีแต่ไม่คนเดิม เพราะคนนี้ร้ายมาก็จะร้ายกลับให้ดู

เมื่อไฉ่หงคาดผ้าอำพรางใบหน้าให้นางเสร็จ ในคันฉ่องก็มองเห็นสตรีที่มีนัยน์ตาดอกท้อเป็นประกาย หากเปิดทั้งหน้าคงเห็นเครื่องหน้าที่รับกันงดงาม เสียอย่างเดียวที่ตอนนี้มีแผลเป็นขนาดใหญ่พาดผ่านอยู่บนแก้มใส

“ข้าอยากไปเดินดูภายในจวน” นางบอกสาวใช้เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว

“แต่ว่าคุณหนู ไม่มีคำสั่งของใต้เท้าว่าน”

“ช่างเขาสิ ข้าลืมไปแล้วว่าเขาเคยสั่ง” กู้เหอซีผลักประตูออกจากเรือนหลังเล็กที่ทรุดโทรมของตน

สายตามองไปรอบๆ เห็นพื้นที่บริเวณของเรือนนั้นว่างเปล่าไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต “คนอื่นๆ อยู่ที่ใดกัน”

“อยู่เรือนอื่นเจ้าค่ะ”

สายตาสวยที่ดูเย็นชาไร้ความรู้สึกกวาดมอง ก่อนเดินออกจากบริเวณเรือนของตน เห็นสาวใช้แต่ละคนมองมาทางตนด้วยสายตาเหยียดหยาม

“นางอัปลักษณ์ ฮูหยินน่ารังเกียจ” เสียงนินทาเบาๆ ลอยมาตามลมให้นางได้ยิน

กู้เหอซีไม่สนใจ นางเดินไปทางศาลาในสวน สายตาก็เห็นบุรุษหนุ่มกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ มีสาวใช้หน้าหวานคอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง

“คนนั้นใช่หรือไม่”

“ใช่เจ้าค่ะ ใต้เท้าว่าน” ไฉ่หงตอบท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

กู้เหอซีก้าวเท้ามุ่งหน้าไปทางบุรุษนั้น ดวงตาแข็งกร้าวปราศจากความหวาดกลัว มีผู้อารักขาชายมาขวางนางไว้

“ใต้เท้าไม่ได้สั่งให้เข้า”

“แล้วอย่างไร” นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ตอบด้วยน้ำเสียงดุดันไม่แพ้กัน

ขณะที่นางจะยกเท้าเข้าไปก็ถูกกระบี่มาจ่อตรงหน้า “ใต้เท้าสั่งแล้วว่าห้ามเข้าไป”

กู้เหอซีหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองให้อดกลั้นเข้าไว้ อย่าเพิ่งหาเรื่องกับบุรุษตรงหน้า แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมคน ก็อดไม่ได้ที่จะพูดเสียงดังหมายจะให้ผู้ที่นั่งในศาลาได้ยิน

“เป็นบุรุษรังแกสตรี หน้าไม่อายเสียจริง ขนาดสุนัขตัวผู้ยังไม่กัดสุนัขตัวเมียเลย มนุษย์ที่เลวกว่าสุนัข คงจะเจริญได้ไม่นาน” พูดจบก็หันตัวเพื่อเดินไปทางอื่น

“ปากดีนักนะ” เสียงบุรุษภายในศาลาดังขึ้น เขายกมือให้สัญญาณ ชายที่ถือกระบี่อยู่ก็ยกด้ามกระบี่มาตบที่ข้างแก้มนาง

กู้เหอซีไม่ทันระวังตัวเนื่องจากนางกำลังเบี่ยงตัวหันหลัง เมื่อถูกตบที่แก้มก็ร้องตกใจ ร่างบางเสียหลักจนเกือบล้ม สายตาโกรธเกรี้ยวตวัดไปจ้องที่ชายคนนั้นและบุรุษในศาลาด้วยความแค้น

“อยากจองเวรกันนักใช่มั้ย” นางกัดฟันพูดก่อนกลับไปยังเรือนของตน