เฉินเหวิน
ณ.หุบเขาไร้ชื่อ
จ้าวเผิงจิบสุราหมดไปสองจอกแล้วจึงพยักหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ”ไปนำตัวคนมา“
ไม่ถึงครึ่งเค่อบุรุษอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีสี่คนก็ถูกนำตัวเข้ามายืนตรงลานกว้างเบื้องหน้าของจ้าวเผิง
บุรุษทั้งสี่มีรูปร่างท่าทางคล้ายบัณฑิตพากันยืนนิ่งปล่อยให้จ้าวเผิงมองสำรวจพวกเขา สายตาของจ้าวเผิงไปสะดุดอยู่ที่บุรุษคนหนึ่งที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง
จ้าวเผิงเอ่ยเสียงเย็น ”เจ้าชื่ออะไรเงยหน้าขึ้นให้ข้ามองชัดๆ“
“เฉินเหวิน” เขาเอ่ยพลางค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆพลางคิดในใจหรือว่าเจ้าหัวหน้าค่ายโจรคนนี้จะชื่นชอบบุรุษถ้าเป็นเช่นนั้นต้องแย่แน่ๆ
จ้าวเผิงขมวดคิ้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ชื่อเฉินเหวินแล้วแซ่ล่ะเจ้าแซ่อะไร”
เฉินเหวินส่ายหน้า “ข้าไม่รู้”
จ้าวเผิงได้ยินดังนั้นก็ไม่ใส่ใจเพราะรูปร่างหน้าตาของเฉินเหวินทำให้เขาพึงพอใจเขาจึงหันไปเอ่ยกับซุนหยางว่า ”เอาคนนี้แหละส่วนคนอื่นที่เหลือถ้าทางบ้านไม่ยอมไถ่ตัวก็นำไปใช้แรงงานเสีย“
ซุนหยาง ”สามคนที่เหลือทางบ้านยินยอมนำเงินมาไถ่ตัวขอรับ“
จ้าวเผิง ”รีบไปจัดการให้เรียบร้อยแล้วนำเงินไปซื้อเสบียงมาให้ได้มากที่สุดพี่น้องในค่ายจะได้ไม่ต้องทนหิว“
ซุนหยางพยักหน้าเขาลังเลอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ยว่า ”เฉินเหวินที่สมองได้รับความกระทบกระเทือนจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใครจำได้แต่ชื่อตนเองเท่านั้น“
จ้าวเผิงขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ใครเป็นคนนำตัวเขามา”
เจ้าสามรีบเอ่ย “ข้าเองขอรับยามนั้นข้ากับเจ้าห้าเจ้าหกไปล่าสัตว์ในป่าวิญญาณก็พบเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนหายใจโรยรินบนศีรษะมีเลือดอาบแผ่นหลังถูกฟันเป็นแผลลึก พวกข้ารู้ข่าวจากพี่รองว่าท่านต้องการหาสามีให้หลานสาวเห็นว่าเขาหน้าตาดีจึงนำกลับค่ายมาให้ท่านหมอฉีรักษา ครั้นพอเขาอาการดีขึ้นกับจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใครเสียได้ช่างน่าโมโหยิ่งนัก”
จ้าวเผิงโบกมือพลางเอ่ย “จำอันใดไม่ได้ก็ยิ่งดีจะได้ไม่มีญาติฝั่งสามีมาสร้างปัญหากวนใจให้หลานสาวของข้า”
เจ้าสามรีบเอ่ย “ข้านั้นยังไม่มีภรรยาให้นางแต่งให้ข้าก็ได้นะขอรับ”
คำพูดของเจ้าสามทำให้เหล่าชายฉกรรจ์พากันโห่ร้อง บ้างก็เอ่ยมั่งว่า “ข้าก็ยังไม่มีภรรยานะขอรับ”
บ้างก็ว่า “ฆ่าเจ้านี่แล้วให้หลานสาวท่านแต่งให้ข้าเถอะ”
จ้าวเผิงหัวเราะเบาๆแล้วเอ่ยว่า “หลานสาวของข้าไม่ชื่นชอบบุรุษหน้าตาธรรมดาเฉกเช่นพวกเจ้าหรอก”
เหล่าชายฉกรรจ์ที่เมื่อกี้ยังส่งเสียงโห่ร้องพากันเงียบเสียง จากนั้นไม่นานก็พยายามกลั้นขำจนไหล่สั่นเมื่อนึกได้ว่าหัวหน้ารองเคยบอกว่าหลานสาวของหัวหน้าใหญ่มีน้ำหนักตัวเกือบ200จิน
อากาศยามค่ำคืนเย็นสบายจ้าวลั่วซีที่กำลังหลับฝันหวานก็พลันลืมตาตื่นเพราะถูกเสียงอันคุ้นเคยรบกวน “นางหนูตื่นเร็วข้านำสามีของเจ้ามาส่งแล้ว”
จ้าวลั่วซีหาวหวอดพลางเอ่ย “ท่านอาเข้ามาได้อย่างไร”
จ้าวเผิงดึงมืออวบอ้วนของนางพลางเอ่ย “ปีนเข้ามาน่ะสิเจ้ารีบไปดูสามีของเจ้าเถอะว่าพึงใจไหมถ้าไม่พึงใจข้าจะไปเปลี่ยนคนใหม่มาให้”
จ้าวลั่วซี “เปลี่ยนได้ด้วยหรือ”
จ้าวเผิงเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “เปลี่ยนได้สิ สหายของข้ารู้จักบุรุษหลายคนเชียวล่ะแต่คนนี้รูปงามที่สุดข้าจึงเลือกมาให้เจ้า“
“ถ้าเช่นนั้นก็เอาคนที่ท่านอาเลือกไม่ต้องไปดูหรอกเจ้าค่ะ” จ้าวลั่วซีเอ่ยพลางคิดในใจว่าทำเช่นไรจึงจะแต่งกันเพียงในนามหรือว่านางจะวางยาให้เขาใช้การไม่ได้ดี
ในที่สุดจ้าวเผิงก็ลากจ้าวลั่วซีออกมาจากที่นอนจนได้ เมื่อประตูรั้วบ้านถูกเปิดออกบุรุษชุดแดงก็ถูกชายฉกรรจ์สองคนโยนเข้ามาพร้อมกับเสียงของชายฉกรรจ์เอ่ยว่า “พวกข้ากลับก่อนนะขอรับ”
จ้าวเผิง “อืม”
เสียงรถม้าแล่นออกไปไม่นาน เฉินเหวินก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนพลางมองไปรอบๆด้วยสายตาหวาดระแวง ครั้นพอสายตาของเขาสบเข้ากับจ้าวเผิงเขาก็ยืนก้มหน้านิ่งพลางคิดหาทางหนี
จ้าวเผิงปิดประตูรั้วพลางเอ่ย “เงยหน้าขึ้นเถอะให้หลานสาวของข้าได้ยลโฉมเจ้าเสียหน่อย”
น้ำเสียงของจ้าวเผิงราบเรียบไม่แสดงอำนาจเหมือนยามอยู่ค่ายโจรทำให้เฉินเหวินรู้สึกแปลกใจแต่ก็หาได้ใส่ใจอย่างไรเสียเจ้าหมอนี่ก็เป็นหัวหน้าโจรหาใช่คนดี
อาการบาดเจ็บของเฉินเหวินยังไม่หายดีเขาฉลาดพอที่จะไม่ขัดคำสั่งหัวหน้าโจร เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นครั้นพอสายตาสบเข้ากับดวงตากลมโตเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ความมืดทำให้เขาเห็นใบหน้าของสตรีตรงหน้าไม่ชัดแต่รูปร่างใหญ่โตของนางทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่ใช่ว่าสตรีต้องมีรูปร่างผอมบางหรอกหรือแต่สตรีตรงหน้ากับมีรูปร่างอ้วนฉุเหมือนกินวัวไปทั้งตัว
จ้าวลั่วซีมองเขาผ่านๆอย่างไม่ใส่ใจนางหาวหวอดพลางเอ่ย “ดึกมากแล้วท่านอาพาเขาไปนอนห้องท่านพ่อเถอะเจ้าค่ะ”
จ้าวเผิงคิดอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ย “กราบไหว้ฟ้าดินแล้วค่อยให้เจ้าหนุ่มนี่ไปนอนกับเจ้าก็ดีเหมือนกันชาวบ้านจะได้ไม่เอาไปนินทา“
จ้าวลั่วซีกรอกตามองบนคิดในใจใครอยากนอนกับคนแปลกหน้ากัน
