บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 หลอกจิ้งจอกแต่งงาน

นางเป็นแค่จิ้งจอกตัวน้อยที่เพิ่งจะหัดโต เลยคิดออกมาเที่ยวเล่นที่นอกเผ่าจิ้งจอก จนทำให้ถูกนักพรตเยว่เทียนตามล่า กระทั่งหลงเข้ามาในจวนของตวนอ๋อง

เรื่องมันควรจบที่นางสามารถฟื้นพลังแล้วกลับไปยังเผ่าของตน ไม่ใช่มาอยู่ในสภาพนี้ใช่ไหม

เจียหลิงมองคนตรงหน้าเอ่ยพูดต่อ

“ท่านอ๋องข้าไม่เข้าใจ”

“เจ้าควรเรียนตัวเองว่าหวางเฟย”

นางที่ปรับสภาพไม่ทันไม่ได้เรียกตัวเองเช่นเขาบอก อีกฝ่ายก็เลยไม่ถือสาแต่ก็กล่าวตักเตือนนาง “หากมีคนอื่นอยู่ยังไงเจ้าก็ต้องพูดราชาศัพท์กับเปิ่นหวาง”

“อันว่าคนเราต้องผูกสมัครรักใคร่กันก่อนจะแต่งงานมิใช่หรือ เหตุใดข้าถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

“เจ้ามิเคยได้ยินคำโบราณใช่ไหม กราบไหว้บูชาเป็นคู่สามีภรรยาจนวันตาย ตอนนี้พวกเราแต่งงานกันแล้ว”

ตวนอ๋องยังมีหน้าชี้ไปยังเทียนสีแดง “เจ้าก็ต้องเป็นหวางเฟยของเปิ่นหวางไปตลอดชีวิต”

เจียหลิงยังคิดไม่ออกอยู่ดี “แต่งงานก็ควรมีบิดามารดาเห็นด้วย แต่ข้าไม่มี” และไม่ให้พวกท่านรู้ด้วยว่านางแต่งกับมนุษย์ แค่คิดก็นึกถึงบทลงโทษของเผ่าหรือนางจะแกล้งเป็นภรรยาเขาสักปีสองปี รอเขาตายใจแล้วค่อยหนีกลับเผ่า

ตอนนี้บิดามารดานางกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่บนเขาหลิงซาน อีกหลายปีกว่าจะได้ออกมา ถึงตอนนั้นนางก็คงกลับไปเผ่าได้สำเร็จ เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงไม่ดื้อดึงอีก

“ชนเผ่าของเรามีกฎข้อหนึ่งสำหรับสามีภรรยา”

ตวนอ๋องได้ยินก็รีบเอ่ยถาม “กฎนั้นคือ?”

“สามีภรรยาเพียงหนึ่งคู่เดียว”

นั่นหมายถึงว่าเขาจะแต่งสนมหรืออนุคนไหนไม่ได้อีก แม้จะดูแปลกสำหรับเขา แต่บุรุษที่เบื่อหน่ายสตรีธรรมดาแต่กลับหลงจิ้งจอกตรงหน้า “เปิ่นหวางรับปากเจ้า หากผิดคำสาบานเปิ่นหวางจะไม่รั้งหากเจ้าจะไปจากเปิ่นหวาง”

แน่นอนหากท่านผิดคำสาบานนางจะไปทันที เมื่อได้ยินคำที่พอใจเจียหลิงจึงมองตวนอ๋องที่หยิบสร้อยที่คอออกมา จากนั้นก็สวมให้นาง

“หยกนี้เป็นหยกที่เสด็จพ่อประทานให้ เปิ่นหวางรักและหวงแหนมันมากที่สุด เปิ่นหวางมอบให้เจ้าเพื่อแสดงความจริงใจที่เปิ่นหวางมีให้เจ้า”

เจียหลิงมองหยกสีแดงคล้ายสีเลือด ลักษณะเป็นทรงหยดน้ำตรงกลางมีอักษรคำว่าหลงอยู่ในนั้น

มังกรกับจิ้งจอกจะอยู่กันได้ยังไง แต่นางก็ไม่ปฏิเสธมองใบหน้าเขาที่กำลังโน้มลงมาจากนั้นก็มอบจูบที่แสนคุ้นเคย “ท่านอ๋องเคยจูบข้า”

“ใช่เปิ่นหวางเคยจูบเจ้าและมากกว่านั้นก็เคย” มือหนาปลดเสื้อนางออกทีละชิ้น นึกโมโหกับชุดเจ้าสาวที่ซ่อนทับแกะยากเหลือเกินไม่เหมือนกับชุดไม่ได้ใส่ของนางตอนแปลงร่างที่ได้เห็นอะไรต่อมิอะไรชัดเจนเต็มสองตา

เสื้อชั้นนอกถูกปลดออกแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงเอี๊ยมสีแดงกับกางเกงชั้นในบาง มือเขาแตะคางนางให้เงยหน้ามองแก้มแดงระเรื่อที่ปรากฏขึ้นชัดเจน

“เจ้ารู้จักอายแล้วจิ้งจอกน้อย”

ให้นางเป็นจิ้งจอกไม่ใส่ผ้านางยังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้โดนเขามองเห็นเนื้อในนางไม่เขินก็บ้าไปแล้ว

“เมื่อไรท่านจะเลิกจองมองข้าสักที”

หึ เสียงตวนอ๋องหัวเราะในลำคอขำคำของนาง “ก็เจ้าน่ามองชายารัก หากเปิ่นหวางไม่มองเจ้าจะให้มองใคร”

นางไม่มองเขาแล้ว สายตาน้อยหันหนีก็ถูกเขาประคองลงนอนจากนั้นก็ดึงหน้าให้มองเขาไม่ให้หลบหนีไปทางอื่น อีกมือก็ปลดเชือกเอี๊ยมออกเผยให้เห็นซาลาเปาลูกใหญ่

เขาใช้มือทั้งสองโอบมันจับดูขนาดไม่เบา “มือเปิ่นหวางว่าใหญ่แล้วเจอของเจ้าไปยังเทียบไม่ได้”

เจียหลิงได้ยินก็ยิ่งอาย นางเอาใบหน้าก้มลงแทรกตรงหมอนเขาก็ดึงใบหน้ามารับจูบอันแสนหวานอีกครั้ง ริมฝีปากสากประกบลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของจิ้งจอกน้อย

นางต้องร่ายมนต์ใส่ตัวเขาแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นบุรุษมักมากคิดอยากจะกินจิ้งจอกตลอดเวลาได้เช่นไร

“หลิงเออร์เปิ่นหวางทนไม่ไหวแล้ว”

เขาทนไม่ไหวส่วนนางก็หวาดกลัวขึ้นกว่าเดิม แต่พอได้รับจูบปลอบเอาใจ ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามายังปากของนางพันเกี่ยวสอนให้นางทำตาม ร่างกายนางก็เหมือนกับร้อนเป็นไฟ ทันทีตอนนี้เป็นฤดูหนาว

หากแต่ความร้อนนั่นมิได้มีแค่นั้นเมื่อใบหน้าคมขยับเคลื่อนไปยังซอกคอจากนั้นก็ก้มลงไปยังหน้าอกของนาง ใช้ลิ้นร้อนดูดกลืนหน้าอกสองลูกตรงหน้าราวกับเด็กน้อยที่หิ้วนมมารดา

“ท่านอ๋อง” นางรู้สึกประหลาดความวาบหวามเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร ความร้อนรุ่มอยากผลักเขาออกแต่ก็ทำไม่ได้ จึงทำได้เพียงแค่ยกมือขึ้นเกาะบ่าเขาไว้แน่น จากนั้นก็เปล่งเสียงออกมา

เจียหลิงตกใจเสียงร้องของตัวเอง นางเงยหน้ามองเขาที่มองนางอยู่แล้วยิ้มอย่างพอใจ ริมฝีปากสากลากไปยังหน้าท้องแบนราบ จากนั้นก็วนเวียนอยู่รอบสะดือ นางคิดเอ่ยถามเขาแต่มือหนาก็ขยับแล้วแตะไปยังตรงหน้า...

“ตรงนั้น!!” เสียงนางตกใจเมื่อนิ้วมือเขาเริ่มขยับแตะไปยังกลางดอกบัวด้านล่าง

“เปิ่นหวางอยากชิมเกสรของเจ้า” เขาพูดบอกแค่นั้นไม่ได้ขออนุญาตนางเสียหน่อย เพราะตอนนี้ลิ้นรสแตะสัมผัสไปยังเบื้องล่างแล้ว เจียหลิงถึงกับสะดุ้งตัวลอย “อย่า” ถึงห้ามอย่างนั้นแต่นางก็ไม่มีแรงที่จะผลักเขาออก

ความรู้สึกนางตอนนี้เหมือนกำลังเหาะเล่นอยู่บนก้อนเมฆ หากแต่เมื่อลิ้นร้อนขยับเร็วพร้อมกับริมฝีปากขบเม้มดูดกลืน นางก็เหมือนกำลังจะตกลงจากก้อนเมฆ เสียงนางกระเส่าเอ่ยห้ามเขาแต่กลับทำตรงกันข้ามเมื่อใบหน้าเขายอมปล่อยให้นางหายใจ

เมื่อริมฝีปากเขาประกบปากของนาง มือเขาก็ปลดเสื้อผ้าและกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นอาวุธที่นางเคยเห็นหลายครั้ง วันนี้มันใหญ่ว่าวันก่อนเสียอีก

เขาลุกขึ้นขยับมาอยู่บนตัวนางแล้วจ่อมันตรงปากของนาง “ใช้ปากของเจ้าชิมรสของมัน”

เจียหลิงมองด้วยสายตาใสซื่อแล้วถาม “เหตุใดต้องชิมในเมื่อมันเป็นอาวุธ”

คนหลอกจิ้งจอกยังเอ่ยต่ออีก “อาวุธจะทรงพลังได้ก็ต้องได้ปากของเจ้าช่วย”

จิ้งจอกน้อยมองแท่งอาวุธอันใหญ่โตตรงหน้าสองมือจับมันให้มั่นคงก็ได้ยินเสียงคำรามจากตวนอ๋อง เมื่อนางอ้าปาก

“แลบลิ้นของเจ้าออกมาแตะมัน”

คนถูกสอนทำตามที่ตวนอ๋องพูด เมื่อลิ้นร้อนแตะท่อนเอ็นนางก็รับรู้ได้ถึงแรงกระตุกของเส้นเอ็น มองเขาที่กล่าวเอ่ยแนะนำต่อ

“ใช้ปากเจ้าทำเหมือนที่เจ้ากินอาหารยามเป็นจิ้งจอก”

เจียหลิงส่งลิ้นออกมายาวกว่าเดิมก่อนจะครอบปากลงไปทั้งหัวแม้ไม่มิดเพราะมันใหญ่ แต่ก็ทำให้เจ้าของอาวุธถึงกับคำรามก่อนจะใช้มือเขาช่วยนางโยกเอนศีรษะขึ้นลงให้คล่อง

“ดีมาหลิงเออร์เจ้าเก่งมาก”

เจียหลิงเพิ่งจะรู้ว่ารสชาติอาวุธอันใหญ่เป็นยังไง ยิ่งนางขยับปากพร้อมกับลิ้นดูดกลืนไปพร้อมกัน ก็ยิ่งได้ยินเสียงคำรามดังชัดกว่าเดิม

“เจ้ากำลังทำให้เปิ่นหวางนิสัยไม่ดี” เขาหมายถึงสิ่งใดนางไม่เข้าใจ หากแต่คนพูดรู้ตัวเองดีเพราะเขาไม่เคยหลงในสตรีเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่านางทำสิ่งใดให้เขาเป็นเช่นนี้เขาก็พร้อมจะมอบความสุขให้นางตอบแทนไม่รู้ลืมแน่นอน

ริมฝีปากน้อยปล่อยแท่งอาวุธออกมา เสียงเขาก็คำรามรู้สึกว่ายังไม่อิ่มจึงจับนางนอนลงจากนั้นก็คร่อมบนตัวนางสลับหัวท้าย ทำให้เจียหลิงมองเห็นแท่งอาวุธชัดเจน

มือหนาจับแท่งอาวุธใส่ปากนาง ส่วนตรงหน้าใบหน้าปีศาจก็ก้มลงดูดกลืนกลีบดอกบัว “อ๊ะ” เจียหลิงสะดุ้งทั่วร่างสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมา “อย่าปล่อยมัน”

เขากำลังหมายถึงอาวุธที่นางทำหลุดออกจากปากเพราะเบื้องล่างที่เขาทำไว้ ทำนางแทบเสียสติ นางจับแท่งอาวุธแล้วยัดใส่ปากเหมือนเดิม

คราวนี้แรงดูดกลืนของนางแรงและบีบอัดแน่นกว่าเดิม “หลิงเออร์เจ้าทำเปิ่นหวางทนไม่ไหวแล้ว” เขาดึงมันออกจากปากเจียหลิง จากนั้นก็หันมาหานางมอบจูบอันแสนหวานให้อีกฝ่าย

มือหนายกขาขึ้น จากนั้นก็เอ่ยปลอบคนไม่เคย “เปิ่นหวางจะใช้อาวุธกับดอกบัวของเจ้าหลิงเออร์”

เจียหลิงรู้สึกตื่นตระหนกตกใจเมื่อเห็นท่อนเอ็นลำใหญ่จ่อที่กลางดอกบัวที่แดงระเรื่อด้วยปากของเขา หัวลำท่อนเอ็นขยับเข้าไปนิดหนึ่งนางก็สะดุ้งตัวลอย

“ไม่เอา” จิ้งจอกน้อยหวาดกลัวเสียแล้ว พยายามขยับตัวหนีแต่ตวนอ๋องก็ไม่ปล่อยให้จิ้งจอกน้อยขยับหนีดั่งใจ เขาโน้มจูบพร้อมกับขยับท่อนเอ็นทีละนิด

“คราแรกจะเจ็บมาก แต่เปิ่นหวางจะเบามือให้เจ้าเตรียมใจก่อน” เขารู้สึกคับแน่นไปหมด ท่อนเอ็นใหญ่กับกลีบดอกบัวที่ไม่เคยใช้งานมาก่อนดูจะไม่เข้ากันจริงๆ แต่กระนั้นจะให้เขาล้มเลิกกลางทางเห็นจะไม่ได้

ริมฝีปากหนาประกบจูบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อนางกำลังเคลิ้มอยู่กับรสจูบเขา ตวนอ๋องก็ขยับเอวแล้วกดเข้าอีก...

“กรี๊ดด” เจียหลิงสะดุ้งตัวลอย มือผลักอกเขาพยายามให้เขาออกจากตัว “เจ็บข้าเจ็บ” หากแต่เมื่อเข้ามาได้ครึ่งแล้วเขาก็ไม่รอช้ากลัวนางจะหวาดกลัวแล้วเลิกขึ้นทาง จึงจับขานางกดลงแนบเตียงมากกว่าเดิมจากนั้นก็ขยับเอวอีกครั้ง

“ท่าน!!” เจียหลิงถึงกับน้ำตานองเพราะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างแต่กระนั้นเขาก็ไม่รอให้นางผลักเขาออก เอวหนาเริ่มขยับตัวนางที่รู้สึกเจ็บปวดในคราแรกก็เหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน

เสียงเอวกระแทกประสานกับเสียงกระเส่าแข่งกับหิมะในฤดูเหมันต์ที่กำลังตกกระหน่ำลงมา ไม่ทำให้พวกเขาสะท้านแต่อย่างใด กลับมีเหงื่อผุดออกมาแทนความเย็น

ยามเอวโยกเร็วขึ้นนางก็ยิ่งกอดรัดเขาให้แน่นกว่าเดิม ความรู้สึกนี้ประหลาดนางไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่เคยรู้เลยว่าอาวุธที่ควรจะเป็นอาวุธทำลาย กับเป็นอาวุธที่มอบความสุขให้คนรับแทน

“ท่านอ๋อง ข้ารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่บนก้อนเมฆ”

คนฟังได้ยินก็ยิ่งพอใจ “เจ้าคิดว่าตัวเองอยู่บนก้อนเมฆ แต่สำหรับเปิ่นหวางเหมือนกำลังอยู่ในนรกมากกว่า”

นรกที่กำลังเผาไหม้ให้เขาไม่อาจขาดนางได้ “หลิงเออร์ เจ้าคือหวางเฟยของเปิ่นหวางแล้ว ต่อไปก็จะมิมีผู้ใดมาพรากพวกเราออกจากได้”

เขาพูดจบก็กระแทกเอวเร็วและแรงกว่าเดิม เจียหลิงตัวสั่นเทาเหมือนกำลังตกอยู่บนก้อนเมฆแล้วหล่นลงบนพื้นโลกมนุษย์ ตอนที่กำลังตกถึงพื้น จู่ๆ ก็มีความสุขรองรับแล้วส่งนางขึ้นไปใหม่

เสียงคำรามดังขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วนางก็ได้ยังได้ยินคำสุดท้าย

“อ๊ากก” เขาหยุดชะงักนิ่ง ตวนอ๋องก้มลงจูบนางปลอบประโลมเช็ดเหงื่อที่อยู่ท่วมใบหน้าของหญิงสาว

“หลิงเออร์เจ้าชอบไหม”

ถามนางแบบนี้หากนางบอกไม่ชอบก็ดูจะโกหกตัวเอง หากแต่บอกว่าชอบเขาจะรักนางทั้งคืนไหม...

“ว่าอย่างไรเปิ่นหวางถามเจ้าอยู่ ถ้าเจ้าไม่ชอบเปิ่นหวางจะสอนท่าใหม่ให้เจ้า”

เจียหลิงเขินหน้าแดงส่ายหน้า “ชอบแต่ข้ารู้สึกปวดไปทั่งร่าง”

“เป็นเรื่องปกติหนอจิ้งจอกน้อย” ทำไมนางถึงรู้สึกว่าท่อนเอ็นที่เริ่มอ่อนของเขากำลังแข็งขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งมองเห็นมุมปากตวนอ๋องยิ้มอย่างเลศนัยนางก็ยิ่งรีบเอ่ยปากห้ามแต่ก็ไม่ทันเมื่อเขาประกบปากจูบนาง

แล้วเริ่มสอนบทรักครั้งใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง จนถึงรุ่งเช้าของอีกวันตอนที่นางขยับลืมตาไม่ได้นั่นแหละ เขาถึงยอมปล่อยให้นางนอนสบาย แต่หลับไม่ทันไรก็ถึงเช้าอยู่ดี

ตาย..ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปนางได้ตายคาอกเขาแน่ อย่าหวังว่าจะได้กลับเผ่าอีกเลย ความคิดที่จะอยู่สักปีสองปีเริ่มคิดหนัก หรือจะหาทางหนีเร็วๆ นี้

แต่ถ้านางหนีนางก็จะไม่ได้ความสุขแบบนี้ ดวงตาจิ้งจอกลืมขึ้นมองคนหลับข้างตัวมองใบหน้าเขากำลังหลับอยู่ จึงยกมือขึ้นแตะที่แก้มอีกฝ่าย

มือหนาก็คว้ามือนางเอาไว้แล้วแนบที่หัวใจ “ได้ยินเสียงหัวใจเปิ่นหวางหรือไม่ มันบอกว่าขาดเจ้าไม่ได้เสียแล้ว”

เหตุใดหัวใจนางถึงสั่นไหวกับคำพูดเขา ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกตอนนี้เรียกว่าอะไร แต่นางก็เริ่มรู้สึกว่าอยู่ต่ออีกหน่อยก็คงไม่เป็นไร..

ใบหน้าคนหลับลืมตาขึ้นจากนั้นก็เอนหันมองหน้าจากนั้นเอ่ยต่อ

“เปิ่นหวางสาบานจะรักเพียงเจ้าเพียงคนเดียวมิมีผู้ใดอีก หากผิดคำสาบานเปิ่นหวางขอตายไม่มีที่ฝัง”

เจียหลิงจิ้งจอกน้อยใสซื่อมองคนตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงจังหรือเรื่องเล่น นางเพียงแค่รู้สึกว่าคนเราเพิ่งจะเจอกันจะมีความรักลึกซึ้งเพียงนั้นเชียวหรือ

ตวนอ๋องมองสายตานางที่ไร้ความเชื่อก็เพียงแค่ใส่ความตั้งใจไว้กับตัวเองก็พอ เขาจะทำให้นางเห็นว่าเขาไม่ใช่บุรุษรักใครง่ายดาย

เขาลุกขึ้นคิดหมายโน้มไปจูบนางอยากจะสร้างความมั่นใจให้จิ้งจอกน้อยอีกครั้ง แต่มือนางก็ปิดปากเขาไว้

“ข้าหิว”

คิ้วเขายกขึ้นเป็นคำถาม “ถ้าเช่นนั้นก็กินเปิ่นหวางเถิด เปิ่นหวางพร้อมให้เจ้ากินเสมอ”

นางหมายถึงอาหารไม่ใช่เขาเสียหน่อย... แม้จะต่อต้านเพียงใดแต่ร่างกายของนางก็ไม่อาจต้านได้สุดท้ายก็ได้ยินเสียงเตียงโยกเอนอีกครั้ง จนพ่อบ้านและนางกำนัลมองหน้ากันแล้วถอยออกห่างเพื่อให้พวกเขากินอาหารกันให้พอ..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel