บทที่ 7 พบห้องใต้ดิน
ปกติแล้วถ้านั่งรถม้าจะใช้เวลา 4 ชั่วโมงแต่เมื่อเรนิสบินมาด้วยความเร็วของรถยนต์ในโลกก่อนจึงถึงภายใน 1 ชั่วโมงได้ จริงสามารถเร็วกว่านี้ถ้าไม่ติดว่าต้องขนคนมา 4 คนน่ะนะและแน่นอนว่าเขาแอบแค้นเบริเวอร์ที่ทำให้ต้องตื่นเช้า
เรนิสมองรอบ ๆเมืองหนึ่งที่ดูซอมซ่อ ชาวบ้านใส่เสื้อผ้าเก่าๆ แล้วขมวดคิ้วเจ้าเมืองเมืองนี้จะไร้ความสามารถเกินไปแล้ว
คิวรันและเบริเวอร์นำเรนิสไปที่บ้านเจ้าเมือง ถ้าถามว่าทำไมไม่มีคนต้อนรับ คงมีเหตุผลเดียว เขามาก่อนเวลา!!
บ้านของเจ้าเมืองดูดีที่สุดในเมือง มันดูใหม่ไม่มีร่องรอยทรุดโทรมแถมยังใหญ่ที่สุดในตัวเมืองอีกด้วย คงโกงกินกันอิ่มเลยล่ะสิ
“ยินดีต้อนรับครับองค์ราชินี ขอโทษที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ ท่านมาที่นี่มีธุระอะไรเหรอครับ”นิค เจ้าเมืองร่างอ้วนเดินออกมาพร้อมยิ้มประจบประแจง
“ข้าจะมาดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้วก็ปรับระบบอะไรนิดหน่อย ชาวเมืองที่นี่ทำอาชีพอะไรเป็นหลักเหรอ”
เมื่อเรนิสถามเจ้าเมืองก็ทำหน้าเลิ่กลั่ก อย่าบอกนะว่าเขาไม่รู้?
“เออ น่าจะเป็นขายของ แล้วก็เออ..น่าจะแค่นั้นครับ”
เรนิสได้แต่กุมขมับ แล้วขายอะไรเล่า!! เมื่อไม่มีประโยชน์เรนิสจึงลุกออกจากโซฟาแล้วเตรียมจะเดินออก
“ข้ามาตรวจการทำงานของเจ้า ถ้ามันไม่ดีก็เตรียมออกเลยนะ นิค เชเกอร์”
“เออ แม้องราชินีอย่าพึ่งโกรธสิครับ ข้ามีชาดีๆจากอาณาจักรข้างเคียงมาให้ลองชิมด้วย”ว่าแล้วนิคก็ยกชาสีน้ำตาลอ่อนมายื่นให้เรนิส
“ไม่ล่ะขอบคุณ ข้ามีงานที่ต้องไปทำอีก”
“เออ อย่างน้อยก็หมดถ้วยนี้ก่อนเถอะครับองค์ราชินี อย่างน้อยข้าก็ชงมาแล้ว—”
“นิค เชเกอร์ เจ้าดูอยากให้ข้าดื่มชาถ้วยนี้จังเลยนะ” ก่อนที่นิคจะพูดจบเรนิสก็ชิงพูดตัดก่อน
“อะ เออ เพราะว่า..ข้าอยากให้ท่านได้สิ่งที่ดีที่สุด”
“งั้นเหรอ แล้วทำไมเจ้าไม่กินมันเองเล่า ลองดื่มให้ข้าดูหน่อยสิ”
เมื่อเจ้าเมืองได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงแปร๊ดด้วยความโกรธ เขาเขวี้ยงแก้วชาอย่างแรงก่อนจะบอกว่า “เออ ข้าก็หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน คิดว่าข้าอยากมาเอาใจโอเมก้าอย่างเจ้ารึไง พวกเจ้า!! จับตัวนังนี่กับผู้ติดตามมันซะ!!”
ว่าแล้วก็มีชายชุดดำกว่า 20 คนออกมาจากในครัว...เป็นการซ่อนที่สิ้นคิดมาก เรนิสยักไหล่ก่อนจะเรียกสายน้ำออกมาคลุมตัวพวกเขาไว้ แน่นอนว่ามนุษย์หายใจในน้ำไม่ได้ ชายชุดดำทั้ง 20 ดิ้นๆไปมาในน้ำเวทของเรนิส
เมื่อเรนิสเห็นว่าพวกเขาสลบไปหมดแล้วจึงปลดเวทน้ำ...ส่วนเจ้าเมืองโดนคิวรันกับเบริเวอร์ล็อคตัวไว้ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
“จะ เจ้า!! นังโอเมก้าร่าน!! เมื่อกี้เจ้าไม่ได้ทำเองใช่ไหม เจ้าคงล่อลวงสองคนนี้จนเขายอมปกป้องล่ะสิ!! เจ้าได้ตำแหน่งราชินีมาก็เพราะใช้ตัวเข้าแรก เจ้ามันหน้าด่าน!!”หลังจากฟังเจ้าเมืองพูดมานาน เรนิสก็ใช้เถาวัลย์อุดปากเขา
“ตามปกติการประทุษร้ายราชินีมีโทษประหาร แต่ข้าว่าจะเอาเจ้าขังคุกไว้ก่อนดีกว่า มีอีกหลายวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากเจ้า” แรงงานหรือไม่ก็ทำประโยชน์เพื่อสังคมก็น่าสนใจ
“เออ แล้วจะเอายังไงกับเขาตอนนี้ เราคงไม่กลับกันภายในวันสองวันนี้ใช่ไหม”เบริเวอร์ถามขึ้น เขาไม่กล้าโวยวายเหมือนทุกที ถึงจะพอรู้พลังของราชินีมาบ้างแต่ตอนที่ราชินีจัดการทหารพวกนั้นเขาอยู่ในหมอก แต่นี่!! เห็นจะๆ เขาสามารถฆ่าข้าได้เพียงพริบตาด้วยเวทแปลกประหลาดแบบที่ไม่เคยมีใครใช้มาก่อน
“ไปตากลมซัก5-6ชม.ก่อนค่อยว่ากันอีกที”ว่าจบเรนิสก็เอาเถาวัลย์ออกจากปากเจ้าเมืองบ้า ดูเขาสิแม้แต่ดยุกหรือที่ปรึกษายังไม่รู้จัก วันๆมัวแต่นอนกับกินรึไง?
เรนิสใช้เวทให้ร่างอ้วนของเจ้าเมืองบินไปรอบๆเมืองด้วยความเร็วสูงเป็นเวลา 6 ชม.เสียงร้องของเขาดังลั่นไปรอบเมือง จนชาวบ้านนึกว่ามีผีร้ายครอบงำเมือง
เรนิสเดินสำรวจเมืองๆไปรอบๆและวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ชาวบ้านพวกนี้มีขายของกินที่ทำเองบ้างประปรายแต่ก็น้อยมากอยู่ดี มีร้านแผงลอยแค่ 3 ที่จากทั้งเมืองส่วนร้านอาหารไม่มีซักร้าน เรนิสจึงตัดสินเดินไปถามเจ้าของแผงลอยคนหนึ่ง
“ข้าขอถามอะไรหน่อยสิ ท่านลุง”
“นี่เจ้า! เป็นโอเมก้าแล้วทำไมไม่เก็บตัวอยู่ในบ้าน อยากโดนท่านเจ้าเมืองจับไปเป็นภรรยารึไง ไปๆๆกลับบ้านไปซะ”
“เจ้าเมืองถูกราชินีไล่ออกไปแล้ว ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้าอยากรู้ว่าทำไมที่นี่ถึงมีอาหารแผงลอยน้อยจังเลย แถมไม่มีร้านอาหารซักร้าน”
“เจ้าเมืองถูกไล่ออก!!! เจ้าพูดจริงนะ ข้าจะได้เอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศ”
เรนิสพยักหน้าพลางยิ้มหวาน ก็ข้าเป็นคนไล่ไปเอง
“เรื่องที่เจ้าถามน่ะ คืออาหารเป็นของมีค่าสำหรับเมืองนี้น่ะ พวกเราไม่ค่อยมีกินกันหรอก ถ้ามีก็ถูกเจ้าเมืองแย่งไปหมด ข้าเป็นคนที่รวยที่สุดในเมืองนี้เพราะตระกูลมีอาชีพหลายอย่าง ข้าเลยอยากเอาอาหารมาแบ่งให้คนในเมืองบ้างโดยขายในราคาถูก อีก 2 ร้านที่เจ้าเห็นนั่นน้องชายข้าเอง”
เรนิสมองเสื้อที่ลุงเจ้าของแผงลอยใส่ ขนาดรวยที่สุดเสื้อยังขาดจนต้องปะเลย แถมผ้าก็บางมาก ๆด้วย คนพวกนี้ควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้จริง ๆนะ
“ท่านลุง แล้วอาชีพหลักของเมืองนี้ล่ะ”
“ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ พวกเราแทบจะไม่ใช่เงิน แต่ใช้ระบบแลกของกันมากกว่า ชาวบ้านที่นี่ส่วนมากขึ้นเขาไปเก็บของมากินมื้อต่อมื้อเพื่อให้อยู่ไปวันๆ เอาไปขายบ้างเพื่อให้พอสำหรับจ่ายให้ท่านเจ้าเมือง”
“นี่ต้องจ่ายให้ท่านเจ้าเมืองด้วยเหรอ”เรนิสถามอย่างสงสัย เจ้าเมืองทุกคนมีเงินเดือนนะ คนที่ชาวบ้านต้องจ่ายภาษีน่ะมีเพียงราชวังเท่านั้น ซึ่งเก็บเป็นรายปีโดยทุกปีจะมีคนมาเก็บตามบ้าน
“จ่ายสิ เจ้าเมืองบอกว่าเป็นค่าที่อยู่ในเมืองนี้ เพราะเมืองนี้เป็นของท่านเจ้าเมืองเรามาอยู่อาศัยต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน”
“ทุกเดือน!! แล้วเดือนละเท่าไหร่เหรอครับ”
“ก็ประมาณ 300 เหรียญ”
เรนิสกัดฟันกรอด 300 เหรียญสำหรับเขามันน้อยมาก ใช่สิถ้าเทียบกับเงินในคลังหลวง แล้วดูชาวบ้านพวกนี้สิ 300 เหรียญเป็นเงินจำนวนมากพอจะเลี้ยงครอบครัวหนึ่งไปทั้งเดือน จากที่ฟังมาพวกเขาแทบไม่ใช้เงิน แต่มีเงินเพื่อมาจ่ายเจ้าเมืองร่างอ้วนนั่น!
ชาวบ้านไม่มีความรู้ไม่ผิด ต้องโทษระบบการศึกษาประเทศนี้ที่ให้แค่ขุนนางกับอัลฟ่าเรียน แถมโอเมก้าในเมืองนี้ยังถูกจับไปเป็นภรรยาเจ้านั่น บัดสบ!!
“ท่านลุงข้าขอถามหน่อย ท่านอยู่เมืองนี้มาตั้งแต่เกิดใช่หรือไม่”
“ก็ใช่ ข้าอยู่มาตั้งแต่เกิด ว่าแต่เจ้าถามทำไม”
“เมืองนี้เป็นเมืองของชาวบ้านเมืองหนึ่งทุกคน เป็นมาตั้งแต่ชาวบ้านลืมตาเกิดขึ้นมาในเมืองนี้ ไม่ได้เป็นของคนนอก ท่านไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเช่าในเมืองที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ท่านไม่ได้เช่าที่ใครอยู่นะท่านลุง”
“ถึงเจ้าจะพูดแบบนั้นก็เถอะถ้าข้าไม่จ่ายมันก็ยกพวกมาทำร้ายข้าน่ะสิ”ลุงเจ้าของแผงลอยเมื่อได้ยินที่เด็กหนุ่มโอเมก้าพูด ตัวเองรู้สึกดีใจ เขาเคยมีความคิดเช่นนี้เมื่อตอนเด็ก แต่ถูกสั่งห้ามพูดหรือสงสัยในการกระทำของเจ้าเมืองถ้าอยากมีชีวิตรอด เมื่อเจอคนมีความคิดเหมือนกันก็รู้สึกตื้นตัน เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แต่...คิดแล้วไงล่ะ ยังไงก็ต้องจ่ายเหมือนเดินอยู่ดี ขุนนางมากี่คนก็เหมือนเดิม ชาวบ้านก็จนเหมือนเดิม
เรนิสชูตราราชวงศ์ขึ้นมาให้ท่านลุงดู ถึงจะไม่ได้มีความรู้มากนักแต่เขาก็รู้ว่านี่คือตราราชวงศ์แน่นอนเพราะมันคือตราที่ติดอยู่ตามที่ต่าง ๆในอาณาจักรนี้
“ข้าได้เป็นราชินีแล้ว ข้าจะไม่อยากให้สัญญาเพื่อให้ความหวังใคร แต่ข้าอยากเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ อยากให้ทุกคนมีกิน มีความรู้ มีสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตย”คำสุดท้ายเป็นคำที่เรนิสพูดเบาจนได้ยินแค่ตัวเอง ถ้าทุกอย่างไปได้สวย ข้าจะคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อทุกคนมีทุกอย่างเท่ากับขุนนาง พวกเขาก็สามารถปกครองประเทศนี้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่พระราชาที่เลือกมาโดยสายเลือดไม่ใช่ความสามารถ
“ข้าๆ...อะ องค์ราชืนี!!!”ลุงเจ้าของแผงลอยก้มหัวจนหน้าติดพื้น เรนิสแทบจะวิ่งไปห้ามไม่ทัน แนวคิดเรื่องที่ราชวงศ์เป็นสมมติเทพก็ต้องแก้ไขสินะ...
“ท่านลุงไม่ต้องกราบข้า ท่านตามข้ามาได้ไหม ข้ามีเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับเมืองนี้อีกมาก ข้าต้องการข้อมูลในการแก้ไข ว่าแต่ท่านชื่ออะไร ข้าจะได้เรียกถูก”
“ขะ ข้าชื่อมาร์คอต คูเปอร์ครับ”
คิวรันและเบริเวอร์มองราชินีด้วยสายตาฉงน คนๆนี้มีความคิดที่ประหลาด ตัวเองเป็นราชินีแต่ไม่ยอมให้คนก้มกราบ แถมบอกว่าอยากให้ทุกคนมีความรู้ นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อยากให้ทุกคนมีกิน นั่นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ คนๆนี้ฝันกลางวันอยู่แน่ ๆ
ถ้าเรนิสรู้ความคิดพวกเขาคงหัวเราะลั่น ในโลกเก่ามีหลายประเทศที่ทำได้แล้ว แต่เรนิสไม่โกรธ ไม่เคยมีใครมีความคิดนี้มาก่อนในประเทศนี้ เรื่องปกติที่คนจะสงสัยและเคลือบแคลงใจ การกระทำคือเครื่องพิสูจน์ พวกเขาถูกสอนด้วยระบบแนวคิดราชวงศ์-ขุนนางเป็นใหญ่ อัลฟ่าเป็นใหญ่ พวกเขาก็แค่เหยื่อจากระบบการสอนที่ผิดพลาดในสมัยโบราณ
“มาร์คอต พวกโอเมก้าที่ถูกจับอยู่ที่ไหนเหรอ”
“อยู่ที่บ้านท่านเจ้าเมืองครับ แต่ไม่รู้อยู่ส่วนไหน ถ้าถูกจับเข้าไปแล้วไม่มีใครได้ออกมาอีกเลย”
เรนิสตรงไปที่บ้านเจ้าเมืองทันที เขาเดินสำรวจทั่วบ้านกลับไม่พบแม้แต่เงาของโอเมก้าซักคน ถึงบ้านนี้จะใหญ่ที่สุดในเมืองแต่ก็ไม่ใหญ่ขนาดที่จะซ่อนโอเมก้าจำนวนมากโดยที่มองไม่เห็น...เดี๋ยวนะ มองไม่เห็นเหรอ ใช่ ถ้าจะซ่อนคนต้องซ่อนในที่ๆมองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียง
“ใต้ดิน!!! ทุกคนดูใต้พรม รอยตามพื้น เราต้องหาห้องใต้ดิน!!”
หลังจากหาอยู่ร่วมชั่วโมงจนเริ่มหมดแรง เบริเวอร์ก็เอาตัวพิงชั้นหนังสือพักเอาแรง แต่แทนที่มันจะอยู่นิ่งๆมันกลับเลื่อนออก เมื่อมองที่พื้นก็พบประตูลับเล็กๆซ่อนอยู่ใต้ชั้นหนังสือ เบริเวอร์เบิกตาโพรง
“เจอแล้ว!!!”
===============================
