บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 เดินทาง

หลังจากได้เป็นราชินี เรนิสก็รู้เลยว่าประเทศนี้มีอะไรที่ต้องพัฒนาอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะการศึกษา การกินอยู่ การเกษตร และอีกมากมายโดยเฉพาะความคิดผู้คน

เรนิสคิดว่าปากท้องตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญฤดูนี้เหมาะแก่การเพาะปลูกแต่ส่วนมาก ชาวบ้านมักปลูกอะไรไม่ขึ้นเพราะปลูกผักไม่ค่อยเป็น...ใช่ฟังไม่ผิด ชาวบ้านที่นี่ไม่ค่อยมีความรู้นัก เพราะคนที่ได้เรียนเป็นขุนนางกับอัลฟ่าเท่านั้น ประเทศจึงนำเข้าอาหารและพืชผักจากประเทศข้างเคียงในราคาถูก

คุณภาพสินค้าก็ตามราคา เน่าเสียแถมบางทียังช้ำ แต่ชาวบ้านที่มีเงินน้อยนิดก็จำเป็นต้องซื้อมากิน บางคนลองผิดลองถูกจนปลูกผักง่ายๆมาได้อย่างเช่นถั่วงอก แต่ก็ใช่ว่าจะขายดีเพราะไม่รู้วิธีปรุงให้อร่อย พวกเขาจึงคิดว่ามันเป็นผักที่ไม่อร่อยจึงไม่นิยมกินเองแต่ให้สัตว์กินมากกว่า

“เนเน่ วาวา ดูเหมือนเราต้องไปเยี่ยมพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านหน่อยแล้วล่ะ”

“ค่ะ/ครับ!”

พื้นที่เพาะปลูกมักปล่อยโล่งหรือใครมีเงินหน่อยก็ซื้อสัตว์มาเลี้ยงขายเนื้อ ผักที่ปลูกก็ไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์ พวกเขาจะได้รู้ซักทีว่าที่ดินพวกเขามีค่าแค่ไหน ถ้าไม่ซื้ออาหารจากประเทศอื่นก็จะทำให้ชาวบ้านมีเงินเก็บมากขึ้น

ถึงนี่จะเป็นประเทศเล็กๆแต่จะให้กระจายความรู้ให้ชาวบ้านทุกพื้นที่คงใช้เวลามากอยู่เหมือนกัน ยิ่งคนที่อ่านหนังสือออกมีแค่ขุนนางกับอัลฟ่าแล้วยิ่งยาก เรนิสต้องหาตัวแทนในนามราชินีไปกระจายความรู้

ประเทศโซฟิโอล่ามีทั้งหมด 12 เมือง หนึ่งในนั้นเป็นเมืองหลวงที่เรนิสอยู่ แต่ถึงเป็นเมืองหลวงมันก็ไม่ได้ดูเจริญมากที่เท่าไหร่ ต้องบอกว่าที่เจริญน่ะมีแค่สวนในบ้านขุนนางกับราชวังน่าจะถูกกว่า

เจ้าเมืองก็ถือเป็นขุนนางยศเล็กๆเหมือนกัน พวกเขาอ่านหนังสืออกและน่าจะสอนความรู้ให้แก่ชาวบ้านได้ แน่นอนว่าเรนิสจะมอบเงินทุนให้ในแต่ละหมู่บ้านเพื่อตั้งตัวหลังสงคราม

การกินงบประมาณจากตรงนี้เป็นสิ่งที่ขุนนางมักทำกัน เรนิสไม่ปล่อยไว้แน่นอน เขาจะหาคนตรวจบัญชีของเมืองและตรวจสอบความโปร่งใสรายเดือน โดยสอบถามจากชาวบ้าน จะดีจะเลวต้องถามผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่คนถือเงิน ถ้าไม่ดีก็เปลี่ยนคนใหม่ ถ้าทำได้ดีก็มีรางวัล โดยถ้าเมืองทั้ง 12 ใครดูแลได้ดีกว่ากันจะได้รางวัลเพื่อให้ตั้งใจทำงาน

หลังจากวางแผนเสร็จแล้วนอกจากจะลากสองแฝดไปแล้วเรนิสคงต้องลากที่ปรึกษากับดยุกไปด้วย นั่งอยู่บ้านใหญ่โตโอ่อ่าจะเข้าใจความเป็นอยู่ประชาชนได้ยังไง ต้องไปเห็นวิถีชีวิตพวกเขาซะบ้าง

“ว่าไงนะ ราชินีเรียกข้ากับที่ปรึกษาไปสำรวจความเป็นอยู่ชาวบ้าน!!”

“ครับ จดหมายลงชื่อประทับตราราชวงศ์ ดูเหมือนราชินีจะเอาจริง”พ่อบ้านตระกูลคอนตินกล่าว

“เหอะ เป็นแค่โอเมก้าจะทำอะไรได้ ไปก็แค่ไปดูเฉยๆจะทำให้พวกเขารวยขึ้นรึไง”

“ท่านควรไปเห็นการทำงานของเขาก่อนที่จะวิจารณ์นะครับท่านดยุก ข้ารู้ท่านยังเด็กแต่ตอนนี้ท่านเป็นดยุกแล้วสำรวมกริยา หากราชินีไม่ดีจริง ท่านจะได้พูดได้เต็มปาก”ถ้าเป็นพ่อบ้านตระกูลอื่นเขาคงถูกลงโทษแล้วที่บังอาจไปสอนดยุก แต่เพราะพ่อแม่ของท่านดยุกเสียไปตั้งแต่ยังเด็กทำให้เขาต้องรับตำแหน่งเร็วกว่าที่ควร คนที่เป็นดั่งพ่อคนที่สองจึงเป็นพ่อบ้านประจำตระกูล

“เหอะเข้าใจแล้วน่าอัลเบิร์ต ข้าก็แค่พูดไปอย่างงั้น ยังไงก็ต้องไปอยู่ดี”

“ดีใจที่คิดเช่นนั้นครับท่านดยุก”

ทางด้านคิวรันก็คิดเช่นเดียวกัน เขาอยากรู้ว่าราชินีจะทำงานยังไงที่ผ่านมาไม่มีขุนนางคนไหนทำให้ชาวบ้านมีการกินอยู่ที่ดีขึ้นได้ ราชินีคนนี้จะทำได้รึเปล่าคงต้องรอดูต่อไป

อีก 2 วันจะต้องออกเดินทางเรนิสจึงต้องการเคลียร์คนในปราสาทซักหน่อย เมดรับใช้ที่นี่เป็นเบต้าซะส่วนใหญ่ โอเมก้าแทบไม่มีส่วนอัลฟ่าก็เป็นพ่อบ้าน เรนิสเจอเขาตอนวันขึ้นเป็นราชินี แน่นอนว่าพ่อบ้านก็รู้ว่ามีเจ้าชายสองคนแต่ก็ยังปล่อยปละละเลยเรนิสคนเก่า แม้จะรู้ว่าแม่นมและสาวใช้หนีไปตอนช่วงสงครามก็ไม่จัดหาคนใหม่ให้ ไม่มีใครกลั่นแกล้งเจ้าของร่าง แต่เรียกได้ว่าทำเหมือนไม่มีตัวตนจะถูกกว่า

“รู้หรือไม่ว่าทำไมข้าเรียกพวกเจ้าทั้งหมดมา”เรนิสจะทำเป็นหลับตามองไม่เห็นการกระทำเมื่อก่อนก็ได้ แต่ตอนนี้แม้ว่าจะเป็นราชินีแล้วแต่อาหารก็ดีขึ้นแค่นิดเดียว แถมเป็นข้าวต้มวิญญาณผัก อ่อก่อนขึ้นเป็นราชินีข้าได้กินแค่ข้าวต้มน้ำเปล่ากับขนมปังแข็งๆน่ะ มันก็ไม่ค่อยต่างกันหรอก

“ข้าไม่ทราบค่ะ”เมดผมสั้นตอบ

“ใครเป็นคนดูแลอาหารของข้า”

เมื่อเรนิสถาม เมดทุกคนมองไปที่เมดคนหนึ่งที่ก้มหน้าตัวสั่นอยู่

“เจ้างั้นเหรอ งั้นบอกได้ไหมว่าทำไมอาหารของข้าจึงเป็นข้าวต้มวิญญาณผัก”

“ขะ ข้า...ไม่ใช่ความผิดของข้าซักหน่อย! ใครๆก็บอกว่าราชินีเป็นโอเมก้าอ่อนแอ กินน้อยๆก็ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาบอกให้ข้าทำ!”

“อะไรกัน เจ้าจะโทษพวกข้าไม่ได้นะ ข้าบอกให้ทำแต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องทำตามที่พวกข้าบอกนิ”

“สรุปว่าพวกเจ้าทุกคนมีส่วนรู้เห็นสินะ”เรนิสถามอย่างใจเย็น

“อึก!”

“แล้วพ่อบ้านล่ะ มีส่วนรู้เห็นรึเปล่า”เรนิสรู้อยู่แล้วว่าพ่อบ้านรู้เพียงแต่หลับตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็น

“ข้าไม่มีส่วนรู้เห็นครับ”พ่อบ้านตอบอย่างระวัง

“เจ้าเป็นพ่อบ้านแต่ไม่เห็นอาหารที่เมดทำให้ข้าเป็นเวลา 3 วันนี้เลยเหรอ”

“ข้าเพียงกำลังยุ่งอยู่กับส่วนอื่น”

“งั้นเจ้ายุ่งอยู่กับอะไรล่ะ..ไม่ใช่ว่าตอนนี้ข้าควรจะได้เมดประจำตัวแล้วเหรอ ทำไมห้องใหม่ของข้ายังไม่ทำความสะอาดอีกล่ะ พ่อบ้านข้ารู้ว่าเจ้าทำอะไรบ้าง เตรียมตัวเขียนจดหมายลาออกพร้อมเมดได้เลย”เรนิสใจไม่แข็งพอจะที่ไล่พวกเขาออกทำเพียงแค่ให้พวกเขาเขียนจดหมายลาออกเท่านั้น

พ่อบ้านกัดฟันกรอด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพียงแค่ก้มหัวแล้วออกจากห้องไปเท่านั้น ใคร ๆก็รู้ว่าราชินีเป็นคนล้มทหารทั้งกองทัพ คนที่ไม่รู้ก็มีแค่พวกเมดที่อยู่ก้นครัวเท่านั้นแหละที่ไม่เชื่อ แต่เมื่อพ่อบ้านมีท่าทียอมพวกเมดจึงไม่กล้าทำอะไร

“วาวา เจ้าไปติดประกาศหาเมดกับพ่อบ้านคนใหม่ด้วยนะอย่าลืมเขียนกำกับด้วยว่าไม่จำกัดเพศ เดี๋ยวคนที่เข้ามาข้าจะสัมภาษณ์เอง”

“ไม่ใจดีไปเหรอคะองค์ราชินี”เนเน่ถามอย่างไม่พอใจ การให้ราชินีกินอาหารแบบนั้นมันเป็นความผิดร้ายแรงมาก

“เอาเถอะ ที่คนคิดว่าโอเมก้าอ่อนแอและไร้ค่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการปลูกฝังนั่นแหละ ข้าไม่อยากตัดทางเลือกคนๆหนึ่งมากเกินไป แค่ให้เขียนจดหมายลาออกก็พอแล้วสำหรับช่วงหลังสงคราม”ช่วงหลังสงครามน่ะเศรษฐกิจไม่ดี งานหายากยิ่งกว่าอะไร

หลังจากติดประกาศไม่นานก็มีคนมาสมัครมากมายทั้งโอเมก้า เบต้า และอัลฟ่า เรนิสเลือกสัมภาษณ์และดูความสามารถหลายๆอย่างจนได้โอเมก้ามา 2 คนเบต้า 5 คนอัลฟ่าหนึ่งคน เรนิสไม่ได้แต่งตั้งใครเป็นพ่อบ้านตอนนี้เพราะต้องการดูศักยภาพก่อน เขาไม่อยากกำหนดตำแหน่งเพราะเรื่องเพศ อีกอย่างงานของพ่อบ้านคือการดูแลความเรียบร้อยในปราสาทรับคำสั่งจากราชินีมาสั่งพวกเมดอีกที กำหนดการว่าวันนี้เวลานี้ทำอะไรหรือคอยตอบจดหมายรับเรื่องจากภายนอกก็เป็นหน้าที่พ่อบ้าน แต่เรนิสมีเนเน่กับวาวาอยู่แล้ว

ถึงสองคนนี้จะทำได้หลายอย่าง แต่เรนิสต้องการให้สองแฝดเป็นมือขวาและซ้ายของตัวเองมากกว่า ตำแหน่งพ่อบ้านยังไงก็ต้องหา เพียงแต่ต้องรอสักพัก

ความจริงเรนิสสามารถบินได้...ฟังไม่ผิดเรนิสบินได้ เวทลมของเรนิสมีพลังพอจะพยุงตัวคนให้ลอยได้ตั้งแต่ (Lv.15) แล้วและเรนิสก็คงบินไปดูพื้นที่เพาะปลูกนั่นแหละ นั่งรถม้ามันเสียเวลา คนอื่นบินไม่ได้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เรนิสใช้เวทลมพยุงพวกเขาให้บินได้ ที่สำคัญพลังเวทเขาเหลือเฟือ

เลเวลเรนิสตอนนี้ขึ้นมาเป็น (Lv.19) แล้ว แน่นอว่าถึงมันจะน้อยกว่าพวกดยุกกับที่ปรึกษาแต่มันก็มีประสิทธิภาพมากกว่าพวกเขา ด้วยเพราะการฝึกที่ถูกต้องและพื้นฐานที่ดีกว่านั่นแหละ

สองวันต่อมา ดยุกเบริเวอร์และที่ปรึกษาคิวรันมาถึงปราสาทในเช้าตรู่ แน่นอนว่าเรนิสถูกปลุกด้วยเสียงโวยวายของดยุกเบริเวอร์

“ดีใจที่พวกเจ้าพร้อมกันขนาดนี้นะ แต่ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้”มาก่อนเวลานัดทั้ง 2 ชั่วโมง!

“หมู่บ้านที่จะไป ไกลขนาดนั้น เจ้าไปสายขนาดนั้นใครมันจะไปรอเจ้า ชาวบ้านไม่ว่างกันทั้งวันนะ”

“เราไปถึงทันเวลาแน่นอน ที่สำคัญเราไม่ได้ไปด้วยรถม้า”ลืมไปว่ายังไม่ได้บอกเรื่องวิธีเดินทางเลย..

“เราจะไปด้วยอะไรเหรอครับ”คิวรันถาม

“บินไปไง”

“…”

“…”

“ข้าไม่ได้ล้อเล่น เราจะบินไปกันจริง ๆ แต่เจ้าไม่ต้องบินเอง ข้าจะใช้เวทของข้าพาเจ้าไป”เรนิสไม่รอฟังพวกเขาบ่นอะไรอีก ไหน ๆก็ตื่นเช้าแล้ว ไปเลยก็ไม่เสียหาย

เมื่อเรนิสลอยตัวขึ้น เขาก็สะบัดมือให้เนเน่ วาวา คิวรันและเบริเวอร์ลอยขึ้นมาด้วย

“ข้าไม่เคยเห็นเวทบทนี้มาก่อน ที่สำคัญข้าไม่เห็นท่านร่ายเวท”ตอนนี้คิวรันเริ่มเชื่อแล้วราชินีคนนี้ทำได้มากกว่าที่คิด

“เดี๋ยวเจ้าก็ได้เห็นว่าข้าทำอะไรได้มากกว่านี้”เรนิสตอบ

ถ้าถามว่าทำไมเบริเวอร์เงียบๆ หมอนี่ช็อคสลบไปแล้ว...หรือเขาจะกลัวความสูงนะ

ในประเทศนี้มีเมืองอยู่ 12 เมือง ในเมืองก็มีหมู่บ้านย่อยๆอีก แน่นอนว่าพวกมันไม่มีชื่อ ชาวบ้านจะตั้งชื่อเองไม่ได้เพราะมันถูกเขียนในผังเมืองว่าเมืองหนึ่งสองสาม ใช่เมืองทั้ง 12 มีชื่อเป็นตัวเลข แม้แต่ชื่อดีๆยังไม่มีให้เลย ละเลยมั้ยล่ะ ประชาชนมีความสำคัญแค่คนจ่ายภาษีล่ะมั่ง

“ไปเมืองหนึ่งก่อนเลยล่ะกัน”

คิวรันส่งจดหมายให้เจ้าเมืองไปแล้วว่าราชินีจะมา แต่ได้ยินว่าเจ้าเมืองคนนี้เป็นคนบ้ากาม ไม่เอาการเอางาน และยังดูถูกโอเมก้าสุดๆ เขาหวังว่าเจ้าเมืองคงไม่ทำอะไรราชินีคนนี้หรอกนะ เพราะคนที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นเจ้าเมืองมากกว่า เขาไม่เคยเห็นราชินีเอาจริง แต่ถ้าสามารถจัดการทหารเป็นร้อยโดยไร้รอยขีดข่วนแล้วเวลาเอาจริงจะขนาดไหนล่ะ

ในขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความคิด ดยุกเบริเวอร์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา

“เย้ย ปล่อยข้านะ ข้ากลัวความสูง!!!”

“เบริเวอร์อย่าดิ้น ไม่งั้นเจ้าตกแน่!!”

“อึก!”

================================

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel