บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ถ้าเขาจะยึด ยืนเฉยๆเขาก็ยึด

องค์ราชาล็อคประตูขังตัวเองในห้องพร้อมลงเวทอย่างแน่นหนา ถึงแม้รู้ว่าจะต้องตายในเร็วๆนี้ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่านอนรอความตาย เขาควรทำอะไรซักอย่างเพื่อปกป้องตัวเองอย่างถึงที่สุด...อย่างเช่นล็อคประตู เขาทำได้แค่นี้แหละ

โครม!!!!

ประตูกระเด็นออกแทบจะทันทีที่ลงเวทเสร็จ

“แม้แต่เวทล็อคประตูพระองค์ยังทำได้อ่อนขนาดนี้ ดยุกอย่างข้าเห็นว่าพระองค์สมควรพักได้แล้ว”เบริเวอร์ว่าพลางยิ้มอย่างยียวน

“เจ้า!! พวกเจ้าๆทุกคนมันทรยศ ข้าแค่ไม่มีโอรสพวกเจ้าถึงกับทำแบบนี้เลยหรือ!!”องค์ราชาเอ่ยอย่างเดือดดาน

“อะๆ ท่านยังลืมอีกเรื่องนะ ท่านปกครองประเทศได้ย่ำแย่มาก การที่สงครามเกิดขึ้นก็เพราะท่านนะอย่าลืม หวังว่าพระองค์จะไม่ขัดขืน พวกเจ้า! เตรียมประหาร!”

“ครับ!!”เสียงทหารตอบกลับมาอย่างพร้อมเพียง นี่ไม่ใช่การบังคับให้ต้องทำแต่อย่างใด การที่ครอบครัวของพวกเขาต้องตายในสงครามก็เป็นเพราะราชาองค์นี้ ราชวงศ์สมควรเปลี่ยนแล้วจริง ๆ

ที่ปรึกษาคิวรันได้แต่ยืนมององค์ราชาถูกพาตัวไปกลางท้องพระโรงอย่างนิ่งๆ นี่เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว ข้าทรยศต่อพระราชาที่เป็นข้อห้ามร้ายแรงของตระกูลเฟรย์ แต่ข้าจะไม่ทรยศต่อประชาชน

เวลาเที่ยงคืนตรงเป็นเวลาประหาร การไม่ประหารกลางแจ้งแต่เลือกประหารในท้องพระโรงที่มีแต่คนในเป็นการให้เกรียรติที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว คิวรันเอาผ้าขาวมาปูเพื่อไม่ให้เลือดตกลงสู่พื้น

“ประหาร!!”

ฉับ!!!

หัวขององค์ราชาตกลงสู่พื้นในที่สุด “เฮ!!!” เสียงยินดีของทหารดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง

“ว่าแต่...ใครจะขึ้นเป็นราชาคนถัดไปล่ะ”เสียงของทหารในกลุ่มดังขึ้นไม่ดังไม่เบา แต่ก็ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบกันหมด

“เออใช่ จะเป็นที่ปรึกษาคิวรันหรือดยุกเบริเวอร์กันล่ะ”

“สองคนนี้ไปตกลงกันรึยัง”

“ท่านแม่ทัพก็มีอำนาจพอๆกับสองคนนี้นะ”

“เจ้าบ้า คนพิการแบบนั้นจะขึ้นเป็นกษัตริย์ได้ยังไง ที่สำคัญเขายังไม่ฟื้นด้วยซ้ำ”

“ข้ายังไงล่ะ!!”เรนิสที่รอดูสถานการณ์มานานกว่าจะถึงเวลาเปิดตัวเล่นเอาเมื่อยเลย

“เจ้าเป็นใคร!!”ดยุกเบริเวอร์ถามออกพร้อมมองสำรวจคนตรงหน้า ดูยังไงก็เป็นโอเมก้า แล้วโอเมก้ามาเดินอยู่ในวังได้ยังไงหรือจะเป็นสนมขององค์ราชา

“ข้าเป็นเจ้าชายอีกคนของเขา ถ้าเจ้าไม่ฆ่าข้าแล้วจะยึดอำนาจได้ยังไงหรืออยากตายภายใน 3 วัน”เรนิสกลั้นยิ้ม ตอนนี้เขามองเห็นสถานะของทุกคนที่นี่ นั่นหมายถึงเขาสามารถสู้ได้ ถึงไม่ไหวเรนิสก็ยังมีสองแฝดที่รอแสตนบายอยู่ข้างหลัง

ชื่อ : คิวรัน เฟรย์

สถานะ : ที่ปรึกษาส่วนพระองค์

พลังธาตุ : ลม (Lv.25)

เพศ : อัลฟ่า-ชาย

อายุ : 20

==================================

ชื่อ : เบริเวอร์ คอนติน

สถานะ : ดยุก

พลังธาตุ : มายา (Lv.24)

เพศ : อัลฟ่า-ชาย

อายุ : 15

“ข้าเคยได้ยินมาแว่วๆเหมือนกันว่าองค์ราชินีมีลูกชายคนหนึ่ง แต่พอคลอดออกมาก็ตาย แถมข่าวนี้ก็เงียบมาก เจ้าใช่ลูกชายของราชินีรึเปล่า”

“ใช่แล้วท่านบารอน ไม่คิดว่าท่านแม่จะประกาศออกไปว่าข้าตาย ข้าน้อยใจจริงๆนะ”ถึงจะบอกว่าน้อยใจแต่ใบหน้าของเรนิสก็มีรอยยิ้มเย้ยหยัน

“เออ แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ ท่านที่ปรึกษา ท่านดยุก”การฆ่าโอเมก้าตรงหน้านั้นง่ายมากสำหรับพวกเขา แต่จะให้ฆ่าคนบริสุทธิ์มันก็...เอาเป็นว่าให้ผู้มีอำนาจตัดสินล่ะกัน พวกเขาว่าดีข้าก็ว่าดี

ยังไม่ทันจะมีใครตอบเรนิสก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “ไม่ต้องคิดอะไรให้ยาก ถ้าพวกเจ้าอยากพลัดเปลี่ยนราชวงศ์ก็ฆ่าข้า แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะยืนเฉยๆให้ฆ่าหรอกนะ ถ้าเอาชนะข้าได้ก็เอาเลย”

“หึ อวดดี!”เบริเวอร์คิดโอเมก้าจะเอาชนะพวกเขาได้ยังไงไหนจะมีพวกกองทัพทหารอีก

เรนิสไม่ตอบอะไร เขาสร้างม่านหมอกมายาขึ้นมาในขณะที่พวกทหารกำลังเตรียมวาดวงเวท

“เฮ้ยๆๆ นี่มันอะไรเนี่ย ทำไมข้ามองไม่เห็นอะไรเลย”

“ช่วยด้วย ข้ายังวาดวงเวทไม่เสร็จเลย!!”

คิวรันมองไปรอบๆเห็นแต่หมอกสีม่วงลอยเต็มไปหมด โอเมก้าคนนั้นคงอยู่ในหมอกนี้แน่

ทางด้านเบริเวอร์ที่มีธาตุมายาก็จริง แต่ถ้าผู้ใช้มีแข็งแกร่งกว่าเขา เบริเวอร์ไม่ต่างจากคนปกติ โดยที่สถานการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เบริเวอร์ไม่เคยเจอคนที่แข็งแกร่งมากกว่าเขานอกจากพ่อที่ตายไปแล้ว นี่ทำให้เขาหงุดหงิดมาก เจ้านั่นแข็งแกร่งกว่าเขา!!

เรนิสไล่ซับคอทหารในหมอกจนสลบไปหมดแล้ว ความจริงก็มีบางคนสู้บ้าง แต่เขาก็สู้เรนิสที่ได้รับทักษะการต่อสู้มาจากพระเจ้าไม่ได้อยู่ดี

คิวรันมีธาตุลมแต่เมื่อเขาลองร่ายเวทลมพัดหมอกออกไปมันกลับไม่ขยับซัดนิด

เรนิสที่มองดูเหตุการณ์อยู่ได้แต่ส่ายหน้า นั่นไม่ใช่หมอก มันเป็นภาพลวงตาที่เป็นหมอกต่างหาก ก็นะเวทบทนี้ยังไม่มีใครเคยใช้นิ จะไม่รู้ก็ไม่แปลก

เรนิสไม่อยากทำให้หัวหน้าคณะกบฏสองคนหลับไปเหมือนพวกทหาร เพราะยังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ความจริงเรนิสไม่อยากให้เกิดการนองเลือดเท่าไหร่ การนองเลือดน่ะแค่ในสงครามก็พอแล้ว บัลลังก์เปื้อนเลือดนั่นไม่สมควรมาแย่งกันด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ใช่ภารกิจจากพระเจ้า เขาคงหนีไปเสวยสุขที่ไหนซักแห่งแล้วก็ได้

เรนิสใช้เถาวัลย์ไม้เลื่อยๆไปพันตัวพวกเขาแทนเชือก คิวรันดูตกใจส่วนเบริเวอร์ดูโกรธหน้าดำหน้าแดง

“นี่มันอะไรกัน เถาวัลย์? มันมาจากไหนน่ะ!!”เบริเวอร์ตะโกน

“นี่มันเถาวัลย์ที่เกิดจากเวท เวทลมของข้าตัดไม่ขาด เถาวัลย์เป็นพืชน่าจะมาจากธาตุไม้ ข้าไม่เคยเห็นคนธาตุไม้ใช้อะไรแบบนี้เลย”ไม่สิ..มีคนใช้เวทไม้อยู่แถวนี้ด้วยเหรอ แถมเวทลมระดับสูงอย่างเขายังตัดไม่ขาดและไม่มีรอยขีดข่วนแปลว่าพลังสูงกว่านั้นแบบห่างลอย คนๆนั้นเป็นใครกันแน่

“ก็เวทธาตุไม้ธรรมดานั่นแหละพวกเจ้าตกใจอะไรกันนักหนา”

เรนิสคลายเวทมายาออกจนทั้งสองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า ทหารเป็น 100 ที่ยัดเข้ามาในท้องพระโรงนอนกันเกลื่อนพื้น มองออกไปทางนอกหน้าต่างทหารที่รอแสตนบายอยู่ข้างนอกก็นอนกันเกลื่อนเช่นกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 1ชั่วโมงที่พวกเขาอยู่ในหมอก?

“เป็นฝีมือของเจ้า?”คิวรันถามขึ้น

“ใช่แล้ว ข้าก็ไม่ถนัดพูดอะไรยาวๆนะ ข้าแค่จะบอกว่า ‘ขอยึดอำนาจไปก่อนล่ะกัน’ ไว้พวกเจ้าเอาชนะข้าได้ค่อยเอาคืนไปล่ะกัน”เรนิสจะพัฒนาให้ที่นี่เจริญแล้วหลังจากนั้นก็แกล้งแพ้แล้วขึ้นสวรรค์ไปกับพระเจ้า

“ถึงเจ้าจะเอาชนะพวกข้าได้ แต่เจ้าก็เป็นโอเมก้า คิดว่าจะมีคนยอมรับรึไง”เบริเวอร์ถามขึ้น

“ไม่ยอมรับก็เรื่องของพวกเจ้า ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว ข้าบอกแล้วไง ถ้าเอาชนะข้าได้บัลลังก์นี้ก็เอาไปเลย”

หลังจากนั้นไม่นานทหารและขุนนางทุกคนก็ตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง พอรู้ตัวอีกทีก็มีการจัดพิธีคำนับฟ้าดินเตรียมเปลี่ยนพระราชาซะแล้ว แต่คนเข้าพิธีกลับไม่ใช่ที่ปรึกษาคิวรันหรือดยุกเบริเวอร์ แต่เป็นโอเมก้าคนหนึ่งน่ะสิ!!!

พิธีไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนัก ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีใครสนับสนุน ยกเว้นสองแฝดเนเน่กับวาวา และส่วนหนึ่งเรนิสก็คิดว่าสิ้นเปลืองภาษีประชาชนด้วย

ชุดพิธีการเป็นสีขาวยาวลากพื้น สองแฝดเดินตามถือชายผ้าข้างหลังเรนิสมาที่แท่นคำนับ ชุดสีขาวบริสุทธิ์บวกกับใบหน้าที่งดงามอ่อนโยนของเรนิสก็ทำให้ดูราวกับเทพธิดา

“คำนับฟ้าดิน!!”คิวรันเป็นคนประกาศ แน่นอนว่าถูกเรนิสบังคับแต่เขาก็ทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว ส่วนดยุกเบริเวอร์ เรนิสแค่ขอให้เขายืนเฉยๆเพราะกลัวจะมาป้วนมากกว่า ดูก็รู้ว่าตำแหน่งนี้เขาอยากได้มากแค่ไหน

เพราะแท่นคำนับอยู่ใจกลางเมืองประชาชนทุกคนจึงเห็นเรนิส พวกเขาพึ่งรู้เมื่อเช้าว่าคนเข้าพิธีเป็นเจ้าชายโอเมก้า บางคนไม่พอใจเพราะเชื่อว่าโอเมก้าจะบริหารประเทศดีได้ยังไง ไม่ใช่ว่าจะย่ำแย่กว่าคนก่อนหรอกหรือ แต่บางคนก็คิดว่าจะให้ใครขึ้นมาพวกเขาก็ยากจนเหมือนเดิม ใครเป็นก็ได้ทั้งนั้น

“ดูนั่น!! ท้องฟ้าสดใสมาก มีสายรุ้งด้วย”

“ทำไมข้าเห็นก้อนเมฆกำลังยิ้ม”

“ฟ้าดินกำลังเป็นใจ”

“หรือเขาจะนำความเปลี่ยนแปลงที่ดีมากัน”

“จะเป็นไปได้ยังไง เขาเป็นโอเมก้านะ”

แสงจากท้องฟ้าส่องมาที่เรนิสอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับราชาองค์ไหนมาก่อน บอกได้ว่าสวรรค์ยินดีมากแค่ไหน บาทหลวงที่ศรัทธาในพระเจ้ามากอยู่แล้ว จึงตะโกนในคนสรรเสริญทันที “ทุกคนสรรเสริญราชินี!!”

“พระราชินีจงเจริญ”

“พระราชินีจงเจริญ”

“พระราชินีจงเจริญ”

เรนิสได้แต่คิดในใจ พระเจ้าจะเล่นใหญ่ไปรึเปล่า แล้วแสงน่ะหยุดส่องได้แล้ว มันร้อนนะ

และแล้ววันนั้นก็เป็นครั้งแรกที่มีโอเมก้าขึ้นเป็นราชินี แน่นอนว่าข่าวภายนอกค่อนข้างเงียบเพราะนี่เป็นประเทศเล็กๆ ส่วนบางประเทศที่อยู่ใกล้เคียงได้แต่หัวเราะ ประเทศโซฟิโอล่าคงถึงคราวล่มจมแล้ว

=========================================

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel