บทที่ 4 สอนเวทมนตร์
เรนิสคิดว่าการสอนเวทมนตร์ให้สองแฝดในเขตปราสาทออกจะโจ้งแจ้งเกินไป ตอนแรกนึกว่าจะหาที่อื่นแล้ว แต่เขาพึ่งนึกได้ว่าตัวเองมีเวทมายา เวทมายาถือเป็นธาตุหายากและใช้ได้หลายแบบ ถึงคนในโลกนี้จะรู้วิธีใช้แค่ไม่กี่แบบก็เถอะ
แต่หนึ่งในวิธีที่คนในโลกนี้ไม่รู้คือมันสามารถเอามาพลางสายตาไม่ให้ใครเห็นเราได้ พูดง่ายๆก็คือเรนิสจะสอนสองแฝดในสวนของปราสาทนี่แหละเพราะมันกว้างดีแถมใช้เวทมายาพลางสายตาไว้ มองจากภายนอกจะไม่มีใครเห็นพวกเขาแน่นอน
“เนเน่ธาตุไม้ วาวาธาตุน้ำสินะ ถือว่าโชคดีมากเลย เพราะธาตุทั้งสองอย่างนี้เข้ากันได้ดี เวลาต่อสู้มันส่งเสริมกัน จนมีพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า”
“แต่ท่านพ่อบอกว่ามันเป็นธาตุไร้ประโยชน์”เนเน่ทำหน้าเศร้า
“แถมบอกว่าเป็นธาตุที่มีดาษดื่นไม่มีอะไรน่าสนใจด้วย ใครๆก็บอกว่าธาตุพวกนี้เอาไว้ปลูกต้นไม้”
“มันมีวิธีใช้ที่หลากหลายกว่านี้ต่างหาก แค่ไม่มีใครรู้”คนบนโลกนี้ยังไม่มีวิทยาการมากพอที่วิจัยเวทมนตร์อย่างถูกต้องจริง ๆจังๆ เวทที่ใช้ในปัจจุบันเป็นการคิดขึ้นมาเองการเลื่อนระดับพลังก็เช่นกัน จึงมีการเลื่อนระดับแบบผิดๆถึงได้เลื่อนระดับช้ากันแบบนี้ การเขียนวงเวทหรือตะโกนคาถาก่อนใช้เวทก็เป็นวิธีที่ทำได้แต่ก็ช้ามาก
การที่ใช้เวทแบบไม่ร่ายหรือเขียนวงเวทได้ต้องเข้าสูตรคำนวณของเวทมนตร์ซะก่อน ในประเทศใหญ่ๆมีกระทรวงวิจัยเวทมนตร์โดยเฉพาะเพื่อคิดคาถาเวทมตร์หรือสูตรเวทมนตร์ออกมาแต่ก็ใช้ว่าจะคิดกันได้ง่ายๆขนาดนั้น ยิ่งประเทศเล็ก ๆอย่างโซฟิโอล่าอย่าว่าแต่กระทรวงวิจัยเวทมนตร์เลย หนังสือก็ไม่มี ใคร ๆก็หวงความรู้ทั้งนั้น
เวทมนตร์จึงเป็นการสอนปากต่อปากเท่านั้น และส่วนมากจะถ่ายออกออกมาได้ครบบ้างไม่ครบบ้างแล้วแต่ผู้เรียน เพราะสูตรคำนวณเวทบางสูตรก็ยากที่จะเข้าใจ การสืบทอดจึงขาดๆเกินๆ ตกหล่นไปตามกาลเวลา ประเทศนี้ถึงจะมีเจ้าชายเรคที่มีพลังสูงแต่ก็ยังแพ้ยังไงล่ะ
คาถาเวทมนตร์แต่ละคาถามีสูตรคำนวณในตัว สูตรคำนวณนี้คล้ายๆคณิตศาตร์ในโลกก่อนของเรนิส เพียงแต่จะยากกว่านิดหน่อย ถ้าเป็นคณิตศาตร์คำนวณออกมาไม่ได้คำตอบก็คิดใหม่ แต่ถ้าใช้สูตรเวทมนตร์ที่ผิดเมื่อใช้อาจจะทำร้ายผู้ใช้ได้ ไม่ว่าจะระเบิดหรือเกิดปฏิกิริยาแปลกๆเช่นใช้แล้วมือหาย ตาย หรืออะไรก็ตามที่ไม่คาดคิด หรือใช้แล้วอาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลยก็ได้
เพราะฉะนั้นการจะคิดคาถาขึ้นมาใหม่จึงเป็นเรื่องยากเพราะใครๆก็รักชีวิต ถึงคิดออกมาได้แต่ใครจะกล้าลอง เรนิสโชคดีที่พระเจ้ามอบคาถาและสูตรเวทมนตร์อย่างถูกต้องมาให้ หน้าที่ของเขาจึงแค่ถ่ายทอดเท่านั้น
เรนิสไม่หวงความรู้ เพราะเขาไม่ได้คิดคาถาหรือสูตรเวทมนตร์เองด้วยซ้ำ เป็นพระเจ้ามอบให้มาทั้งนั้น และจุดประสงค์ของพระเจ้าก็คงอยากให้เขามาถ่ายทอดความรู้นั่นแหละ อนาคตเรนิสคงต้องตั้งสถานศึกษาขึ้นมาซะแล้ว
หลังจากที่เรนิสสอนทฤษฎีให้กับเนเน่และวาวาเสร็จก็ถึงการปฏิบัติ
“ข้าจะใช้เวทมนตร์โดยไม่ผ่านตัวกลางได้จริงๆเหรอคะ”เนเน่ถาม
“ความจริงแล้วเมื่อเรียนเวทมนตร์กับข้า อยากจะใช้ผ่านตัวกลางหรือไม่แล้วแต่ความชอบเลย บางคนใช้เวทมนตร์ผสมกับดาบก็ช่วยเพิ่มการโจมตรีได้ บางคนใช้กับไม้กายสิทธิ์ เจ้าคงไม่เคยเห็นคนที่ใช้เวทมนตร์โดยไม่ผ่านตัวกลางพวกนี้ใช่มั้ยล่ะ”
“ก็ใช่..”วาวาตอบ
“คาถาที่ปกติพวกเจ้าร่ายตอนใช้เวทมนตร์น่ะไม่ต้องร่ายมันอีกแล้ว ถ้าเข้าใจสูตรเวทมนตร์ของมันตามที่ข้าสอนไปเมื่อครู่ เมื่อนึกก็จะใช้ได้เลย”
เมื่อกี้เรนิสมอบกระดาษให้พวกเขาแผ่นหนึ่งเพื่อเขียนสูตรเวทมนตร์ให้ดู ตอนนี้แค่สูตรเดียวก่อนเมื่อเข้าใจแล้วก็ไม่จำเป็นต้องท่อง เมื่ออยากใช้มันจะออกมาเอง แถมไม่มีวันลืมด้วยเพราะมันจะติดตัวไปจนตาย คล้ายกับเวลาเราพูดภาษาแม่ของตัวเองนั่นแหละ ถึงคนความทรงจำเสื่อมแต่ก็ไม่ลืมภาษาที่ตัวเองใช้มาทั้งชีวิต นี่ก็อารมณ์เดียวกัน
เนเน่พยายามทำความเข้าใจกับสูตรเวทมนตร์ในมือ ภาษาแปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเรียงกันเต็มหน้ากระดาษ
วาวาและเนเน่ได้รับสูตรคำนวณเวทมนตร์คนละอย่างกันเพราะคนละธาตุ เรนิสก็บอกไม่ได้ว่าทำยังไงถึงจะเข้าใจ เพราะสูตรพวกนี้ก็อยู่ในหัวเขาตั้งแต่แรกแล้ว เรนิสจึงได้แต่บอกและให้สองแฝดทำความเข้าใจเอง
“เหมือนข้าจะเข้าใจแล้ว”วาวาพูดขึ้นหลังจากนั่งงมมาครึ่งชั่วโมง
“ข้าก็ด้วยๆ”ตอนแรกเนเน่ก็งงแต่เมื่อพยายามทำความเข้าใจดีๆมันก็ไม่ยากอย่างที่คิด
“ในเมื่อเข้าใจแล้วไหนลองใช้เวทให้ข้าดูหน่อยสิ”
เนเน่นึกถึงสูตรคำนวณที่ตัวเองพยายามทำความเข้าใจมานานนับครึ่งชั่วโมงเมื่อนึกถึงเนเน่ก็เพ่งไปที่พื้นจู่ๆก็มีต้นอ่อนของต้นไม้ขึ้นมาจากพื้นดิน แม้ว่ามันจะเป็นต้นอ่อนเล็กๆแต่เนเน่ก็ดีใจมากที่ความพยายามของนางไม่เสียเปล่า
ส่วนวาวาก็ปล่อยน้ำออกมาได้เขาจึงเอาไปรดน้ำต้นอ่อนของเนเน่จนมันโตขึ้นมานิดนึงเพราะเป็นน้ำที่เกิดเวทมนตร์
“ข้าเคยเห็นคนที่ใช้ธาตุน้ำมักจะควบคุมน้ำได้อย่างเดียว ไม่สามารถสร้างน้ำขึ้นมาจากที่ ๆไม่มีน้ำได้ แต่ทำไมข้าทำได้ล่ะ”วาวาถาม
“ใช่ๆ ข้าก็เคยเห็นคนใช้ธาตุไม้ทำให้ยอดต้นอ่อนงอกจากเมล็ด แต่ข้าไม่มีเมล็ดมันก็งอกออกมาได้”เนเน่รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำวิเศษมาก
“มันเป็นเวทมนตร์ใหม่ยังไม่มีใครคิดสูตรเวทมนตร์นี้ได้ เอาล่ะที่มันขึ้นมาแค่ต้นอ่อนกับน้ำปริมาณหนึ่งถ้วยเพราะพลังเวทพวกเจ้ายังน้อย เราต้องโคจรพลังเพื่อเพิ่มพลังกันก่อน”
“ข้าเคยได้ยินท่านพ่อให้พี่ใหญ่กินอาหารเพิ่มพลังแล้วก็หินดูดเวท เราจะโคจรอย่างเดียวเหรอคะ”
“ท่านเรนิสคงมีวิธีที่มันง่ายกว่าปกตินั่นแหละ”ตอนนี้เรนิสกลายเป็นสิ่งที่วาวาศรัทธาจนกู่ไม่กลับแล้ว
“ฮ่าๆใช่แล้ว การโคจรที่ใช้กันปกติมันผิดน่ะ เลยทำให้ช้า พวกอาหารเพิ่มพลังหรือหินดูดเวทเป็นแค่ตัวเร่งความเร็วเท่านั้น แต่ความจริงแล้วถ้าใช้วิธีที่ถูกต้องของพวกนั้นไม่จำเป็นเท่าไหร่”
เรนิสสอนการโคจรพลังให้เนเน่และวาวาแปปเดียวทั้งคู่ก็เข้าใจ เรนิสปล่อยให้สองแฝดโคจรพลังทั้งวันจนพลังขึ้นมาระดับหนึ่ง
ที่ต้องทำแบบนี้เพราะเวทมนตร์บทอื่นๆมันใช้พลังเวทเยอะอ่ะนะ
วันที่ 7 ก่อนการก่อกบฏ 7 ชม.
ราชาองค์ปัจจุบันที่เก็บตัวอยู่ในห้องตั้งแต่จบสงคราม หนวดรุงรังและใบหน้าเหี่ยวที่ดูโทรมและแก่เกินอายุไป 10 ปี เขารู้ว่าจะโดนก่อกบฏในคืนนี้
ถึงจะมีพลังมากและร่างกายก็ร่ายเวทไม่ไหวแล้ว เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องตายมันเป็นแบบนี้เองสินะ...
ทางด้านเรนิสหลังจากนึกได้ว่าตัวเองไปปล้นบ้านคนอื่นมาแล้วทายาทเจ้าของบ้านก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงหน้าตัวเองตาแป๋ว ดูเหมือนว่าต้องคืนสินะ
“ข้าเข้าไปปล้— แค่กๆ ข้าหมายถึงเดินไปเจอคลังสมบัติของบ้านเจ้ามา สมบัติพวกนั้นสมควรเป็นของพวกเจ้า ข้าจะคืนให้นะ”
เนเน่และวาวาหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มแล้วก็พูดว่า “ข้าไม่เอาหรอกค่ะ/ครับ”
“หือ...ทำไมล่ะ”
“พวกเรารู้ว่าท่านกำลังจะทำอะไร อนาคตต้องใช้เงินอีกมาก ท่านเอาไปเถอะ ข้าได้ท่านช่วยไว้ชีวิตนี้เป็นของท่านแล้ว”เนเน่รับการฝึกมาตลอด 7 วันจนตอนนี้เก่งกว่าทหารในกองทัพไม่รู้กี่เท่า
“แบบท่านต้องได้เป็นราชินีที่ดีแน่ๆ เงินของพวกเราท่านสามารถช่วยคนได้อีกมาก พวกเราไม่เสียดายหรอกครับ”
“เฮ้อ อย่าพูดว่าชีวิตนี้เป็นของคนอื่นอีกนะ ชีวิตของเจ้ามันเป็นของเจ้าไม่ใช่ของใคร แม้ข้าจะช่วยเจ้ามากแค่ไหนหรือแม้ข้าจะเป็นผู้ให้กำเนิดเจ้า เจ้าของชีวิตก็มีเพียงเจ้าเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วค่ะ”เนเน่พูดเสียงหงอย
“ส่วนวาวาถึงข้าจะเอาเงินไปช่วยคนอีกเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะยกให้ข้าทั้งหมดแบบนี้สิ ทำดีต้องไม่ให้ตัวเองลำบากนะ ไม่รู้ล่ะข้าจะคืนเงินพวกเจ้า”
“อย่างน้อยท่านก็เอาไปสักครึ่งหนึ่งเถอะครับ แบบนี้พวกเราก็ไม่ลำบากแล้ว ถึงพวกเราหมดตัวท่านก็ต้องเลี้ยงพวกเราด้วย”
“ฮ่าๆๆ เอาแบบนั้นก็ได้”
เรนิสดูหน้าต่างค่าสถานะของตัวเองและสองแฝดเพื่อเช็คความคืบหน้าเพราะตั้งแต่วันนั้นเรนิสก็ยังไม่ได้เช็คสถานะอีกเลย
ชื่อ : เรนิส เกรย์เวล
สถานะ : เจ้าชายถูกลืม – อาจารย์ที่น่านับถือ
พลังธาตุ : ดิน (Lv.17) น้ำ (Lv.17) ลม (Lv.17) ไฟ (Lv.17) น้ำแข็ง (Lv.17) แสง (Lv.17) ไม้ (Lv.17) มืด (Lv.17) มายา (Lv.17)
เสเน่ห์ : (Lv.15) [คุณสมบัติพิเศษ : อัตราการโดนปฏิเสธน้อยลง 15 % บรรยากาศรอบตัวน่าหลงใหล(Lv.15) กลิ่นอายทรงอำนาจ (Lv.15)]
เพศ : โอเมก้า - ชาย
อายุ : 18
เรนิสขมวดคิ้ว ดูเหมือนเขาจะติดนิสัยนี้เมื่อมองสเตตัสค่าเสน่ห์ของตัวเอง มีเอฟเฟกต์แปลกๆอะไรเพิ่มมาล่ะเนี่ย กลิ่นอายทรงอำนาจ? มองแล้วดูสูงส่งหรือยิ่งใหญ่งั้นเหรอ พระเจ้าว่างรึไงถึงได้ให้เอฟเฟกต์แปลกๆมาแบบนี้.
แต่เมื่อดูสเตตัสของเหล่าลูกศิษย์ เรนิสก็ต้องยิ้มอย่างภูมิใจ
ชื่อ : เนเน่ มอร์แฮม
สถานะ : นักเวทระดับสูง
เพศ : โอเมก้า-หญิง
อายุ : 17
พลังธาตุ : ไม้ (Lv.8)
===================================
ชื่อ : วาวา มอร์แฮม
สถานะ : นักเวทระดับสูง
เพศ : โอเมก้า-ชาย
อายุ : 17
พลังธาตุ : น้ำ (Lv.8)
ที่มันขึ้นนักเวทระดับสูงทั้งๆที่ (Lv.8) เพราะความสามารถ เวทมนตร์ จำนวนคาถา มากกว่าพวกเลเวลสูง พวกนั้นถึงพลังสูงกว่าแต่พื้นฐานก็ไม่แน่นเหมือนเด็กพวกนี้แน่
ทางด้านทหารที่เตรียมบุกปราสาทพระราชากำลังยืนรอสัญญาณอยู่หน้าประตูข้างหน้ามีที่ปรึกษาคิวรัน ดยุกเบริเวอร์ และขุนนางลูกกระจ็อก แค่กๆ ขุนนางระดับล่างๆ
“ได้เวลาแล้ว บุก!!”
“เฮ!!!!”
==========================
