จอมยุทธ์ : 3
01 : ออกเดินทาง
เขตแดนกลางเหอหนาน
ทั้งสี่ออกเดินทางจากป่าไผ่ มุ่งหน้าทางเหนือเพื่อไปยังเมืองเหอ ตลอดระยะทาง เหม่ยฉิงเอาแต่นึกสงสัยตัวหนังสือบนท้องฟ้าที่มีแต่นางเห็นผู้เดียว พลางนึกคาดเดาว่านี่จะใช่เธอตายแล้วหรือแค่ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณนี้กันแน่
"ถึงแล้วเจ้าค่ะ"
หมิงเอินเอินส่งเสียงบอกเล่า ทำให้สติของเหม่ยฉิงกลับคืนมา
ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มมองตามนิ้วน้อย ๆ ที่ชี้ไปด้านหน้า
ประตูเมืองสูงใหญ่แลดูแข็งแรงตั้งตระหง่านอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึงลี้ ทว่ามองแล้วกลับรู้สึกถึงกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนอึดอัด ขมุกขมัวราวกับว่าหากส่งดรุณีน้อยนี้ผ่านประตูเมืองเข้าไป อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย
"ลูกพี่ พวกเรากลับกันได้แล้วใช่หรือไม่"
ซ่างเป้าจอมตะกละรีบเดินมาดึงแขนเสื้อเหม่ยฉิงพร้อมกับมองหน้านางอย่างเป็นประกาย
"คือ..."
เหม่ยฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ
"น้องสาว พวกพี่สาวเดินทางมาไกลรู้สึกเหนื่อย จะรบกวนขอค้างคืนที่บ้านเจ้าสักคืนได้หรือไม่"
ไม่รู้ว่าลางสังหรณ์ที่อยู่ในหัวนางจะเป็นจริงไหม แต่เหม่ยฉิงก็ไม่อาจละทิ้งความเป็นผู้ผดุงคุณธรรมในใจได้
"ย่อมได้เจ้าค่ะ เช่นนั้น ข้าจะพาพวกพี่สาวเข้าไปชมเมืองเหอของข้า"
เหม่ยฉิงได้แต่ฉีกยิ้มรับน้ำใจ ก่อนจะหันมาสั่งซ่างเป้ากับหมออีเจี
"เหล่าอี ท่านพาซ่างเป้ากลับไปก่อนเถิด พรุ่งนี้ยามเฉินพวกท่านมารอข้าที่ป่าไผ่ที่เดิม หากเลยครึ่งชั่วยามไปแล้วไม่พบข้า ให้รีบออกจากป่าไผ่นั้นไปเสีย
ไม่รู้อะไรดลใจให้นางพูดเป็นลางร้ายเช่นนี้
"ลูกพี่พูดอะไร พวกข้าฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเลย"
ซ่างเป้าหน้าง้ำ แววตามีแต่ความระแวงท่วมท้น ไม่ต่างจากหมอพเนจรอีเจียง ที่รู้สึกว่าหากเหม่ยฉิงหันหลังให้พวกเขาในตอนนี้ อาจจะไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย
"เจ้าตัดสินใจแน่แล้ว"
อีเจียงเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเหม่ยฉิง พร้อมมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่ช่างแน่วแน่ไม่หวั่นไหวราวกับบิดาของนางทุกกระเบียดนิ้ว
"ข้าแค่จะไปส่งเสี่ยวเอิน พวกท่านเป็นอะไรกันไป"
แม้จะพูดหยอกเล่น แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับแกว่งเหมือนไม่มั่นใจในตนเอง
"ข้าพกมาเท่านี้ อย่างน้อยก็ช่วยให้เก็บชีวิตได้ครู่หนึ่ง"
อีเจียงยื่นห่อผ้าให้เหม่ยฉิง
"เหล่าอี ท่านคงไม่ได้กำลังแช่งข้าหรอกกระมัง"
พูดจิกกัดเล่น เอื้อมมือไปรับห่อผ้าที่มียากลั่นเองอยู่ในนั้นมาเก็บไว้
"ท่านอาวุโสทั้งสองมิต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลพี่สาวเป็นอย่างดี รับรองว่าไม่มีแม้แผลขีดข่วนเจ้าค่ะ"
หมิงเอินเอินช่างพูด นางเห็นสถานการณ์ค่อนข้างตรึงเครียดจึงรีบเอ่ยอะไรออกมาบ้าง
"เห็นหรือยัง สาวน้อยผู้นี้จะปกป้องข้าเอง ไป ๆ พวกท่านรีบกลับไปได้แล้ว ตะวันจะเลยหัวอยู่รอมร่อ ป่านนี้ป้าหนานทำกับข้าวเก้อแล้วกระมัง"
เหม่ยฉิงรีบดันแผ่นหลังซ่างเป้าให้หันกลับไปทางเดิมที่เพิ่งมา
"ขลุ่ยไม้นั่น..."
อีเจียงยังไม่วางใจว่าคนที่เขาเลี้ยงดูมาเกือบเจ็ดปีจะปลอดภัย จึงถามถึงสิ่งหนึ่งที่ให้นางพกติดตัวเอาไว้ใช้ยามคับขัน
"ข้าพกติดตัวไม่เคยห่าง"
เหม่ยฉิงเอื้อมมือไปจับเชือกหนังที่ห้อยเป็นสร้อยขึ้นมาสำทับคำพูด
"เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วย"
อีเจียงใช้คำว่าระวังตัวเพื่อบอกเป็นนัยให้หญิงสาวรู้ว่าพวกเขาสองคนคิดตรงกันว่าหลังประตูเมืองนั้นมีอันตรายรอพวกนางอยู่
"อืม"
ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีก เหม่ยฉิงจึงตอบรับความเป็นห่วงของอีเจียงด้วยการพยักหน้า แล้วเป็นฝ่ายหันหลัง เดินไปจับมือหมิงเอินเอิน มุ่งหน้าเข้าสู่เหอโจวทันที
"ว้าว สวยมาก"
ทันทีที่ผ่านประตูเมืองเข้ามา เหม่ยฉิงก็เห็นสภาพแวดล้อมของเมืองเหอที่ครึกครื้น เต็มไปด้วยสีสัน และคนเมืองที่แต่งตัวงดงามราวอยู่ในแดนเซียน
"พี่สาวไม่เคยมาเหอโจวสินะ"
หมิงเอินเอินแหงนหน้ามองพี่สาวผู้มีพระคุณที่กำลังตื่นตาตื่นใจไปกับสถานที่ที่ไม่เคยเหยียบย่าง
