
ข้าคือจอมยุทธ์หญิงที่ได้ครองใจท่านองครักษ์
บทย่อ
จากนักเขียนฝึกหัดกลายเป็นผู้ประสบภัย ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณ มีตัวตนใหม่เป็นจอมยุทธ์หญิงที่วรยุทธ์สูง ทว่าการมาเยือนโลกในนิยายกลับทำให้นางถูกหมายหัวจากคนชั่ว ต้องปกป้องดรุณีน้อยและปกป้องตัวเองให้มีชีวิตรอด โชคดีที่ข้างกายมีสหายรู้ใจและช่วยเหลือเคียงข้าง ผ่านความเป็นความตายจนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยน "แม่นางเหม่ย!" คล้อยหลังซ่างเป้าไม่เท่าใด เหม่ยฉิงก็กระอักเลือดสีม่วงคล้ำออกมา ทำเอาองครักษ์หนุ่มตกใจ รีบจับชีพจรนางดู "ท่านถูกพิษ" รีบสำรวจดูร่างกายภายนอกของเหม่ยฉิง จนเห็นเลือดที่ไหลอาบปีกไหล่ขวา มีบาดแผลจากอาวุธหัวแหลมชนิดหนึ่ง "ท่านรีบตามไปเถิด ข้าคงไม่รอดแล้ว" ไม่เคยรู้สึกกลัวความตายเยี่ยงตอนนี้เลยจริง ๆ "ท่านพูดอะไรไม่เป็นมงคล มีข้าอยู่ มัจจุราชตนใดก็เอาท่านไปไม่ได้!"
จอมยุทธ์ : 1
บทนำ : กำเนิดตัวละครใหม่
ณ ยุคปัจจุบัน
"เฮ้อ จบสักที"
เสียงถอนหายใจราวโล่งอกดังขึ้น มือเรียวยืดวางนาบลงบนโต๊ะ เอนหัววางลงบนแขนนุ่ม สายตาจดจ้องไปยังกรอบรูปที่วางอยู่ใกล้ ๆ
"อิงอิง นี่ก็สามเดือนแล้วนะ ฉันคิดถึงแกว่ะ"
เสียงนั้นสั่นเครือ ดวงตาคู่งามค่อย ๆ หม่นลงเมื่อมีน้ำใสคลอเต็มเบ้า
สามเดือนแล้วที่หมอพยายามยื้อชีวิตอิงอิงให้พ้นจากมัจจุราช ทว่าปาฏิหาริย์กลับไม่มีอยู่จริง เธอจากไปอย่างไม่หวนกลับ ทิ้งเพื่อนรักอย่างฉิงฉิงสานต่อนิยายที่เธอทิ้งไว้จนจบบริบูรณ์
"ถ้าวิญญาณแกรับรู้ คืนนี้มาเข้าฝันฉันหน่อยนะ"
น่าแปลกที่เพื่อนรักไม่เคยมาหาเธอเลย แม้ในฝันหรือความรู้สึกรอบตัวก็ไม่มีให้สัมผัสได้
บ่นพึมพำจบนัยน์ตาคู่สวยก็ค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ จากความเหนื่อยล้าที่สะสม
แกร๊ก!
ลูกบิดห้องถูกหมุน เงาหนึ่งยืนอยู่ใกล้กับฉิงฉิงที่หลับลึก ก่อนที่แป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊กเธอจะขยับทีละตัวอักษร ต่อเป็นคำว่า 'ภาคต่อ กำเนิดตัวละครใหม่'
"ทางนั้น! นางหนีไปทางนั้น!"
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังรบกวนการนอนของใครบางคน
"นางเด็กนี่ วิ่งไวชะมัด!"
เสียงสบถอย่างหงุดหงิดดังใกล้ ๆ
"ใครมาโวยวายแถวนี้ ห้องข้าง ๆ อีกแล้วเหรอ"
เสียงยานคางพึมพำอย่างรำคาญระคนหงุดหงิด คนจะนอนชอบมีมารมาผจญอยู่ร่ำไปจริง ๆ
หาว~
ในเมื่อนอนไม่สงบจึงลุกขึ้นเหยียดแขนไล่ความเหนื่อยล้าสักหน่อย ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดกลับเกิดขึ้น
"ว้าย!"
ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อจู่ ๆ ร่างนี้ก็หล่นลงตามแรงโน้มถ่วงจากต้นไม้สูง ในใจคิดแล้วว่าต้องตายแน่ ๆ ทว่า…
"เอ๋..?"
เท้าเรียวเขย่งแตะปลายพื้นดินได้อย่างไร้รอยขีดข่วน ดวงตาที่หลับปี๋ไร้สิ้นหวังเมื่อครู่ ลืมขึ้นช้า ๆ ก่อนจะปรากฎเป็นความประหลาดใจในแววตานั้น
"ฝันเหรอ?"
มองไปรอบตัวมีแต่ต้นไผ่ไหวลู่ลมรอบด้าน แถมบรรยากาศยังสดชื่นไร้ฝุ่นอันตรายต่อปอด อีกกระทั่งเมื่อครู่หากในความเป็นจริง เธอตกจากที่สูงขนาดนั้นต้องมีจุดจบเหมือนเพื่อนรักไปแล้ว
"ทางนั้น อยู่ทางนั้น"
ตุ้บ!
"โอ๊ย!"
ยืนดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ดี ๆ กลับมีอะไรไม่รู้มาชนเข้าให้อย่างแรง แต่น่าแปลกที่คนถูกชนไม่ล้มแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนผอมเพรียว แค่ลมแรง ๆ มาหอบหนึ่งก็เกือบลอยไปกับลมแล้ว
"หนูน้อย!"
เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กคนหนึ่งวิ่งมาชน แถมน่าจะไม่เกินเก้าขวบสิบขวบ จึงรีบก้มลงไปดึงเด็กน้อยขึ้นมา ปัด ๆ ใบไม้แห้งที่ติดเสื้อผ้าออกลวก ๆ ปากกำลังจะอ้าถามว่าเป็นอะไรไหม แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างดุกร้าว
"นั่น อยู่นั่นไง"
เอ๋...?
งงเป็นหนที่สองเมื่อเห็นชายฉกรรจ์แต่งชุดดำสนิทสามคน โพกผ้าปกปิดใบหน้า แถมยังถือดาบง้าวโค้ง ท่าทางน่ากลัวกำลังยืนมองมาทางนี้
"ท่านจอมยุทธ์หญิง ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ"
คนถูกดึงชายผ้ารีบหันมามองเสียงเล็กนั้น ก่อนจะยกนิ้วชี้เข้าที่ตนเองพร้อมถามอย่างงงงวย
"ให้พี่ช่วยเหรอ?"
ดรุณีน้อยวัยเก้าหนาวพยักหน้าพร้อมดวงตาที่ฉายความหวัง
"ถ้าไม่อยากตาย ถอยไป! อย่ายื่นมือมาสอด"
เสียงหนึ่งตะโกนราวให้โอกาสรอด
"ท่านจอมยุทธ์ บ้านข้ารวยมาก ถ้าท่านช่วยข้า ข้าจะให้ท่านพี่มอบรางวัลแก่ท่าน"
เดี๋ยวสิ ตอนนี้กำลังหลงประเด็นอะไรอยู่หรือเปล่า
รางวัลอะไรจะมาสำคัญเท่า เอาชีวิตรอดตอนนี้!
"ไม่หนี เช่นนั้นก็ฆ่าอย่าให้เหลือ"
เสียงหัวหน้าโจรดังขึ้น ลูกน้องสองคนก็กระโจนฟาดดาบง้าวลงใส่ดรุณีทั้งสองอย่างไร้ปรานี
วืด~
ทว่าผู้ถูกเรียกจอมยุทธ์หญิงกลับอุ้มเด็กน้อยเก้าหนาวหลบการโจมตีนั้นได้อย่างหวุดหวิด
"ทำได้ไงเนี่ย"
เสียงที่ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นและเพิ่งกระทำดังขึ้น ก่อนจะคิดได้ว่าตนเองคงเขียนนิยายกำลังภายในเยอะไปเลยฝันอยู่
ฉัวะ!
"เจ็บ!"
หากแต่มัวเหม่อลอยจนหลบคมดาบไม่ทัน ถูกฟันที่ต้นแขนจนเลือดไหลอาบอาภรณ์สีขาวย้อมเป็นสีชาด
"จอมยุทธ์หญิงระวัง!"
เสียงเล็กแหลมดึงให้นางได้สติอีกครั้ง ก่อนจะหลบดาบที่หมายเอาชีวิตได้ทันและสวนกลับด้วยฝ่ามือจนโจรผู้นั้นกระเด็นไปกระแทกลำต้นไผ่จนสลบไป
"ท่านจอมยุทธ์เก่งมาก เย่ ๆ "
เสียงเชียร์ของดรุณีน้อยราวปลุกความฮึกเฮิม แม้ตอนนี้จะสับสนว่าฝันอยู่หรือความจริง แต่จอมยุทธ์หญิงก็ไม่สนใจ รีบเข้าไปจัดการชายฉกรรจ์อีกสองคนจนหมอบราบคาบ
