บท
ตั้งค่า

3

หญิงสาวไม่รอช้า คีบเนื้อไก่ชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มทั้งสองข้างป่องนูนราวกับกระรอกตุนอาหาร

อืม ...อร่อยเหาะ แต่ว่านะ ในนิยายต้นฉบับ วันพรุ่งนี้เช้า ยัยชิวเหมยจะแอบตื่นแต่เช้าไปที่แปลงสมุนไพร เพื่อแอบใส่ปุ๋ยพิษลงใน ‘หญ้าเพลิงวิญญาณ’ ของศิษย์พี่สาม แล้วโยนความผิดว่าข้าเป็นคนทำ เพราะข้าแอบอิจฉาที่ศิษย์พี่สามเก่งกว่า เหอะ! พล็อตโง่ๆ แบบนี้ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว

เซี่ยจิ่นอันที่กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องชะงักฝีเท้าทันที

แปลงสมุนไพร หญ้าเพลิงวิญญาณของศิษย์น้องสามอย่างนั้นหรือ

หญ้าเพลิงวิญญาณคือสมุนไพรวิญญาณที่ศิษย์น้องสามเพาะเลี้ยงมานานกว่าห้าปี เพื่อใช้เป็นส่วนสำคัญในการทะลวงคอขวดเลื่อนระดับพลัง หากถูกทำลาย ความพยายามตลอดห้าปีย่อมสูญเปล่า และอาจกระทบต่อการเลื่อนระดับพลังของศิษย์น้องสามอย่างหนัก

เซี่ยจิ่นอันหันกลับมามองเสี่ยวหลิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาแทะน่องไก่อย่างมีความสุข ราวกับโลกนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าของกินตรงหน้า

ความรู้สึกประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของศิษย์พี่ใหญ่ผู้เคร่งขรึม

หญิงสาวตรงหน้านี้ไม่เพียงน่าขบขันและมีความคิดในหัวที่ชวนให้เขาทำตัวไม่ถูกเท่านั้น นางอาจเป็น ‘กุญแจสำคัญ’ ที่ช่วยให้พวกเขาล่วงรู้เหตุร้ายและปกป้องยอดเขาเมฆาเร้นจากเรื่องราวที่ยังมาไม่ถึงก็เป็นได้

“ศิษย์น้องเสี่ยวหลิง” เซี่ยจิ่นอันเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม

“ง้ำ มะ... มีอะไรหรือเจ้าคะ ศิษย์พี่ใหญ่” เสี่ยวหลิงเงยหน้าขึ้นทั้งที่ยังมีเนื้อไก่อยู่ในปาก

เซี่ยจิ่นอันมองสภาพนางแล้วชะงักเล็กน้อย ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดจากอกเสื้อ ยื่นให้นางเช็ดคราบน้ำมันตรงมุมปาก

“กินช้าๆ หน่อย ระวังจะติดคอ หากอาหารไม่พอ เจ้าบอกข้าได้ตลอดเวลา ข้าจะให้คนครัวนำมาเพิ่มให้”

พูดจบ เขาก็กระตุกยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยากยิ่งให้แก่นาง ก่อนหมุนตัวก้าวออกจากเรือนพักไป

เสี่ยวหลิงนั่งตาค้างอยู่กับที่ มือที่ถือตะเกียบหยุดนิ่งกลางอากาศ

กรี๊ด!!! ศิษย์พี่ใหญ่ยิ้มให้ฉัน รอยยิ้มนั่นมันอะไรกัน ดาเมจรุนแรงระดับล้างโลกมาก พ่อเทพบุตรซิกซ์แพ็กแน่นเอ๊ย! ชาตินี้เสี่ยวหลิงจะเกาะยอดเขานี้ไม่ไปไหนแล้ว

นอกเรือนพัก เซี่ยจิ่นอันที่ได้ยินเสียงกรีดร้องคลั่งไคล้ในใจของนางอย่างชัดเจน ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง พลางยกมือแตะอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าซึ่งเพิ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครา

ชายหนุ่มหลุบตามองพื้น ก่อนพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว

“สตรีผู้นี้ ช่างทำให้ข้าเสียอาการได้ง่ายเสียจริง”

สายหมอกยามเช้าตรู่บนยอดเขาเมฆาเร้นยังคงลอยอ้อยอิ่ง อากาศเย็นสบายเสียจนชวนให้ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนวมหนานุ่มต่ออีกสักหลายชั่วยาม

จ้าวเสี่ยวหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียขั้นสุด นางอ้าปากหาวหวอด พลางบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ที่นอนในเรือนไผ่เขียวแห่งนี้แม้จะไม่ใช่เตียงยางพาราราคาหกหลักจากยุคปัจจุบัน แต่ฟูกที่ยัดด้วยขนห่านป่าก็นุ่มนิ่มสบายหลัง จนนางแทบไม่อยากขยับตัวไปไหน

อืม... แปดโมงเช้าแล้วสิเนี่ย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงสั่งเดลิเวอรีโจ๊กหมูเด้งกับปาท่องโก๋มานอนกินบนเตียงไปแล้ว แต่มาอยู่ที่นี่คงต้องลุกไปหาอะไรยัดกระเพาะเองสินะ เฮ้อ... ลำบากสายปลาเค็มจริงๆ

เสี่ยวหลิงลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา สวมชุดกระโปรงผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่บิดามารดาสายเปย์จัดเตรียมมาให้อย่างประณีต นางไม่คิดจะเสียเวลาเกล้าผมเป็นทรงหรูหรา เพียงรวบผมครึ่งศีรษะแล้วปักปิ่นหยกขาวเรียบง่ายหนึ่งเล่ม จากนั้นก็เดินเตาะแตะออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังลานด้านหน้าด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้กลิ่นอาหารเช้าหอมๆ ลอยมาเตะจมูก

ทว่าบรรยากาศตรงลานกว้างหน้าเรือนหลักกลับไม่ได้เงียบสงบอย่างที่คิด

ผู้คนยืนรวมตัวกันอยู่กลุ่มใหญ่ นำโดย ‘อาจารย์อวิ๋นจื่อ’ ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้หวายด้วยท่าทางผ่อนคลาย ข้างกายมี ‘เซี่ยจิ่นอัน’ ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ยืนหลังตรงสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มยังคงดูเคร่งขรึมเช่นเคย

ทว่าเมื่อดวงตาคมคู่นั้นเหลือบมาเห็นร่างเล็กของเสี่ยวหลิง ประกายในแววตากลับไหววูบขึ้นเล็กน้อย ก่อนใบหูจะขึ้นสีระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้

นอกจากสองคนนั้นแล้ว ยังมี ‘มู่หรงชิง’ หรือ ‘ศิษย์พี่สาม’ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสไตล์บัณฑิตเจ้าสำอาง ผู้เป็นเจ้าของแปลงสมุนไพรวิญญาณ และ ‘หลิวซวงซวง’ หรือ ‘ศิษย์พี่หญิงรอง’ หญิงสาวใบหน้างดงามหมดจด ท่วงท่าสง่างามดุจนางพญา แววตาแฝงความดุดันเฉียบขาด

และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ‘ชิวเหมย’

สาวใช้ชุดขาวกำลังนั่งคุกเข่าก้มหน้าสะอื้นฮัก ๆ อยู่กลางลานหิน โดยมีกระถางต้นไม้ใบหักโค่นและขวดกระเบื้องใบเล็กตกอยู่ข้างกาย

เสี่ยวหลิงที่เดินถือลูกพลับแห้งเคี้ยวตุ้ยๆ ออกมาถึงกับชะงักฝีเท้า

อุ๊บ๊ะ ละครเวทีรอบเช้าเริ่มเร็วกว่าที่คิดแฮะ นี่มันฉาก ‘ใส่ร้ายคุณหนูผู้ชั่วร้าย’ ในตำนานนี่นา มาๆ ขอเกาะขอบเวทีดูหน่อยซิว่าจะเล่นใหญ่ขนาดไหน

ทันทีที่เสียงใสแจ๋วแฝงความประชดประชันดังก้องขึ้นในหัวของทุกคน อวิ๋นจื่อที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบถึงกับสำลักน้ำชาเบาๆ ส่วนเซี่ยจิ่นอันต้องแสร้งกระแอมเพื่อกลบเกลื่อนอาการ

มู่หรงชิงกับหลิวซวงซวงต่างหันขวับมาสบตากันด้วยความตื่นตะลึงปนไม่อยากเชื่อ

นี่น่ะหรือ เสียงในใจของศิษย์น้องเล็กที่ศิษย์พี่ใหญ่แอบมาเตือนพวกเขาเมื่อคืน

เมื่อเห็นว่าเสี่ยวหลิงเดินเข้ามาในระยะสายตา ชิวเหมยก็ไม่รอช้า นางรีบปล่อยโฮออกมาทันที น้ำตาไหลอาบสองแก้มราวกับได้รับความอยุติธรรมใหญ่หลวง

“ฮือ ๆ ท่านอาจารย์ ท่านศิษย์พี่ทุกท่าน ได้โปรดเมตตาคุณหนูของบ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูมิได้ตั้งใจจะทำลาย ‘หญ้าเพลิงวิญญาณ’ ของท่านศิษย์พี่สามหรอกนะเจ้าคะ นางเพียงแค่ เพียงแค่อิจฉาที่ท่านศิษย์พี่สามได้รับคำชมจากท่านอาจารย์ นางจึงพลั้งมือเทผงหนอนกระดูกกัดกร่อนรากลงไป บ่าวพยายามห้ามแล้วแต่คุณหนูก็ไม่ฟัง ซ้ำยังขู่จะตัดลิ้นบ่าวหากนำเรื่องนี้มาบอกผู้อื่น ฮือ ๆ บ่าวยอมรับโทษแทนคุณหนูทั้งหมดเองเจ้าค่ะ ได้โปรดอย่าขับไล่คุณหนูลงจากเขาเลยนะเจ้าคะ”

พูดจบชิวเหมยก็ก้มลงกราบแนบพื้นหิน ดูน่าสงสารเสียจนหากเป็นคนนอกที่ไม่รู้ความ คงคิดว่าเสี่ยวหลิงเป็นนางมารร้ายไร้หัวใจที่อิจฉาแม้กระทั่งศิษย์ร่วมสำนัก และมีสาวใช้ผู้แสนประเสริฐคอยรับเคราะห์แทน

ทว่าขณะที่ชิวเหมยกำลังร้องไห้คร่ำครวญอยู่นั้น เสียงในใจของเสี่ยวหลิงก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างออกรสออกชาติ

โอ้โห... อินเนอร์มาเต็มสิบไม่หักสักคะแนนเดียว ดูน้ำตาหยดแหมะ ๆ นั่นสิ แสดงเก่งขนาดนี้ ชาติก่อนเป็นดาวติ๊กต็อกสายดราม่าหรือไงจ๊ะแม่คุณ

เสี่ยวหลิงยืนกอดอก เคี้ยวลูกพลับแห้งอย่างเพลิดเพลิน สายตามองชิวเหมยด้วยความสมเพช

แต่งเรื่องเก่งจนอยากจะกราบ ข้าเพิ่งตื่นเมื่อสิบนาทีที่แล้วเองเหอะ จะเอาเวลาที่ไหนแอบย่องไปแปลงสมุนไพรตอนตีสี่มิทราบ อีกอย่างนะยัยดอกบัวขาว ผงหนอนกระดูกอะไรนั่นน่ะ เจ้าแอบไปขโมยมาจากห้องเก็บยาของโรงหมอตีนเขาตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว ตอนแอบเอาไปราดใส่ต้นไม้ เจ้าคงคิดว่าแปลงสมุนไพรนั้นคือหญ้าเพลิงวิญญาณของศิษย์พี่สามสินะ

นางหยิบลูกพลับแห้งอีกชิ้นใส่ปาก ก่อนเสียงหัวเราะจะดังลั่นอยู่ในใจ

ก๊าก... โง่บรมโง่เลยแม่คุณ ในนิยายบรรยายไว้ชัดเจนว่า แปลงสมุนไพรฝั่งซ้ายนั่นมัน ‘หญ้าตดหมาวิญญาณ’ ที่เขาปลูกไว้ทำยาแก้ท้องอืดต่างหากเล่า หญ้าเพลิงวิญญาณของจริงเขาปลูกไว้ในเรือนกระจกหลังเขาโน่น แหม... ทำลายหญ้าตดหมาไป แปลงสมุนไพรก็ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งขนาดนี้ ยังกล้ามาบีบน้ำตาใส่ร้ายคนอื่นอีก หน้าร้านขายอาหารยังไม่หนาเท่านางเลยมั้งเนี่ย

มู่หรงชิงถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนก้มลงมองกระถางต้นไม้ที่หักโค่นตรงหน้า

เขาขยับเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อยแล้วสูดกลิ่น ก่อนรีบเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel