บท
ตั้งค่า

2

เซี่ยจิ่นอันสะดุ้งสุดตัว เลือดลมในกายพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหูและลำคอของเขาแดงก่ำลามไปถึงใบหน้า ชายหนุ่มสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องยกมือปิดปากไอออกมาหลายครั้ง

“แค่ก แค่ก”

สตรีผู้นี้ช่างกล้าคิดนัก คิดเรื่องอะไรอยู่นี่

ชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบมาตลอดถึงกับทำตัวไม่ถูก สายตาที่เคยมองตรงเริ่มหลบเลี่ยง ไม่กล้าสบตาหญิงสาวตรงๆ

ฝ่ายอวิ๋นจื่อที่ได้ยินเสียงความคิดของเสี่ยวหลิงเช่นกัน มุมปากถึงกับกระตุก เขาพยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น มองศิษย์เอกที่ปกติเคร่งขรึมสุขุม บัดนี้กลับยืนหน้าแดงก่ำราวกับผลท้อสุกงอม

“ฮะแฮ่ม” อวิ๋นจื่อกระแอมเบาๆ ทำลายบรรยากาศประหลาด ก่อนก้าวเข้าไปหาคนทั้งสอง

ชิวเหมยที่ยังคงคุกเข่าอยู่ เมื่อเห็นเจ้าสำนักเดินเข้ามา นางก็รีบก้มหน้าลงต่ำ สะอื้นไห้ให้ดูน่าสงสารยิ่งกว่าเดิม หวังให้อาจารย์ตำหนิคุณหนูของตนต่อหน้าทุกคน

ทว่าอวิ๋นจื่อกลับไม่ได้มองชิวเหมยเลยแม้แต่น้อย

เขาก้าวผ่านสาวใช้ไป แล้วหยุดยืนตรงหน้าจ้าวเสี่ยวหลิง ชายตาลงมองหญิงสาวตัวเล็กที่กำลังยืนทำตาแป๋ว

อาจารย์คนนี้ก็หล่อแฮะ ถึงจะดูมีอายุหน่อยๆ แต่งานพรีเมียม สไตล์แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ คาริสม่ากระจายมาก ช่างเจริญหูเจริญตายิ่งนัก ยอดเขานี้มันศูนย์รวมคนหน้าตาดีชัดๆ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะนอนเป็นปลาเค็ม ดูผู้ชายหล่อๆ แทะขนมอยู่ที่นี่แหละ สบายใจเฉิบ

แด๊ดดี้ คาริสม่า ปลาเค็ม

อวิ๋นจื่อเลิกคิ้วอย่างนึกขัน นางเด็กคนนี้ช่างมีศัพท์แสงประหลาดนัก

จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไป ใช้นิ้วชี้ดีดลงบนหน้าผากมนของเสี่ยวหลิงเบาๆ

โป๊ก!

“โอ๊ย” เสี่ยวหลิงยกมือกุมหน้าผาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“เด็กน้อย ขึ้นเขามาเหนื่อยๆ อย่ามัวแต่คิดฟุ้งซ่านทะลึ่งตึงตัง” อวิ๋นจื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มลึกลับตรงมุมปาก

เสี่ยวหลิงสะดุ้งวาบ

เฮ้ย! ตาแก่นี่รู้ได้ไงว่าฉันคิดอะไรอยู่ ไม่มั้ง บังเอิญแหละ คงแค่ทักเปรียบเปรยตามประสาคนแก่ขี้บ่น

อวิ๋นจื่อหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ก่อนหันไปมองชิวเหมยที่ยังนั่งคุกเข่ารอความเห็นใจอยู่บนพื้นหิน

“เจ้า สาวใช้ผู้นั้นน่ะ”

“จะ... เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์” ชิวเหมยรีบเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉ่ำน้ำดูน่าสงสาร

“ลุกขึ้นเถอะ พื้นหินมันเย็น หากเจ้าเหนื่อยจนเข่าอ่อน ก็เอานี่ไปกินเสีย”

พูดจบ อวิ๋นจื่อสะบัดมือเบาๆ ส้มวิญญาณผลเล็กสีส้มหม่นลอยไปตกอยู่ในมือของชิวเหมยหนึ่งผล ทว่าอีกผลหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาก เปลือกสีทองอร่ามและแผ่ไอพลังวิญญาณบริสุทธิ์ออกมา เขากลับยื่นส่งให้เสี่ยวหลิงโดยตรง

“นี่ของเจ้า กินเสีย จะได้มีแรง หยุดเพ้อเจ้อ” น้ำเสียงช่วงท้ายเจือเสียงหัวเราะอย่างปิดไม่มิด

เสี่ยวหลิงรับผลส้มมาอย่างงงๆ แต่พอกลิ่นหอมหวานเตะจมูก ดวงตาของนางก็เปล่งประกายวาววับทันที

โอ้โห... ส้มวิญญาณระดับสูงของแท้ กลิ่นหอมทะลุปอดมาก หวานฉ่ำแน่ ๆ

อื้อหือ... ลาภปากปลาเค็มแล้วโว้ย! ยอดเขานี้บริการดีระดับห้าดาว มีของกินแจกฟรีตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง รักสำนักนี้จังเลย

ชิวเหมยก้มมองส้มผลเล็กในมือ สลับกับส้มสีทองในมือของเสี่ยวหลิง ก่อนลอบกัดฟันกรอดด้วยความริษยา

ทำไมกัน เหตุใดท่านเจ้าสำนักถึงไม่เห็นใจข้า แต่กลับมอบของดีให้ยัยคุณหนูนี่

“จิ่นอัน” อวิ๋นจื่อหันไปสั่งศิษย์เอก

“พาศิษย์น้องทั้งสองคนไปพักที่เรือนรับรอง จัดหาอาหารและขนมดีๆ ให้นางด้วยล่ะ ดูท่านางคงจะ ‘หิว’ มากทีเดียว”

“รับทราบขอรับ ท่านอาจารย์”

เซี่ยจิ่นอันค้อมกายรับคำ ก่อนเดินนำทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังเรือนพักศิษย์ด้านหลัง

ตลอดเส้นทางเดินเลียบไหล่เขาที่ปูด้วยแผ่นหิน ทัศนียภาพของยอดเขาเมฆาเร้นงดงามราวกับภาพวาด ทะเลหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เบื้องล่าง มีตำหนักไม้โบราณตั้งลดหลั่นตามแนวผา ดอกท้อสีชมพูผลิบานส่งกลิ่นหอมละมุน

แต่สิ่งที่สะกดสายตาของเสี่ยวหลิงเอาไว้กลับไม่ใช่ทิวทัศน์อันวิจิตรตระการตา

หากเป็นแผ่นหลังกว้างและรูปร่างสมส่วนของศิษย์พี่ใหญ่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าต่างหาก

แม่เจ้าโว้ย! คนอะไรเดินยังหล่อ ขนาดมองจากข้างหลังรูปร่างยังดีขนาดนี้ ขาสองข้างก้าวเดินมั่นคงเหมือนนายแบบบนรันเวย์เลย อยากจะวิ่งเข้าไปเกาะหลังแล้วให้เขาแบกไปส่งถึงเตียงนอนจริงๆ พับผ่าสิ ชาติก่อนทำบุญด้วยอะไรมานะ ถึงได้มาเจอของดีระดับพรีเมียมแบบนี้

กึก!

เซี่ยจิ่นอันที่เดินนำอยู่แทบสะดุดก้อนหินหน้าคว่ำ ใบหูแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมพลังปราณในร่างไม่ให้ปั่นป่วน

สตรีผู้นี้คิดจะเกาะหลังข้าจริงๆ หรือ

ชิวเหมยที่เดินตามหลังมาเห็นเซี่ยจิ่นอันมีท่าทีผิดปกติ จึงคิดว่านี่คือโอกาสทอง นางแสร้งทำเป็นข้อเท้าพลิกแล้วร้องเสียงหลง

“ว้าย! ช่วยด้วยเจ้าค่ะ”

ร่างบางของชิวเหมยเซถลาพุ่งเข้าหาแผ่นหลังของเซี่ยจิ่นอันทันที หวังจะล้มลงในอ้อมแขนของบุรุษหนุ่มรูปงามเพื่อสร้างความใกล้ชิด

ทว่า!

ระวังนะศิษย์พี่ใหญ่ มุกข้อเท้าพลิกพันปีของนางร้ายกำลังจะมา ยัยดอกบัวขาวจะแกล้งสะดุดเพื่อพุ่งชนอกท่าน แล้วหาเรื่องออดอ้อนให้ท่านอุ้มไปส่งที่เรือนพักแน่ ๆ หลบเร็วเข้าเซ่

ฟึ่บ!

ทันทีที่เสียงเตือนในใจของเสี่ยวหลิงจบลง เซี่ยจิ่นอันก็ขยับเท้าเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างด้วยวิชาตัวเบาอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที

“กรี๊ด”

โครม!

ชิวเหมยที่พุ่งเข้ามาเต็มแรง เมื่อคว้าได้เพียงอากาศ ร่างทั้งร่างจึงไถลครูดไปกับพื้นหิน หน้าคะมำลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ชายกระโปรงสีขาวเปรอะเปื้อนเศษดินและใบไม้แห้งจนดูไม่จืด

“อุ๊บ ฮ่า ๆ ๆ” เสี่ยวหลิงเผลอหลุดหัวเราะ ก่อนรีบยกมือขึ้นปิดปาก

สมน้ำหน้า พุ่งตัวเป็นจรวดมิไซล์ขนาดนั้น คิดว่าเล่นสไลเดอร์ในสวนน้ำหรือไงกัน สะใจปลาเค็มจริงๆ ศิษย์พี่ใหญ่นี่หลบได้คล่องแคล่วว่องไวระดับทีมชาติมาก ปรบมือรัว ๆ ให้เลยสิคะ

เซี่ยจิ่นอันที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ข้างทาง แอบเหลือบมองเสี่ยวหลิงซึ่งกำลังกลั้นขำจนตัวสั่น มุมปากที่มักเหยียดตรงพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาอย่างห้ามไม่อยู่

“แม่นางชิวเหมย” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความสงสาร

“ยอดเขานี้พื้นหินขรุขระ คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรเดินมองทางให้ดีกว่านี้”

“ขะ... ขอบคุณท่านศิษย์พี่ที่ตักเตือนเจ้าค่ะ ฮึก!” ชิวเหมยกัดฟันทั้งน้ำตา รีบพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี

เมื่อเดินมาถึง ‘เรือนไผ่เขียว’ ซึ่งเป็นเรือนพักรับรอง เซี่ยจิ่นอันก็ผายมือเชิญเสี่ยวหลิงเข้าไปด้านใน

บนโต๊ะไม้กลางห้องมีสำรับอาหารต้อนรับวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว ทั้งไก่ตุ๋นโสมวิญญาณ ผัดผักหยกมรกต ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว และขนมเปี๊ยะดอกกุ้ยฮวาที่ส่งไอร้อนกรุ่น

“ท่านอาจารย์สั่งให้ห้องครัวจัดเตรียมสำรับนี้ไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ เชิญศิษย์น้องรับประทานตามสบาย” เซี่ยจิ่นอันกล่าว

ดวงตาของเสี่ยวหลิงเบิกกว้างเป็นประกาย นางลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการปีนเขาไปจนหมดสิ้น รีบหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ทันที

โอ้โห! อาหารระดับภัตตาคารมิชลินสามดาวชัด ๆ ไก่ตุ๋นโสมตัวเบ้อเริ่ม ปลากะพงเนื้อขาวจั๊วะ ขนมเปี๊ยะหอมหวาน สวรรค์ของปลาเค็มแท้ๆ เลยโว้ย ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมลงจากเขานี้เด็ดขาด จะกินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กินอยู่ที่นี่แหละ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel