บทย่อ
ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูผู้แสนอาภัพทั้งที จ้าวเสี่ยวหลิงก็ไม่ได้คิดจะฝึกวิชาให้เก่งกาจหรือกอบกู้ยุทธภพอะไรทั้งนั้น นางมีเป้าหมายเดียวคือ กินให้อิ่ม นอนให้เต็มตื่น และใช้ชีวิตปลาเค็มให้สุขที่สุด ใครจะคิดว่าเสียงบ่น เสียงสปอยล์ และความคิดแทะโลมศิษย์พี่ใหญ่ในใจของนาง ดันดังไปเข้าหูอาจารย์กับเหล่าศิษย์พี่เสียหมด จากคุณหนูตัวประกอบที่ควรตายอนาถ จึงกลายเป็นดาวนำโชคประจำยอดเขา คอยแฉแผนนางร้าย ช่วยทุกคนรอดพ้นเคราะห์กรรม และสร้างเรื่องวุ่นวายให้ทั้งสำนักหัวเราะไม่เว้นวัน ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์พี่ใหญ่ผู้หล่อเหลา สุภาพ ขยัน และหุ่นดีเกินต้าน ยังดูเหมือนจะได้ยินความคิดลับๆ ของนางชัดเจนกว่าผู้ใด โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “ซิกซ์แพ็กแน่นขนาดนี้ ถ้าไม่ได้มาเป็นสามี ข้าไม่ยอมหรอกนะ” เมื่อปลาเค็มสายกินต้องมาเจอกับศิษย์พี่ใหญ่สายคลั่งรัก ชะตานางร้ายจึงพังยับ ส่วนหัวใจของคนทั้งคู่กลับยิ่งพันกันแน่นขึ้นทุกวัน
1
สายลมเย็นยะเยือกบนยอดเขาสูงพัดผ่าน จนชายกระโปรงผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม
จ้าวเสี่ยวหลิงยืนหอบจนตัวโยนอยู่กลางลานหินกว้างหน้าซุ้มประตูใหญ่ของ ‘สำนักกระบี่เมฆาคราม’ แข้งขาสั่นพั่บ ๆ ราวกับลูกนกตกน้ำ ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบๆ มองป้ายหินโบราณที่สลักชื่อสำนักด้วยลายมือหวัดอย่างงุนงง
เมื่อสิบห้านาทีก่อน นางยังนอนเคี้ยวป๊อปคอร์นรสเนยคาราเมล เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำสิบแปดองศา ดูซีรีส์ย้อนยุคอยู่ในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองอยู่เลย
ในโลกปัจจุบัน เสี่ยวหลิงคือหญิงสาวผู้โชคดีระดับถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่หนึ่งติดต่อกันสิบงวด บิดามารดาทิ้งพอร์ตหุ้นมูลค่ามหาศาลและกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไว้ให้ก่อนเสียชีวิต นางจึงใช้ชีวิตเป็น ‘ปลาเค็ม’ ผู้แสนสุข ไม่ต้องตื่นเช้าไปเบียดเสียดบนรถไฟฟ้า ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีในออฟฟิศ เพียงนอนรอรับเงินปันผล กินของอร่อย ชอปปิง นอนกลางวัน และอ่านนิยายไปวันๆ เท่านั้น
แต่ไหงพริบตาเดียว พอลืมตาขึ้นมาอีกที นางกลับพบว่าตัวเองมาอยู่ในร่างของ ‘จ้าวเสี่ยวหลิง’ คุณหนูใหญ่แห่งสำนักคุ้มภัยตระกูลจ้าว ตัวประกอบหญิงผู้แสนอาภัพในนิยายกำลังภายในที่นางเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืน
ในนิยายเรื่องนี้ คุณหนูจ้าวเป็นคนหัวอ่อน ไร้เดียงสา อ่อนแอปวกเปียก ถูกบิดามารดาส่งตัวขึ้นมาฝึกวิชาที่ยอดเขาเมฆาเร้น เพื่อเสริมสร้างร่างกายและขัดเกลาพลังปราณ โดยมี ‘ชิวเหมย’ สาวใช้คนสนิทติดตามมารับใช้ และจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็คือชิวเหมยคนนี้
นางจะแสร้งทำตัวน่าสงสาร แย่งชิงความเห็นใจจากทุกคน วางแผนใส่ร้ายป้ายสีคุณหนูจ้าวจนกลายเป็นนางร้ายในสายตาอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่ สุดท้ายคุณหนูจ้าวก็ถูกหลอกล่อให้ตกลงไปในหุบเหวมรณะจนตายอนาถ เพื่อเปิดทางให้ชิวเหมยสวมรอยเป็นบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลจ้าว และฮุบสมบัติทั้งหมดของตระกูลไปเสวยสุข
โอ้โห นี่ข้าทะลุมิติมาเป็นยัยคุณหนูโง่งมที่เตรียมตัวตายเนี่ยนะ
เสี่ยวหลิงแอบกรีดร้องโวยวายอยู่ในหัว
บันไดหินเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้น ขาแทบหลุดเป็นชิ้นๆ แล้วเนี่ย พอร์ตหุ้นปันผลพันล้านกับเตียงยางพาราหนานุ่มของฉันหายไปไหนหมด ทำไมฉันต้องมาปีนเขาเหนื่อยหอบเป็นหมาข้างถนนแบบนี้ด้วย
ฮือ… อยากนอน อยากกินชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์
ขณะที่เสี่ยวหลิงกำลังก่นด่าชะตากรรมอยู่ในใจ เสียงสะอื้นหวานหยดปานจะขาดใจก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“ฮึก! คุณหนูเจ้าคะ บ่าวขออภัยด้วยนะเจ้าคะที่ไร้ประโยชน์” หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา ผิวพรรณซีดเซียว รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม ทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นหินอย่างน่าสงสาร นางคือ ‘ชิวเหมย’ ดอกบัวขาวตัวแม่ประจำเรื่องนั่นเอง
ชิวเหมยยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาที่หางตาเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เพราะบ่าวร่างกายอ่อนแอ เป็นภาระให้คุณหนูต้องคอยรอด้านหลัง ทำให้เราสองคนขึ้นเขามาช้า หากท่านอาจารย์และท่านศิษย์พี่จะตำหนิ ได้โปรดลงโทษบ่าวเถิดนะเจ้าคะ อย่าได้โกรธเคืองคุณหนูเลย บ่าวยินดีรับโทษคุกเข่าสามวันสามคืนแทนคุณหนูทุกอย่างเจ้าค่ะ”
คำพูดฟังดูราวกับเป็นบ่าวผู้จงรักภักดี ยอมเสียสละตนเองเพื่อปกป้องเจ้านาย ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตากลับแอบเหลือบมองไปข้างหน้า แฝงประกายเจ้าเล่ห์อย่างแนบเนียน
จุดประสงค์ก็เพื่อให้อาจารย์และศิษย์พี่ที่ยืนอยู่ตรงประตูสำนักเข้าใจว่า เสี่ยวหลิงเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เอาแต่ใจ บีบคั้นทารุณสาวใช้จนอีกฝ่ายต้องยอมรับโทษแทน
ตรงหน้าซุ้มประตูสำนักมีบุรุษสองคนยืนอยู่
คนแรกคือ ‘อวิ๋นจื่อ’ เจ้าสำนักกระบี่เมฆาครามและเจ้าหุบเขาแห่งยอดเขาเมฆาเร้น บุรุษวัยกลางคนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดูอ่อนกว่าวัยจริงหลายสิบปี สวมชุดคลุมสีครามพลิ้วไหว ดวงตาเปล่งประกายลึกล้ำดุจห้วงสมุทร
ส่วนอีกคนคือ ‘เซี่ยจิ่นอัน’ ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเมฆาเร้น ชายหนุ่มร่างสูงสง่า ไหล่กว้าง เอวสอบ ผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดี ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับรูปสลัก ดวงตาเคร่งขรึมสุขุม ทำให้ผู้พบเห็นไม่กล้าเข้าใกล้โดยง่าย
ในนิยายเดิม เมื่อสองคนนี้เห็นชิวเหมยคุกเข่าร้องไห้ ก็จะมองเสี่ยวหลิงด้วยความรังเกียจ คิดว่านางเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เย่อหยิ่งและใจร้ายตั้งแต่แรกพบ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง
ตอแหลระดับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจริงๆ แม่คุณ
เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความประชดประชันพลันดังก้องขึ้นในโสตประสาทของอวิ๋นจื่อและเซี่ยจิ่นอันอย่างชัดเจน ทั้งสองชะงักพร้อมกัน
เซี่ยจิ่นอันขมวดคิ้ว มือที่จับด้ามกระบี่ข้างเอวกระชับขึ้นทันที เขากวาดสายตามองรอบทิศทางด้วยสัญชาตญาณ
ไม่มีใครส่งเสียงผ่านปราณจิต แล้วเสียงของสตรีผู้นี้มาจากที่ใด
ดูทำหน้าทำตาเข้าสิ บีบน้ำตาสั่งได้เหมือนเปิดก๊อกน้ำ ตอนเดินขึ้นเขามา ข้าสิที่เป็นคนแบกห่อสัมภาระให้นางตั้งครึ่งทาง
เสียงนั้นยังคงบ่นพึมพำอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ริมฝีปากของจ้าวเสี่ยวหลิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย นางเพียงยืนเท้าสะเอว กะพริบตาปริบๆ มองสาวใช้ด้วยสีหน้าขยะแขยง
แสร้งทำเป็นร่างกายนุ่มนิ่มบอบบาง ลมพัดก็แทบจะปลิว แต่เมื่อวานตอนแวะพักที่โรงเตี๊ยมตีนเขา แม่คุณฟาดขาหมูพะโล้ไปคนเดียวสองขาใหญ่ ข้าวสวยสี่ถ้วยโต แถมยังแอบยัดเป็ดย่างน้ำผึ้งใส่ห่อผ้ามากินระหว่างทางอีกต่างหาก แรงเยอะขนาดแบกเป็ดทั้งตัววิ่งปร๋อขึ้นเขาได้ แต่พอมาถึงหน้าประตูสำนักกลับทรุดลงไปเข่าอ่อนเฉยเลย ช่างเล่นละครเก่งเสียจริง แม่ดอกบัวขาวพันปี
เป็ดย่างน้ำผึ้ง…
อวิ๋นจื่อเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนหันไปสบตากับเซี่ยจิ่นอันผู้เป็นศิษย์เอก ทั้งคู่ต่างเห็นประกายตกตะลึงและความไม่อยากเชื่ออยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย
นี่พวกเรา กำลังได้ยินเสียงในใจของแม่นางจ้าวผู้นี้อย่างนั้นหรือ
เหอะ! ถ้าตามพล็อตนิยาย อีกเดี๋ยวอีตาศิษย์พี่ใหญ่หน้าหล่อแต่สมองกลวง กับตาอาจารย์ขี้เก๊ก ก็จะรีบเข้ามาพยุงนางขึ้น แล้วหันมาทำตาขวางด่าข้าว่า ‘เจ้าช่างเป็นสตรีใจร้ายใจดำ รังแกได้แม้กระทั่งสาวใช้ผู้น่าสงสาร’ สินะ บทน้ำเน่าแบบนี้ ฉันดูในซีรีส์มาเป็นร้อยเรื่องแล้วจ้ะ
เซี่ยจิ่นอันที่กำลังจะก้าวออกไปสอบถามเรื่องราว ถึงกับชะงักเท้าค้าง ใบหน้าหล่อเหลากระตุกวูบ
ใครสมองกลวงกัน
ศิษย์พี่ใหญ่อย่างเขาได้รับการยกย่องทั่วยุทธภพว่าเป็นอัจฉริยะแห่งกระบี่ มีสติปัญญาและไหวพริบเป็นเลิศ เหตุใดจึงถูกแม่นางตัวน้อยที่เพิ่งพบหน้าตราหน้าว่าสมองกลวงไปได้
แต่ก็นะ จะว่าไป ศิษย์พี่ใหญ่นี่หล่อเป็นบ้าเลยแฮะ
จู่ ๆ น้ำเสียงในใจของเสี่ยวหลิงก็เปลี่ยนไป จากเหน็บแนมดุเดือดกลายเป็นหวานหยดย้อยระคนเคลิบเคลิ้ม
โอ้โห ดูความสูงนั่นสิ น่าจะร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรขึ้นไปแน่ ๆ ไหล่กว้าง เอวสอบ หลังตรงเป๊ะ หน้าอกแน่นตึงเปรี๊ยะ ภายใต้ชุดฝึกสีเข้มนั่นต้องมีซิกซ์แพ็กเรียงสวยแน่น ๆ แน่เลย ลายกล้ามเนื้อคงจะสวยงาม น่าเอามือไปลูบ น่าซบ น่ากัดสักทีสองทีชะมัด พ่อคุณเอ๊ย น้ำลายจะไหลแล้วเนี่ย

