ช่างไม่สำนึกเสียจริง
หลงจู๊รับรองฟางซินอย่างดี ทั้งยังนำบัญชีออกมาแสดงให้นางดูอย่างบริสุทธิ์ใจ ฟางซินเพียงตรวจผ่านๆ เท่านั้น ของเดือนที่แล้วนางย่อมตรวจสอบไปรอบหนึ่งแล้ว
“หลงจู๊ท่านดูถุงเหอเปานี้ หากนำมาใส่เครื่องหอม ท่านว่า...” ด้วยลวดลายที่แปลกตา ฟางซินคิดว่าคงดึงดูดให้คุณหนูในเมืองหลวงนึกอยากจะครอบครอง
“ลวดลายปักบนถุงเหอเปาแปลกใหม่ไปเคยพบเห็นที่ใดมาก่อน ข้าน้อยเชื่อว่าคุณหนูในเมืองหลวงต้องการอย่างแน่นอนขอรับ”
“ดี เช่นนั้นคงต้องรบกวนหลงจู๊แล้ว ข้าจะจ้างสาวใช้ให้ช่วยกันปักออกมาส่งมาให้ท่านก็แล้วกัน” ฟางซินต้องการให้สาวใช้ในเรือนหารายได้พิเศษหลังจากที่พวกนางมีเวลาว่าง
สาวใช้ตระกูลซูที่ฮูหยินผู้เฒ่าและจินซื่อส่งมาดูแลนาง บางคนไม่ได้รับเบี้ยรายเดือนเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อทำงานให้นาง นางก็อยากให้ทุกคนได้เงินเดือน หากนางออกเงินเอง คงไม่แคล้วถูกกล่าวหาว่าไม่เคารพผู้อาวุโส
“ดีเลยขอรับ ชาวบ้านที่ปักถุงเหอเปามาส่งขาย หากคุณหนูมอบแบบให้พวกเขาไป ย่อมนำไปขายที่ร้านอื่นเพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้น”
“หากรายได้เพิ่มขึ้น ทุกเดือนข้าจะตกรางวัลให้คนงานทุกคน ไม่ต้องรอรับตอนปีใหม่เพียงอย่างเดียว”
“ขอบคุณคุณหนูมากขอรับ”
“ข้ามีเรื่องจะรบกวนท่านอีกเรื่อง ช่วยหาจวนในเมืองหลวงให้ข้าได้หรือไม่”
“เหตุใดต้องหาเล่าขอรับ ฮูหยินมีจวนหลังใหญ่อยู่ไม่ห่างจากตระกูลซูมากนัก หากท่านไปดูแล้วไม่ถูกใจไว้ข้าน้อยจะหาจวนหลังใหม่ให้เองขอรับ”
ฟางซินย่อมรู้ดีหากต้องการให้คนทำงานให้จนสุดความสามารถ ย่อมต้องเลี้ยงพวกเขาให้อิ่มท้อง ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการยักยอก ขโมยของภายในร้านออกไปขาย
ฟางซินเพิ่งจะรู้ว่านางมีจวนในเมืองหลวงด้วย นางเพียงแค่ตรวจสอบเรื่องโฉนดร้านค้า ที่ดิน แต่ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องจวนเลยว่ามีที่ใดบ้าง ดูท่ามารดาของเจ้าของร่างรอบคอบไม่น้อยเลย ที่ซื้ออสังหาพวกนี้เก็บเอาไว้
หลงจู๊เดินออกมาส่งฟางซินที่หน้าร้าน เมื่อนางเห็นว่าออกมานานมากแล้วจึงมุ่งหน้ากลับจวนตระกูลซูโดยไม่แวะที่ใดอีกเลย
เพียงแค่ลงรถม้า ฟางซินก็สัมผัสได้ถึงอากาศรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงไป ดูหนาวเย็นแปลกๆ ชอบกล แต่เพียงไม่นานนางก็รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เมื่อญาติผู้พี่ตัวร้าย ยืนมองนางอยู่หน้าประตูจวนด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ
“ดียิ่ง!!! ข้าให้เจ้ากลับจวนก่อน แต่เจ้าดันไปแวะที่อื่น เช่นนี้ครั้งหน้าไม่ต้องออกไปที่ใดแล้ว”
“เอ่อ...ข้ามิได้เที่ยวเล่นเลยเจ้าค่ะ เพียงแค่แวะไปซื้อเครื่องหอมเพิ่มก็เท่านั้น” นางพูดเสียงอ่อนทันที
“ยังจะแก้ตัว เช่นนั้นต่อไปเรื่องของเจ้าก็จัดการเสียเอง”
ฟางซินยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ “วันนี้ข้ารบกวนญาติผู้พี่ไม่น้อย ต่อไปข้าไม่กล้าที่จะรบกวนท่านอีกแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบกลับซูเหยี่ยนจื้อจะฟังไม่รู้ได้อย่างไรว่านางยินดีเพียงใดที่เขาจะเลิกวุ่นวายกับนาง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ซูเหยี่ยนจื้อก็สะบัดชายเสื้อเดินหายไปทันที ฟางซินจึงได้เข้าไปในจวนเพื่อบอกกล่าวฮูหยินผู้เฒ่าว่านางกลับมาแล้ว
ในตอนรับมื้อเย็น ฟางซินบอกสตรีในจวนเรื่องที่นางสั่งตัดชุดให้ทุกคนใส่ไปในงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนกั๋วกง
“จะต้องสิ้นเปลืองไปเพื่ออันใด” จินซื่ออดจะตำหนิไม่ได้ แม้รู้ดีว่าทรัพย์สินของฟางซินมีมาก แต่ก็ไม่ได้อยากจะได้ของของนาง
“จะสิ้นเปลืองได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านยาย ท่านลุง ป้าสะใภ้ทั้งสองต่างก็ดูแลข้าเป็นอย่างดี”
“ท่านแม่ หากท่านเห็นแบบชุดของซินซินท่านจะต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน” หมิงเยว่ย่อมจะยินดี นางจะได้สวมใส่ชุดที่ฟางซินออกแบบก่อนสตรีใดในเมืองหลวง
“ของท่านยายก็มีนะเจ้าคะ แต่ข้าไม่กล้าตัดให้ท่านลุงทั้งสอง” สตรีในจวนฟังย่อมเข้าใจ เด็กสาวผู้หนึ่งสอบถามขนาดตัวของบุรุษไม่ใช่เรื่องดี
“หากเจ้ามีใจ จะตัดให้ท่านลุงทั้งสองสวมใส่ ข้าจะไปที่ร้านผ้ากับเจ้าด้วย” หลางซื่อเสนอตัวเองทันที
“เจ้าค่ะ” ฟางซินเม้มปากอมยิ้ม
เสียงพูดคุยหลังจากกินมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ซูเหยี่ยนจื้อไม่พอใจ นางไม่เอ่ยว่าจะตัดชุดให้เขาเช่นกัน วันนี้เขาช่วยเหลือนางไปมากเพียงใด ช่างไม่สำนึกเสียจริง
“หึ” เขาแค่นเสียงออกมาเบาๆ ฟางซินจึงไม่เอ่ยพูดอะไรออกมาอีก
ฮูหยินผู้เฒ่าถลึงตามองหลานชายตัวดี ก่อนจะบอกให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน ฟางซินยังเอ่ยพูดกับหลางซื่อไปสองสามคำ หากนางไม่ตัดให้น้องสาวที่เป็นบุตรอนุของบ้านรองอีกสามคนก็จะดูว่านางแบ่งแยกเกินไป จึงบอกให้ส่งขนาดตัวของเด็กทั้งสามมาให้นางด้วย
“ซินซิน ไหนเจ้าก็จะตัดให้ลุงเจ้าอยู่แล้ว มิตัดเพิ่มให้พี่รองกับน้องชายสามของเจ้าด้วยเลยเล่า” หลางซื่อยิ่งมองฟางซินก็ยิ่งชอบใจ บุตรชายคนโตของนางยังไม่มีสัญญาหมั้นหมาย หากแต่งฟางซินเข้าจวนย่อมดีไม่น้อย ทรัพย์สินของนางมากมายจนหลายคนอิจฉา ไหนจะความสามารถที่เริ่มเผยออกมาทีละน้อย ต่อไปบ้านรองจะต้องรุ่งเรืองกว่าบ้านใหญ่เป็นแน่
คำพูดของหลางซื่อหลายคนที่กำลังเดินออกมาจากห้องโถงล้วนแต่ได้ยิน ซูเหยี่ยนหวงรู้ความหมายของมารดาดี ก็มองพิจารณาฟางซินอย่างเต็มตา เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามยามนี้เริ่มอวบอิ่มชวนมองมากกว่าเมื่อก่อน ก็เกิดความรู้สึกพึงพอใจในตัวนางขึ้นมา
“อาสะใภ้ ญาติผู้น้องเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน ทั้งยังไม่มีสัญญาหมั้นหมาย หากเรื่องที่นางตัดชุดให้น้องรอง น้องสามหลุดออกไป จะมีบุรุษใดอยากแต่งนางเข้าจวนอีก” ซูเหยี่ยนจื้อเอ่ยเสียงเย็นออกมา
“ก็ให้พี่รองของข้าแต่งพี่ซินซินก็ได้มิใช่หรือพี่ใหญ่” หมิงม่านเอ่ยออกมาอย่างยินดี
รอยยิ้มธุรกิจของฟางซินแข็งค้างไปทันที “เอ่อ...พี่ใหญ่พูดมีเหตุผลเจ้าค่ะ เช่นนั้นหากท่านอาสะใภ้รองอยากตัดชุดให้พี่รองกับน้องสาม ท่านแจ้งกับหลงจู๊ที่ร้านผ้าของข้าได้เลยเจ้าค่ะ เขาจะนำแบบออกมาให้ท่านเลือกเอง”
“เอาเถิด หากขอให้เจ้าตัดให้อาหวงกับอารุ่ย แต่อาจื้อไม่ได้ก็จะดูไม่ดี ข้าจัดการเองแล้วกัน”
ฟางซินไม่มีความคิดจะออกแบบชุดให้ซูเหยี่ยนจื้อเลยสักนิด ด้วยไม่ต้องการให้คนอื่นมองว่านางยังชื่นชอบเขาอยู่ และต่อให้ตัดให้ ดีไม่ดีซูเหยี่ยนจื้อคงได้เอาไปเผาทิ้งเสียเปล่าๆ
หลังจากกลับมาถึงเรือนพักแล้ว ฟางซินให้แม่นมช่วยหาโฉนดจวนหลังที่มารดาซื้อเอาไว้ในเมืองหลวงออกมา นางมีเวลาจะได้แวะไปดู ตัวนางไปตรวจสอบเครื่องประทินโฉมที่นำกลับมาด้วย
เครื่องประทินโฉมในร้านก็ไม่ใช่ของที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง ทุกร้านต่างก็ขายเหมือนกัน เพียงแต่กระปุกใส่ เครื่องเคลือบที่ใช้ต่างก็มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง นางทดสอบเนื้อแป้งดูแล้วมิได้ละเอียด จึงได้ลองเขียนส่วนผสมที่เคยรู้มาคร่าวๆ เพื่อให้ที่ร้านลองไปทดลองทำออกมา ชาดที่ใช้ทาปาก นางก็เขียนเสริมไปว่าควรนำดอกไม้ชนิดใดมาทำสีให้มีหลากหลายเพิ่มขึ้น กว่าจะเสร็จก็ดึกมากแล้ว
เสี่ยวชิงเตรียมน้ำล้างตัวให้ฟางซิน เปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางใหม่ ก็ถอยออกไปพักผ่อน หลังจากที่หายจากล้มป่วย ฟางซินก็ไม่ให้สาวใช้หรือเสี่ยวชิงเข้ามานอนเป็นเพื่อนนางเลย ความเคยชินที่เคยนอนเพียงลำพัง นางจึงไม่ชอบให้ผู้อื่นอยู่ภายในห้องด้วย
