บท
ตั้งค่า

อย่าได้ทำตัวไร้มารยาท

ฟางซินสั่งอาหารทุกอย่างที่มีอยู่ในร้านโดยไม่สนใจสายตาของสองพี่น้องหลี่ที่มองมาที่นางอย่างแปลกใจ ในเมืองหลวงน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเหลาอาหารแห่งนี้เป็นของฟางซิน

“คุณหนูเถียนเจ้าหิวมากนักหรือ” หลี่เต๋อซิ่วอดที่จะถามออกมาไม่ได้

“เจ้าค่ะ” นางอมยิ้มออกมาเล็กน้อย

สามคนที่อยู่ภายในห้องรับรองต่างพูดคุยกันอย่างสนิทสนมมีเพียงฟางซินที่นั่งนิ่งไม่พูดจา ที่นางไม่ตอบโต้เป็นเพราะนางไม่มีแรงจะอ้าปากแล้ว

พออาหารขึ้นตั้งโต๊ะ ฟางซินทำได้เพียงแค่จ้องมอง ต้องรอให้ซูเหยี่ยนจื้อหยิบตะเกียบเสียก่อน เหมือนเขาต้องการจะกลั่นแกล้งนาง ที่เมื่อครู่หักหน้าหญิงคนรัก ผ่านไปเกือบจิบถ้วยชาซูเหยี่ยนจื้อก็ดูเหมือนไม่คิดจะหยิบตะเกียบจริงๆ

“ญาติผู้พี่” นางเงยหน้าขึ้นมาเรียกเขา แล้วเหลือบไปมองที่อาหาร เพื่อบอกให้เขารู้ว่านางหิวมากเพียงใด

“เจ้าหิวก็กินก่อนได้เลย”

“เจ้าค่ะ”

ฟางซินหมดความอดทนที่จะมีมารยาทกับคนพวกนี้แล้ว นางหยิบตะเกียบขึ้นมาพุ้ยข้าวกินโดยไม่สนใจสายตาของคนทั้งสามที่จ้องมองมา นางชิมอาหารจนครบทุกจาน เพื่อให้รู้รสชาติว่ามีสิ่งใดต้องปรับปรุงหรือไม่

ท่าทางการกินอาหารของฟางซินที่ดูน่าเอร็ดอร่อยทำให้หลี่เต๋อซิ่วขยับตะเกียบตามนางอย่างห้ามไม่อยู่ ซูเหยี่ยนจื้อหลังจากที่ไม่พอใจกับความไร้มารยาทของฟางซินแล้ว ก็เชิญให้หลี่หลิวอวี้เริ่มขยับตะเกียบ

ทั้งสองเพิ่งเริ่มขยับตะเกียบ ฟางซินก็วางตะเกียบลงแล้ว นางเช็ดปากเช็ดมือเสร็จก็ลุกขึ้นทันที

“จะไปที่ใด” เสียงเย็นของซูเหยี่ยนจื้อเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

“คุณหนูเถียนเจ้าไม่พอใจข้าหรือ ข้ารู้ว่าเจ้าชื่นชมพี่จื้อ ข้าไม่มีทางแย่งชิงกับเจ้าหรอก”

“หึหึ” ฟางซินถึงกับต้องหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ คำพูดของหลี่หลิวอวี้คงทำให้เจ้าของร่างเดิมมีโทสะได้เพียงผู้เดียว แต่ไม่ใช่นาง “คุณหนูหลี่คิดมากแล้ว ท่านกับญาติผู้พี่ของข้าเหมาะสมกันยิ่งกว่าสิ่งใด ข้าเพียงชื่นชมในความสามารถของญาติผู้พี่เท่านั้น ทำให้ท่านเข้าใจผิดเสียดาย อีกอย่าง...ข้ามีงานต้องไปจัดการ คงไม่อาจอยู่พูดคุยเล่นกับพวกท่านได้ ค่อยๆ กินไปนะเจ้าคะ ค่าอาหารทั้งหมดข้าจะจ่ายให้เอง ถือว่าเลี้ยงขอโทษกับความโง่เขลาเมื่อก่อนของข้า” สายตาของนางที่กวาดมองไปที่ซูเหยี่ยนจื้อและหลี่หลิวอวี้มีแต่ความเย็นชา พอมองไปที่หลี่เต๋อซิ่วนางก็ยิ้มอย่างขออภัยให้เขา แล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสี่ยวชิงทันที

ซูเหยี่ยนจื้อ ลุกขึ้นไปกระชากแขนนางเอาไว้ด้วยความโมโหที่นางกล้าทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้

“ปล่อย ข้าเจ็บ” นางกัดฟันแน่นเอ่ยตอบเสียงเบา เสี่ยวชิงก็ร้อนใจอยู่ด้านหลัง รอยช้ำเดิมเพิ่งจะหายไปได้ไม่นาน จะมีรอยใหม่เพิ่มมาอีกแล้วหรือ

“กลับเข้าไปนั่ง อย่าทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้” เสียงกดต่ำแฝงไปด้วยโทสะทำให้ฟางซินอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้

“ข้าต้องไปจัดการเรื่องงานต่อ ท่านเพียงนั่งคุยกันไปก่อน ประเดี๋ยวข้าก็กลับมา” เสียงของนางอ่อนลง ด้วยรู้ดีว่าหากโวยวายต่อไป นางคงถูกลากกลับไปที่จวนโดยไม่ได้จัดการเรื่องในเหลาอาหารแน่

“ข้าให้เวลาเพียงจิบถ้วยชา” เขาปล่อยมือนางออก ก่อนจะสะบัดชายเสื้อไปนั่งลง

ฟางซินทันได้เห็นสายตาเยาะเย้ยจากหลี่หลิวอวี้ นางยังคิดว่านางมองผิดไป จึงได้ยืนนิ่งอยู่กับพี่

“หรือว่าจะไม่ไป” ซูเหยี่ยนจื้อหรี่ตามองนางอย่างมุ่งร้าย

“เจ้าค่ะ”

ฟางซินถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปด้านล่างแล้วเรียกหลงจู๊มาจัดการเรื่องงาน ซูเหยี่ยนจื้อถึงตัวไม่ได้ตามมา แต่ส่งองครักษ์ทั้งสองคนตามมาช่วยนางจัดการเรื่องในร้านด้วย

“เรื่องที่ผ่านมาข้าไม่คิดจะหาความ แต่นับจากนี้หากพบเห็นพวกเจ้ารวมหัวกันยักยอกเงินอีกข้าพร้อมจะเปลี่ยนผู้ดูแลใหม่ทั้งหมด”

ในตอนแรกหลงจู๊ก็ยังดื้อรั้น พอถูกองครักษ์ทั้งสองคนสยบเพียงครู่เดียวก็ยอมลงนามยินยอมรับความผิดในเรื่องที่ผ่านมา ฟางซินเรียกพ่อครัวมาพูดคุย

“อาหารที่พวกท่านรสชาติดีไม่น้อย แต่หากลองใส่...” นางแจกแจงออกมาทีละอย่าง พร้อมทั้งให้พ่อครัวลงมือทำออกมา

ในตอนแรกก็ไม่มีผู้ใดเชื่อนาง แต่พอเห็นอาหารที่ทำออกมาใหม่ตามสูตรของฟางซิน หน้าตาและรสชาติของอาหาร ต่างกับของเดิมอยู่ไม่น้อย

“หากยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จะมีรางวัลให้ในแต่ละเดือน ไม่ต้องรอถึงปีใหม่ หากทำอย่างซื่อสัตย์ต่อไปพวกเจ้าก็ไม่ต้องยักยอกเงินเพื่อเสี่ยงเข้าคุกอีกแล้ว”

ดูเหมือนนางจะใช้เวลาเกินกว่าที่ซูเหยี่ยนจื้อกำเนิดเอาไว้ ยามนี้พวกเขาทั้งสามจึงลงมายืนมองนางสั่งความคนงานอยู่ด้านล่าง ในเมื่อซูเหยี่ยนจื้อยังไม่เรียกนาง นางจึงสั่งความกับหลงจู๊อีกหลายคำ

นางสั่งตัดเสื้อผ้าให้คนงานในร้านใหม่ทั้งหมด โดยให้คนละสามชุด เพื่อจะได้มีเปลี่ยน เสี่ยวเอ้อต้อนรับย่อมต้องแต่งตัวให้ดูดี เสี่ยวเอ้อยกของก็เป็นแบบเดียวและสีเดียวกันทั้งหมด พ่อครัวยังสั่งให้ตัดหมวดมาสวมใส่ เพื่อเวลาทำอาหารเส้นผมจะได้ในลงไปในอาหารของลูกค้า

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความตกใจให้คนงานในร้าน และคนอีกสามคนยืนอยู่ไม่น้อย ไม่มีผู้ใดกล้าจะเชื่อว่าแม่นางน้อยวัยไม่ถึงปักปิ่นผู้นี้จะจัดการร้านออกมาได้อย่างเป็นระบบ

“เหลาอาหารแห่งนี้เป็นของคุณหนูเถียนหรือ” หลี่เต๋อซิ่วเอ่ยถามออกมา สายตาของเขายังคงจ้องมองอยู่ที่ร่างบอบบางที่ยืนสั่งงานคนงานอยู่ไม่ละสายตา

“อืม” ซูเหยี่ยนจื้อสาวเท้าเดินเข้าไปหาฟางซิน “เจ้าลืมหรือไม่ว่าข้าบอกว่าให้เวลาเท่าใด”

“อ้อ...เสร็จพอดีเจ้าค่ะ” นางหันไปสั่งงานต่ออีกเล็กน้อย “หากเรียบร้อยแล้ว ส่งคนไปแจ้งข้าจะเดินทางมาตรวจสอบอีกครั้ง”

“ขอรับ”

ฟางซินหันมาอีกครั้งซูเหยี่ยนจื้อก็เดินออกไปหน้าร้านเสียแล้ว

“เจ้ากลับไปก่อน ข้ายังมีเรื่องต้องทำ” เขาขึ้นหลังม้าแล้วหันมาร้องสั่งความกับฟางซิน

นางเห็นหลี่หลิวอวี้กำลังจะขึ้นรถม้ากลับเช่นกัน จึงมองไปทางซูเหยี่ยนจื้ออย่างหยอกล้อ “เจ้าค่ะ” สายตาของฟางซื่อทำให้ซูเหยี่ยนจื้อเกิดความไม่พอใจ เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านางคิดเช่นใด

พอเห็นซูเหยี่ยนจื้อขี่ม้านำหน้ารถม้าของหลี่หลิวอวี้ไปแล้ว ฟางซินก็สั่งเสี่ยวชิงให้รถม้าพานางไปส่งที่ร้านเครื่องหอมก่อน ไหนๆ ก็ออกมาแล้ว จะรีบกลับไปไหน

ที่ร้านเครื่องหอมขายดีไม่น้อย ลูกค้าเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เสี่ยวชิงกระซิบบอกความกับฟางซิน ถึงหลงจู๊ที่รับได้ความไว้ใจจากมารดาของนาง ก่อนหน้านี้ฟางซินตรวจสอบบัญชีคราวๆ แล้วแทบไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติเลย นางยังได้รู้จากเสี่ยวชิงอีกว่า มารดาเจ้าของร่างชื่นชอบเครื่องหอมไม่น้อย ทั้งยังคิดค้นเครื่องหอมใหม่ๆ อยู่เสมอ

เดิมทีฟางซินก็สนใจเรื่องเครื่องหอมอยู่แล้ว พอได้ยินเช่นนี้นางก็กระตือรือร้นเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน พอเข้าไปในร้าน การจัดวางล้วนแต่น่ามอง กลิ่นเครื่องเย้ายวนชวนให้คนหลงใหล อยากจะหาซื้อกลับไปครอบครองทันที

“คุณหนูเถียนใช่หรือไม่ขอรับ” หลงจู๊เดินออกมาต้อนรับนางอย่างนอบน้อม

“เอ๊ะ...รู้ได้อย่างไรเจ้าคะ” นางยังสวมหมวกปิดบังใบหน้าเอาไว้อยู่ แต่เขารู้ได้อย่างไรกัน

“กลิ่นเครื่องหอมที่คุณหนูใช้ มีเพียงคุณหนูกับฮูหยินเท่านั้นที่ได้ใช้ขอรับ”

ฟางซินนิ่งอึ้งไปทันที นางไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงแต่ยิ้มให้หลงจู๊แล้วเดินตามไปที่ห้องรับรอง ตัวนางไม่ได้พกเครื่องหอมติดตัว ด้วยรู้ดีว่ากลิ่นกายที่ออกมาจากตัวนางมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว เสี่ยวชิงและแม่นมเป็นผู้ที่อาบน้ำให้นางด้วยตนเองตลอด เพื่อไม่ให้ผู้อื่นรู้ถึงความพิเศษในเรื่องนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel